ท่องเที่ยวต่างประเทศ

ท่องเที่ยวต่างประเทศ แค่คิดก็มีความสุขแล้ว ไม่ใช่แค่การท่องเที่ยวต่างประเทศเท่านั้น ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นการท่องเที่ยวเปรียบสเหมือนการพักผ่อนก็ทำให้เรามีความสุขได้ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวกับครอบครัว เพื่อน คนรัก แถมได้เป็นการสร้างความสัมพันธ์ครอบครัวด้วย การท่องเที่ยวต่างประเทศ หลายคนเคยคิดที่จะไปแต่กังวลในหลายๆอย่าง เราเที่ยวประเทศไหนได้บ้าง ค่าใช้จ่ายเท่าใด จะพูดภาษาต่างประเทศได้หรือไม่ หลายหลายคำถามที่เกิดขึ้น วันนี้แอดมินมีคำตอบให้ เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกทริปในการเที่ยว

ท่องเที่ยวต่างประเทศ : กัมพูชา (Cambodia)

ท่องเที่ยวต่างประเทศ

มาเริ่มต้นกันที่ประเทศเพื่อนบ้านของเราประเทศกัมพูชานี่เอง เป็นประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่าในการท่องเที่ยว ได้สูงสุดมากถึง 14 วัน แต่ถ้ามากกว่านั้นต้องทำวีซ่าเพื่อเข้าประเทศ กัมพูชาเป็นประเทศที่มีธรรมชาติ รวมถึงสถาปัตยกรรมและเทวสถานที่มีความงดงามรุ่งเรืองในสมัยก่อน นอกจากความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติอย่าง ภูเขา น้ำตก ทะเลสาบ ยังมีซิกเนเจอร์ที่เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอย่าง “นครวัด” ที่เป็นอีกชื่อเสียงที่รอให้คุณคนได้มาสัมผัสความงาม

ท่องเที่ยวต่างประเทศ

มาต่อกันที่เพื่อนบ้านของเราอีกประเทศหนึ่งที่ได้รับความนิยมในการท่องเที่ยว ได้แก่ ประเทศลาวไม่ต้องขอวีซ่าเช่นกัน แต่ท่องเที่ยวได้สูงสุดถึง 30 วันเลยทีเดียว แต่ถ้ามากกว่านั้นก็ต้องทำวีซ่าเช่นเดียวกัน สถานที่ท่องเที่ยวของประเทศลาวต้องไม่พลาดสักที่เลยทีเดียว เพราะประเทศลาวยังคงธรรมชาติไว้ได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว ทั้งสถาปัตยกรรมเก่าที่ยังคงความวิจิตรตระการตาไว้อย่างดีทีเดียว ความงามและธรรมชาติรอให้คุณได้ไปพิสูจน์ความงามอย่าพลาดเลยทีเดียว

ท่องเที่ยวต่างประเทศ

มากันสำหรับสาวๆที่ชื่นชอบทะเล ประเทศฟิลิปินส์เป็นประเทศแห่งความหลากหลาย เนื่องด้วยฟิลิปินส์มีลักษณะเป็นหมู่เกาะแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความสวยงามของธรรมชาติและความอุดมสมบูรณ์เป็นจุดเด่นสำคัญของประเทศเลยก็ว่าได้ ความเป็นธรรมชาติสะท้อนให้เห็นถึงการอนุรักษ์วัฒนธรรมได้อย่างชัดเจน รวมถึงศาสนาที่กลิ่นอายความเป็นประเทศสเปนปะปนอยู่ด้วย วีซ่าเข้าประเทศไม่ต้องขอท่องเที่ยวได้มากถึง 30 วันเลยนะ เมืองที่สวยงาม ภูเขาไฟสูง ทะเลที่สวยใส รอให้คุณได้ไปพักผ่อน เตรียมรับความเป็นธรรมชาติอย่างเต็มที่ได้เลย

ฮาราจูกุ  (Harajuku) เป็นอีกหนึ่งย่านที่มีสีสันไม่แพ้ย่านใดในโตเกียว ย่านนี้เป็นย่านของวัยรุ่นญี่ปุ่น มีการแต่งชุดคอสเพลย์ตามตัวการ์ตูนที่ชื่นชอบ มีการแสดงดนตรี โชว์ความสามารถพิเศษให้คนที่ผ่านไปผ่านมาได้ชม ร้านค้า แหล่งชอปปิ้งในย่านนี้จะเน้นไปที่เสื้อผ้าแฟชั่นแบบวัยรุ่น และร้านกิ๊ฟ      ชอปน่ารัก ๆ หลายร้านที่สามารถเดินดูกันได้ทั้งวันแบบไม่มีเบื่อ และนอกจากนี้ย่านฮาราจูกุยังเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าเมจิ เป็นศาลเจ้าที่คนญี่ปุ่นเคารพนับถือ ตั้งอยู่ในสวนป่าใหญ่ ท่ามกลางบรรยากาศแบบธรรมชาติ การเดินเล่นในฮาราจูกุควรใช้เวลาตั้งแต่ครึ่งวัน ไปจนถึงเต็มวัน ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับเวลาที่มีและความชอบของแต่ละคน

ท่องเที่ยวต่างประเทศ

ชิบูย่า (Shibuya) เป็นย่านช้อปปิ้ง แหล่งรวมเสื้อผ้าแฟชั่นในกรุงโตเกียว มีห้างสรรพสอนค้า ร้านค้า และร้านอาหารอยู่มากมาย ในวันหนึ่งจะมีผู้คนผ่านไปผ่านมาในย่านนี้เป็นจำนวนมาก ถือว่าเป็นย่านที่มีสีสันอยู่ตลอดเวลา เสื้อผ้าแฟชั่นในย่านนี้จะเป็นสไตล์วัยรุ่น หนุ่มสาวสำหรับสวมใส่ในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แนวหลุดโลกแบบฮาราจูกุ เมื่อพูดถึงย่านชิบูย่าแล้วคนมักจะนึกถึงอยู่ 3 อย่าง อย่างแรกก็เป็นแหล่งเสื้อผ้าแฟชั่น อย่างที่สองก็จะนึกถึงรูปปั้นสุนัขที่ชื่อว่า “ฮาจิโกะ” ที่ตั้งอยู่ตรงหน้าประตูทางออก Hachiko Gate ของสถานี JR Shibuya และอย่างที่สามนึกถึงคนจำนวนมากข้ามถนนที่ห้าแยกชิบูย่า

ชินจุกุ (Shinjuku) แหล่งบันเทิงและแหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ใจกลางเมืองหลวงโตเกียว เป็นศูนย์รวมแฟชั่นเก๋ ๆ เท่ห์ ๆ ของเหล่าบรรดาแฟชั่นนิสต้า มีสถานีรถไฟชินจูกุที่เป็นเหมือนศูนย์กลางของย่านนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานีที่คึกคักที่สุดในญี่ปุ่น ในแต่ละวันมีผู้คนจำนวนมากถึง 2.5 ล้านคนที่ใช้บริการสถานีแห่งนี้

ทางด้านตะวันตกของย่านนี้ที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้าหลายอาคาร มีทั้งโรงแรมและตึกแฝดที่เป็นสำนักงานรัฐบาล ซึ่งด้านบนของตึกนี้เปิดให้ประชาชมเข้าชมฟรี ส่วนทางด้านตะวันออกนั้นคือ “คาบูกิโชะ”  เป็นย่านที่เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้า  ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่อย่าง Big Camera และย่านบันเทิงยามราตรีที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

อาคิฮะบาร่า  (Akihabara) ตั้งอยู่ใจกลางโตเกียว มีอีกชื่อที่คนส่วนใหญ่นิยมเรียกกันก็คือ  “อกิบะ (Akiba)”  นั่นเอง ถ้าพูดถึงแหล่งจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ชื่อดังที่สุดของโตเกียวก็ต้องนึกถึงย่านนี้เป็นที่แรเลยก็ว่าได้  เพราะย่านนี้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นย่านจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อันดับหนึ่ง ที่ไม่ว่าจะมองหาอะไรรับรองว่าเจอหมด ของนี่มีให้เลือกมากมาย ร้านดัง ๆ จะมีผู้คนแน่นตลอดสาย ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้ากว่า 100 ร้าน

ตั้งเรียงรายกันอยู่ในเส้นชุโอ-โอริที่เป็นเสมือนถนนเส้นหลักของย่านนี้ มีทั้งร้านเล็ก ๆ ที่ขายของเฉพาะทางไปจนถึงร้านขนาดใหญ่ที่รวมเครื่องใช้ไฟฟ้าไว้มากมายหลากหลายชนิด ถนนเส้นนี้เปรียบเหมือนเส้นหลักของย่านอากิฮาบาระเลยก็ว่าได้ สินค้ามีหลากหลายประเภทไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุด, กล้องถ่ายรูป, ทีวี, มือถือ, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงสินค้ามือสองหรืออะไหล่ต่าง ๆ แบรนด์ร้านค้าที่จะพบได้บ่อยที่สุดก็คือ Sofmap and Laox ซึ่งมีสาขาเยอะมาก นอกจากนี้ยังมีร้านกล้องขนาดใหญ่ที่เป็นที่นิยมของคนทั่วไป Yodobashi Camera ซึ่งร้านนี้ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของสถานี Akihabara

อย่างไรก็ตาม ย่านนี้ไม่ได้มีดีแค่สินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น แต่ยังเป็นเหมือนสรวงสวรรค์ของเหล่าโอตาคุอีกด้วย เนื่องจากเป็นแหล่งที่มีร้านจำหน่ายการ์ตูนอะนิเมะ (anime), มังงะ(manga), วิดีโอเกมส์, เกมส์ไพ่ และชุดของสะสมหายากมากมายหลายร้าน  โดยร้านโอตาคุเหล่านี้จะมีกระจายอยู่ทั่วไปสลับไปกับร้านขายเครื่องไฟฟ้าต่าง ๆ   

นอกจากร้านจำหน่ายสินค้าแนวอะนิเมะต่าง ๆ แล้ว ก็ยังมีคาเฟ่เมดที่ฮิตมาก ๆ ให้ได้เข้าไปลองสัมผัสบรรยากาศฟิน ๆ กันอีกด้วย  ภายในร้านเมดคาเฟ่นี้จะมีสาวเสิร์ฟน่ารัก ๆ ที่แต่งตัวเลียนแบบตัวการ์ตูนอะนิเมชั่นเรื่องต่าง ๆ  มาคอยให้บริการ รวมทั้งยังมีร้านอินเตอร์เน็ตที่มีบริการหนังสือการ์ตูนและสามารถดู DVDs ได้ด้วย ร้านดังที่สุดแล้วในย่านนี้ก็คือร้าน “Madarake Akihabara”

กินซ่า (Ginza) เป็นย่านแหล่งช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนม สินค้าหรูหรา ร้านอาหาร ในโตเกียว ตึกและร้านค้าในย่านนี้ตกแต่งหรูหรา บรรยากาศคล้ายเมืองในยุโรป มีแบรนด์ดังระดับโลกหลาย      แบรนด์ที่มาเปิดร้านอยู่ในย่านนี้ เช่น Giorgio Armani, Chanel, Carolina Herrera, Dior, Gucci, Louis Vuitton และยังมีร้าน Uniqlo สาขาใหญ่ที่สุดในโลก

ตั้งอยู่ในกินซ่า เนื่องจากว่าย่านกินซ่า เป็นย่านเศรษฐกิจและมีแหล่งช้อปปิ้งมากมาย  ราคาที่ดินในใจกลางกินซ่าจึงมีราคาแพงเป็นอันดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น  โดยมีมูลค่ามากถึง ตารางเมตรละ 10 ล้านเยน หรือ ประมาณ 3.0 ล้านบาท (ที่อัตราแลกเปลี่ยน 1 เยน : 0.30 บาท) เทียบกับบ้านเราแล้ว ย่านที่ราคาที่ดินแพงที่สุดคือสยามสแควร์ มีมูลค่าประมาณตารางเมตรละ 5.3 แสนบาท (ตารางวาละ 2.13 ล้าน ราคาที่ดินในปี 2560) ก็ยังห่างกับกินซ่าอยู่มาก

ประวัติความเป็นมาของกินซ่านั้น เริ่มตั้งแต่สมัย Edo ค.ศ. 1603 โชกุน Tokugawa Ieyasu ได้จัดตั้งหน่วยงานทำเหรียญกษาปณ์ในพื้นที่แห่งนี้ ซึ่งหน่วยงานนี้มีชื่อภาษาญี่ปุ่นว่า “Ginza”  หลังจากนั้นจึงมีการเรียกบริเวณนี้ว่า Ginza ในช่วงนั้นกินซ่าไม่ได้เป็นแหล่งช้อปปิ้งเหมือนปัจจุบัน มีเหตุการณ์ที่ทำให้กินซ่าเกิดความเปลี่ยนแปลงอยู่หลายครั้ง เช่นไฟไหม้ แผ่นดินไหวครั้งใหญ่  ในแต่ละครั้งก็มีการก่อสร้างขึ้นใหม่ ทำถนนกว้างขึ้น สร้างตึกใหม่ วางผังเมืองใหม่ และเริ่มมีการนำสินค้าชาติตะวันตกมาขายตั้งแต่ปี ค.ศ. 1872  สืบเนื่องมาถึงปัจจุบัน ทำให้ย่านนี้เป็นแหล่งรวมสินค้าต่างประเทศ

อ่านบทความอื่นที่เกี่ยวข้อง : ท่องเที่ยวต่างประเทศ ข่าวกีฬา