จุดเช็คอินยอดฮิต ญี่ปุ่น

จุดเช็คอินยอดฮิต ญี่ปุ่น ประเทศที่นักท่องเที่ยวนิยมไปกันเป็นจำนวนมาก เพราะแต่ละสถานที่ในประเทศแห่งนี้ เต็มไปด้วยเสนห์ และเอกลักษณ์ที่สวยงาม

10 จุดเช็คอินยอดฮิต ญี่ปุ่น

1. ชิราคาวะโกะ (Shirakawa-go)

ที่นี่ เป็น 1 ในหมู่บ้านมรดกโลก ที่มีความโด่งดัง และขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามเป็นอย่างมากกับ ชิราคาวะโกะ (Shirakawa-go) หมู่บ้านนี้ อยู่ไม่ไกลจากโตเกียวมากนัก สามารถมาเที่ยวจากโตเกียวแบบไปเช้าเย็นกลับได้ แต่เดิมที่นี่เป็นหมู่บ้านของชาวนาอันแสนเก่าแก่ ที่คงอนุรักษ์สถาปัตยกรรมทรงกัสโชสึคุริเอาไว้ ให้คงเห็นจนถึงปัจจุบันนี้ จุดเด่นของหมู่บ้านแห่งนี้ อยู่ในฤดูหนาว จะมีเทศกาลที่เปิดไฟ ให้หมู่บ้านนี้ดูเหมือนอยู่ในนิทาน หรือถ้าใครอยากจะเก็บภาพบรรยากาศความสวยงามของหมู่บ้านแห่งนี้ ก็สามารถหาโฮมสเตย์นอนได้

2. The Sagano Railway

The Sagano Railway เป็นเส้นทางสายรถไฟ ที่ขึ้นชื่อว่าโรแมนติกที่สุดในญี่ปุ่น ใครไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วอยากได้ที่เที่ยวญี่ปุ่นบรรยากาศดีๆ ที่ดีต่อใจ แนะนำให้ลองซื้อตั๋วรถไฟแห่งนี้ เพราะความงดงามนั้นไม่ได้อยู่แค่จุดหมายปลายทาง แต่เป็นเส้นทางระหว่างการเดินทาง เพราะรถไฟซากาโนะ จะวิ่งขนานกับแม่น้ำโฮซุกาวา (Hozugawa River) มีระยะทางทั้งสิ้น 7.3 กิโลเมตรด้วยกัน จึงจะทำให้เห็นทั้งวิวแม่น้ำ และภูเขาสวยๆ และยังเป็นจุดแลนด์มาร์ค ที่เอาไว้ชมใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงปลายปีอีกด้วย

3. สวนสาธารณะโออิชิ (Oishi Park)

สวนสาธารณะโออิชิ (Oishi Park) เป็นสวนสาธารณะ ตั้งอยู่ที่ ริมทะเลสาบคาวากูจิโกะ เป็นจุดชมวิวฟูเขาไฟฟูจิชื่อดัง ที่นี่โดดเด่นในช่วงฤดูร้อน เพราะจะมีดอกไม้ที่กำลังเบ่งบาน มีสีสันสดใสมากมาย พร้อมกับมีวิวภูเขาไฟฟูจิสวยๆ เป็นฉากหลัง แนะนำว่าถ้าหากใครอยากมาในช่วงที่มีดอกไม้สวยๆ ให้มาเที่ยวสวนสาธารณะโออิชิในช่วงปลายเดือนเมษายน จนถึงต้นเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป หรือตรวจเช็คสภาพอากาศก่อนเดินทาง เพื่อจะได้มองเห็นภูเขาไฟฟูจิ ที่สวยงามแห่งนี้

4. วัดนินจาจิ (Ninnaji Temple)

วัดนี้ เป็นวัดที่สวยงาม และเก่าแก่ของเกียวโต วัดนินจาจิ (Ninnaji Temple) เป็นวัดที่อยู่ใน 1 มรดกโลกที่สำคัญ และเป็นวัดที่เก่าแก่มากๆ เพราะถูกค้นพบมาตั้งแต่เมื่อปี ค.ศ. 888 ซึ่งมีอายุมากกว่า 1,000 ปีมาแล้ว โดดเด่นด้วยซากุระ เป็นวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องการมาชมดอกซากุระบาน นอกจากความงามของซากุระบานแล้ว สถาปัตยกรรมของวัดนินจาจิยังเป็นที่น่าสนใจ เพราะเป็นสถาปัตยกรรมที่มีความหรูหรา เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นราชวงศ์

5. ศาลเจ้าฟูจิซันฮงงูเซ็นเก็งไทชะ

ศาลเจ้าแห่งนี้ เป็นที่น่าสนใจมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น เพราะที่เที่ยวญี่ปุ่นแห่งนี้ ศาลเจ้าฟูจิซันฮงงูเซ็นเก็งไทชะ (Fujisan Hongu Sengen Taisha) ได้สร้างขึ้นเพื่อเอาไว้เคารพบูชาอาซามะโนะโอกามิ ซึ่งมีความเชื่อว่า ได้สถิตอยู่ใต้ปากปล่องภูเขาไฟฟูจิ ที่จะช่วยระงับการระเบิดของภูเขาไฟได้ เป็นศาลเจ้าที่นอกจากมีความเชื่อแล้ว ยังเป็นสถานที่ ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเพื่อชมดอกซากุระบาน ในช่วงฤดูใบไม้ผลิอีกด้วย

6. ศาลเจ้ากลางทะเล อิสึกุชิมะ แห่งเกาะมิยาจิมะ

หากใครไปเที่ยวฮิโรชิม่า ควรแวะไปเที่ยวแลนด์มาร์คดังของเมืองฮิโรชิม่า นั่นคือ ศาลเจ้ากลางทะเล อิสึกุชิมะ แห่งเกาะมิยาจิมะ (Miyajima Itsukushima Shrine) เป็นศาลเจ้าที่ตั้งอยู่บนเกาะมิยาจิมะ โดดเด่นด้วยเสาโทริอิ ที่ตั้งอยู่กลางทะเล จนกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของที่เที่ยวญี่ปุ่นแห่งนี้ ซึ่งจริงๆแล้ว ในช่วงที่น้ำลง จะสามารถไปเดินเล่นตรงบริเวณเสาโทริอิได้ นอกจากนั้น ยังมีศาลเจ้าลอยน้ำอันศักดิ์สิทธิ์ ที่ผู้คนนิยมไปกราบไหว้บูชา และขอพร

7. คลองโอตารุ (Otaru)

ไฮไลท์ของการมาเที่ยวฮอกไกโด ในช่วงฤดูหนาว คงหนีไม่พ้นแลนด์มาร์คสำคัญแห่งนี้ นั่นคือ คลองโอตารุ (Otaru) ที่ตั้งอยู่ในเมืองโอตารุ ซึ่งจะใช้เวลาเดินทางเพียง 30 นาที นอกจากจะเป็นเมืองท่าแล้ว เมืองโอตารุยังเป็นที่ถ่ายทำหนังเรื่องแฟนเดย์ จึงทำให้โด่งดัง และได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวไทยกันเป็นอย่างมาก ไฮไลท์ของเมืองโอตารุ คือจะมีการจัดงานเทศกาลในช่วงฤดูหนาวของทุกๆปี ประมาณช่วงเดือนกุมภาพันธ์ จะมีการตกแต่งเมือง และจุดไฟอย่างสวยงาม

8. เมืองคาวาโกเอะ (Kawagoe)

ที่นี่ เป็นอีกเมืองหนึ่งที่อยู่ใกล้โตเกียว ที่สามารถไปเที่ยวแบบวันเดียวกลับได้ ซึ่งเมืองคาวาโกเอะ (Kawagoe) ก็ได้ขึ้นชื่อ และรับการขนานนามว่า เป็นลิตเติ้ลเอโดะ ที่จะทำให้คุณเหมือนได้ย้อนกลับไปในสมัยเอะโดะ เนื่องจากภายในเมืองคาวาโกเอะ ยังคงทุกอย่างจากในอดีตมาจนถึงปัจจุบัน เป็นเมืองโบราณที่มีตึกรามบ้านช่อง ที่ยังคงความเก่าแก่ จนทำให้กลายเป็นจุดน่าสนใจของนักท่องเที่ยว หากใครได้ไปเที่ยวโตเกียวแล้ว อยากแวะมาเที่ยวที่เมืองคาวาโกเอะ ก็สามารถนั่งรถไฟมาใช้เวลาแค่ 30 นาทีเท่านั้น

9. น้ำตกนะชิ (Nachi Fall)

ห่กใครอยากได้วิวสวยๆ แบบ Unseen แนะนำให้มาที่ น้ำตกนะชิ (Nachi Fall) ที่นี่ถือว่าเป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยน้ำตกที่ไหลตกลงมาตรงๆ แบบที่ไม่ผ่านหน้าผา หรือไม่มีชั้นน้ำตก มีความสูงมากถึง 133 เมตร ไหลลงมายังป่าดงดิบ โดยชาวญี่ปุ่นจะมีความเชื่อว่า น้ำที่ตกลงมาจากหน้าผานี้จะเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ สามารถใช้ดื่มได้จริง โดยไฮไลท์ที่นอกเหนือจากตัวน้ำตก ก็คือมีวัดเซกันโทจิ (Seiganto-ji Temple) ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้า เพราะวัดนี้ จะแตกต่างจากวัดอื่น ตรงที่ไม่มีห้องโถง เพราะมีความเชื่อว่าตัวน้ำตกนะชิเอง ทำหน้าที่เป็นแท่นบูชา น้ำตกที่ไหลกระเซ็นลงมาจะช่วยทำให้มีชีวิตที่ยืนยาว

10. เกาะโอกินาว่า (Okinawa)

หากใครไม่อยากเที่ยวเมืองใหญ่ของญี่ปุ่น อย่างโตเกียว และโอซาก้า แนะนำให้ลองมาเที่ยวที่เกาะโอกินาว่า เพราะเกาะโอกินาว่า ถือเป็นเกาะที่ใหญ่แห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ที่นี่เต็มไปด้วยสิ่งที่น่าสนใจมากมาย ที่สำคัญคือ เป็นเกาะที่อยู่ใกล้ไทยมากที่สุด เมื่อเทียบกับจุดหมายปลายทางอื่นๆ ภายในญี่ปุ่น ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมเกาะโอกินาว่า ถึงได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวชาวไทยเป็นอย่างมาก ไฮไลท์ของเกาะโอกินาว่า คือเป็นเหมือนเมืองตากอากาศ ที่มีวิวทะเลสวยๆ อีกทั้งยังมีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำขนาดใหญ่ และมีอุทยานแห่งชาติ ที่สามารถมาดำน้ำดูปะการังสวยๆ ได้อีกด้วย

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ Https://pizzaandfooditalia.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *