ท่องเที่ยวเมืองล้านนาตะวันออก น่าน

ท่องเที่ยวเมืองล้านนาตะวันออก น่าน จังหวัดน่าน หรือต้นกำเนิดของแม่น้ำน่าน เป็นจังหวัดที่มีความสงบ และมีความงดงามในด้านของวัฒนธรรมท้องถิ่น

สถานที่ ท่องเที่ยวเมืองล้านนาตะวันออก น่าน

กาแฟบ้านไทลื้อ อ.ปัว

กาแฟบ้านไทลื้อ เป็นสถานที่พักผ่อนชิลๆ จิบกาแฟเย็น ๆ ที่ร้านกาแฟนี้ ของบ้านลำดวน ร้านกาแฟสุดเก๋ไก๋ ใน อ.ปัว จ.น่าน ที่ล้อมรอบไปด้วยวิวสวยๆ ของทุ่งนาที่เขียวขจี แถมมีสะพานไม้ให้ได้เดินชมวิวทุ่งนา รับลมเย็นๆ ถ่ายรูปสวยๆ สั่งกาแฟหอมๆมานั่งเอนกายกับหมอนอิงผ้าทอบนเพิงไม้ไผ่ ก็ชิลได้อีก นอกจากกาแฟหอมแล้ว ที่นี่ก็ยังมีของฝากให้เลือกซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านอีกด้วย

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน เดิมเคยเป็นที่ประทับของเจ้าผู้ครองนครน่าน เรียกว่า หอคำ ภายในจัดมีการจัดแสดงศิลปะ โบราณวัตถุ ต่างๆ ประวัติศาสตร์ และชีวิตความเป็นอยู่ของชาวพื้นเมืองภาคเหนือ และชาวเขาเผ่าต่าง ๆ สิ่งสำคัญที่สุดคือ งาช้างดำ ที่มีสีน้ำตาลเข้มไปทางดำ ถือเป็นของคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดน่าน ด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์ มีซุ้มต้นลีลาวดี ที่ขึ้นเป็นแถวเรียงรายแผ่ขยายกิ่งก้านโค้งโน้มเอียงเข้าหากันกลายเป็นอุโมงค์ต้นไม้ ยิ่งใหญ่สวยงาม เรียกได้ว่า เป็นอีก 1 จุดแวะของจังหวัดน่าน ที่เมื่อมาถึงแล้วต้องได้มาถ่ายภาพสวยๆ

โฮงเจ้าฟองคำ

โฮงเจ้าฟองคำ ตั้งอยู่ที่ ถนนสุมนเทวราช ซอย 2 สร้างจากไม้สักหลังใหญ่สไตล์ล้านนา บ้านเก่าแก่ที่มีอายุเกือบ200ปี โฮงเจ้าฟองคำเป็นบ้านของเจ้าฟองคำ เชื้อสายของเจ้าอนันตวรฤทธิเดชเจ้าผู้ครองนครองค์ที่ 62 คำว่า โฮง เป็นคำพื้นเมืองล้านนา ที่หมายถึง คุ้ม หรือที่อยู่อาศัยของเจ้านายล้านนาไท โฮงเจ้าฟองคำเป็นบ้านไม้สักยกใต้ถุนสูง รูปแบบล้านนาโบราณ หลังคาทรงจั่วมุงด้วยกระเบื้องดินขอ ประกอบด้วยเรือน 4 หลัง แบ่งเป็นห้องต่างๆ ทั้งนอน ห้องรับแขก ห้องครัว ทั้งหมดเชื่อมต่อกันด้วยนอกชานและทางเดิน บันไดทางขึ้นบ้านอยู่ด้านหน้ามีหลังคาคลุม สำหรับไม้สักที่ใช้สร้างบ้านนั้น ใช้วิธีการผ่าและซ้อมถากด้วยขวานและมีด การประกอบตัวบ้านจึงไม่ได้ใช้ตะปู แต่จะใช้วิธีเจาะไม้และเข้าไม้โดยใช้สลักไม้ บริเวณหน้าบ้านมีบ่อน้ำ โดยบรรยากาศบ้านร่มรื่นด้วยไปด้วยต้นไม้

ตึกรังษีเกษม

ตั้งอยู่ที่ ถนนสุมนเทวราช อำเภอเมือง จังหวัดน่าน อยู่ในพื้นที่ของโรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา เป็นอาคารเก่าแก่สไตล์ตะวันตกยุคโคโลเนียล ที่มีอายุมากกว่า 100 ปี ก่อตั้งขึ้นราวๆ ปีพ.ศ. 2458 โดยคณะมิชชันนารีเพื่อเปิดเป็นโรงเรียนสำหรับสอนหนังสือตะวันตกแห่งแรกของเมืองน่าน เดิมมีชื่อว่า โรงเรียน เมริเอริสมิท บราวส์ ต่อมาสมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ ได้พระราชทานนามโรงเรียนใหม่ว่า โรงเรียนรังษีเกษม และกลายเป็นชื่อตึกรังสีเกษมในปัจจุบัน ซึ่งในอดีตตึกรังษีเกษมใช้เป็นห้องประชุม ห้องเรียนสำหรับเด็ก และเป็นที่ประกอบศาสนพิธีที่สำคัญนอกเหนือจากการเรียนการสอน เช่น พิธีแต่งงาน การประชุมใหญ่ พิธีแต่งตั้ง และสถาปนา

หอศิลป์ริมน่าน

เป็นหอแสดงงานศิลปะขนาดใหญ่ มีพื้นที่กว่า 13 ไร่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่าน เป็นแหล่งรวบรวมศิลปะ และวัฒนธรรมของจังหวัดน่าน ก่อตั้งและดำเนินการโดยศิลปินชาวน่าน วินัย ปราบริปู ศิลปินชาวน่านชื่อดัง ที่รักในศิลปะและต้องการสร้างหอศิลป์ เพื่อรวบรวมงานศิลปะจากมันสมองของศิลปินไทยร่วมสมัย ที่มีผลงานสร้างสรรค์ และเอกลักษณ์โดดเด่นเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป อีกทั้งยังมีการแสดงผลงานจิตรกรรมและประติมากรรมของคุณวินัย ในรูปแบบกึ่งนิทรรศการถาวรให้ได้ชมเกือบตลอดทั้งปี ในสภาพภูมิประเทศที่เป็นธรรมชาติ เพื่อให้คนที่มาเสพศิลปะแห่งนี้ ได้ความรู้สึกสบายใจและได้พักผ่อนไปด้วย

เฮือนฮอม

เป็นร้านอาหารเหนือรสชาติอร่อย บรรยากาศดี ราคาไม่แพง และเป็นร้านที่มีชื่อเสียง เฮือนฮอม ร้านอาหารเหนือสไตล์พื้นเมืองแท้ๆ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองน่าน ตรงข้ามวัดมิ่งเมือง เป็นที่ตั้งของศาลหลักเมืองน่าน ร้านนี้เจ้าของเดียวกับ น่านทัวร์ริ่ง บริษัททัวร์ที่จัดท่องเที่ยว เดินป่า ล่องแก่งน้ำว้า ที่ขึ้นชื่อของเมืองน่าน เมนูของร้านเฮือนฮอม มีให้เลือกหลากหลาย เมนูเด่นๆคือ ขนมจีนชุดใหญ่ มาพร้อมเคืองเคียง และน้ำแกงขนมจีนครบชุด ไม่ว่าจะเป็นน้ำเงี้ยว น้ำกะทิ และน้ำพริก อีกเมนูหนึ่งก็คือ ชุดน้ำพริกหนุ่ม แคมป์หมู ไส้อั่ว ผักลวก และเมนูอาหารเหนืออื่นๆ เช่น แกงแค แกงฮังเล ข้าวซอย

ร้านกาแฟสุดกองดี

สุดกองดี ตั้งอยู่ที่ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน เป็นคาเฟ่ต้นไม้บนระเบียงยกสูง มองเห็นวิวริมแม่น้ำน่าน บรรยากาศร่มรื่นไปด้วยต้นไม้แบบสุดๆ ชื่อของร้านมาจากที่ตั้งซึ่งตั้งอยู่สุดซอย ซึ่งสุดกองภาษาเหนือ แปลว่า สุดซอย นอกจากบรรยากาศสุดเลิศแล้ว ยังมีบริการอาหารและเครื่องดื่ม ในช่วงกลางวันเป็นคาเฟ่ที่มีเครื่องดื่มและเบอเกอรี่ขายไปจนถึงช่วงค่ำ ส่วนช่วงเย็นหากใครอยากมานั่งดื่ม สังสรรค์ริมน้ำ มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำหน่าย เพื่อสังสรรค์ รวมถึงอาหารกับแกล้มด้วย

ร้านของหวานป้านิ่ม

อีกหนึ่งร้านที่พลาดไม่ได้เมื่อมาน่าน เป็นร้านของหวานสไตล์ไทยเจ้าเก่า เปิดมานาน และได้รับความนิยมต่อเนื่อง มีตั้งแต่ไอศกรีมรสต่างๆ สลิ่มลอดช่องสิงคโปร์ รวมมิตรน้ำแข็งใส และอักมากมาย แต่ทีเด็ดของร้านป้านิ่ม อยู่ที่ไอศกรีมบัวลอยไข่หวาน บัวลอยหอมๆ นุ่มๆ ไม่มัน และไม่หวานจนเกินไป อร่อยถูกใจแน่นอน

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ Https://pizzaandfooditalia.com

เกมสนุกแถบได้ตัง : SlotxoSlotxo PGSLOTGAME , PGSLOT

สนับสนุนโดย : SLOTXO,UFABET,UFABET ,UFABET,UFABET

ไหว้พระ เมืองน่าน

ไหว้พระ เมืองน่าน จังหวัดน่าน หรือต้นกำเนิดของแม่น้ำน่าน เป็นจังหวัดที่มีความสงบ และความงดงามในด้านของวัฒนธรรมท้องถิ่น

สถานที่ ไหว้พระ เมืองน่าน

วัดพระบรมธาตุแช่แห้ง

วัดพระบรมธาตุแช่แห้ง ตั้งอยู่ที่ กิ่งอำเภอภูเพียง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 2 กม. พระบรมธาตุแช่แห้งปูชนียสถานที่สำคัญของเมืองน่าน มีอายุกว่า 600 ปี สิ่งที่โดดเด่นของที่นี่คือ เจดีย์วัดพระธาตุแช่แห้ง ที่มีสีเหลืองอร่าม เนื่องจากบุด้วยแผ่นทองเหลือง งดงามตามแบบล้านนาไทย ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ชาวเมืองล้านนามีความเชื่อกันว่า การได้เดินทางไปสักการบูชากราบไหว้นมัสการองค์พระธาตุแซ่แห้ง หรือชาวล้านนาเรียกว่า การชูธาตุ จะทำได้รับอานิสงค์อย่างแรงกล้า ทำให้ชีวิตอยู่ดี มีสุข ปราศจากโรคภัยต่างๆ ที่มาเบียดเบียน หน้าที่การงานเจริญก้าวหน้าดีขึ้นเรื่อยๆ

วัดภูมินทร์

วัดแห่งนี้ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวของเมืองน่าน ที่เรียกว่ามาน่านแล้วไม่มาที่นี่ ก็จะเรียกว่ามาไม่ถึงเช่นกัน ณ วัดภูมินทร์ วัดชื่อดังซึ่งเป็นมีภาพวาดฝาผนัง ปู่ม่าน ย่าม่าน กระซิบรักบรรลือโลก เป็นภาพวาดที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของน่าน ความสวยแปลกตาของวัดภูมินทร์ที่ไม่เหมือนใคร เป็นหนึ่งเดียวในประเทศไทยอีกหนึ่งอย่างคือ มีพระอุโบสถทรงจตุรมุขที่มีบันไดนาคทั้งสี่ทิศ ข้างในประดิษฐานพระประธานจตุรพักตร์ 4 ด้าน ไม่ว่าจะเดินขึ้นบันไดทิศไหน ก็จะได้พบกับพระพักตร์ของพระพุทธรูปทุกด้าน

วัดพระธาตุเขาน้อย

วัดพระธาตุเขาน้อย ตั้งอยู่ที่ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ความงดงามของวัดพระธาตุเขาน้อย คือ องค์พระธาตุที่ตั้งอยู่บนยอดดอยเขาน้อย สามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบของตัวเมืองน่านได้สุดสายตา ปัจจุบันบริเวณลานชมทิวทัศน์ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีน่าน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางประทานพร บนฐานดอกบัวสูง 9 เมตร บนยอดพระเกศาทำจากทองคำแท้ มีน้ำหนักถึง 27 บาท เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระตกได้อย่างงดงาม ในยามเช้าของบางวัน ก็จะสามารถมองเห็นสายหมอกบางๆ ที่ปกคลุมอยู่เบื้องล่างอีกด้วย

วัดมิ่งเมือง

วัดมิ่งเมือง ตั้งอยู่ที่ ถนนสุริยพงศ์ใกล้กับร้านเฮือนฮอม เป็นเป็นที่ประดิษฐานเสาหลักเมืองของจังหวัดน่าน สิ่งที่งดงามโดดเด่นของวัดมิ่งเมืองแห่งนี้ ที่ทำให้ผู้พบเห็นต้องอึ้ง คือ ลวดลายปูนปั้นที่ผนังด้านนอกของพระอุโบสถ ที่มีความสวยงามวิจิตรบรรจงมากๆ เป็นฝีมือตระกูลช่างเชียงแสน มีความวิจิตรงดงามมากมายจริงๆ ส่วนภายใน ยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง ที่แสดงให้เห็นวิถีชีวิตของชาวเมืองน่านอีกด้วย

วัดศรีพันต้น

วัดศรีพันต้น มีความโดดเด่นคือ มีวิหารที่สวยงามตั้งเด่นเป็นสง่าสีทองระยิบระยับ เป็นอีกวัดหนึ่งในจังหวัดน่านที่มีจิตรกรรมปูนปั้นที่สวยงาม โดยเฉพาะพญานาคเจ็ดเศียรเฝ้าบันได ซึ่งดูอ่อนโยนมีชีวิตชีวา ปั้นแต่งโดยช่างชาวน่าน ภายในวิหารได้มีการเขียนภาพลายเส้น เป็นประวัติของพระพุทธเจ้า และประวัติการกำเนิดเมืองน่าน โดยช่างชาวน่าน เป็นภาพเขียนลายเส้นลงสีธรรมชาติสวยงาม และทรงคุณค่าอย่างยิ่ง

วัดบ่อแก้ว

ตั้งอยู่ที่ บ้านบ่อแก้ว ตำบลบ่อแก้ว อำเภอนาหมื่น ความโดดเด่นของที่นี่ คือ เป็นวัดที่สร้างด้วยศิลปะแบบล้านนา พระอุโบสถมีสีขาวทั้งหลัง งดงามวิจิตรด้วยลวดลายแกะสลักปูนปั้น ประดับกระจกสีต่างๆ ด้านหลังวัดสามารถมองเห็นวิวของทุ่งนาที่เขียวขจี บริเวณทางเข้ามีเสาสีขาวเรียงรายไปตลอดทั้งสองฝั่ง ปลายเสาเป็นรูปปั้นหงส์ติดโคมไฟไว้สำหรับเปิดในยามค่ำคืน

วัดบ้านต้นแหลง 

เป็นวัด ที่ได้แสดงถึงความงดงามของวัฒนธรรมไทลื้อ ที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน ลักษณะของวิหารทรงตะคุ่มหลังคาลาดต่ำซ้อนกัน ๓ ชั้น ซึ่งคล้ายกันกับบ้านเรือนแบบเดิมของชาวไทลื้อ แถบสิบสองปันนา ประตูทางเข้าตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก ด้านหน้ามีสิงห์ปั้นคู่นั่งเฝ้าอยู่ หลังคาวิหารซ้อนลดหลั่นสามชั้น มุงด้วยไม้แป้นเกล็ด ลักษณะเด่นของวิหารแห่งนี้ คือมีหน้าต่างขนาดเล็กและแคบ ทำให้แสงเข้าได้น้อยมาก บรรยากาศภายในมืดสลัว แต่ก็ยังสามารถมองเห็นองค์พระประธานที่สุกสว่าง ซึ่งน้อมนำให้เกิดศรัทธา และวัดต้นแหลงได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์สถาปัตยกรรมไทยล้านนา ที่สมควรได้รับการเผยแพร่ ประปี 2552 ประเภทอาคารทางศาสนาจากสมาคมสถาปนิกสยามฯอีกด้วย

วัดพระธาตุเบ็งสกัด

ความสำคัญของวัดแห่งนี้ นอกจากชมวิหารเก่าแก่ตามสไตล์ล้านนาแล้ว ยังมีองค์พระเจดีย์ที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งถือเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวชุมชน เป็นสถาปัตยกรรมของช่างน่าน วัดตั้งอยู่บนเนินสูง สามารถมองเห็นหมู่บ้านที่อยู่เบื้องล่าง ด้านหลังเป็นเนินเขาสูง หากมาช่วงฤดูฝน จะมองเห็นนาข้าวเขียวขจีของหมู่บ้านแห่งนี้ยังเบื้องล่าง

วัดร้องแง 

วัดแห่งนี้ เป็นวัดโบราณของอำเภอปัว มีวิหารเก่าแก่ โดดเด่นและงดงามด้วยวิหารศิลปะไทยลื้อ โดยได้ขึ้นทะเบียนเป็นวัดเก่าแก่ของเมืองน่าน ลักษณะของวิหารหน้าบันเป็นลายพันพฤกษา มีหลังคาคลุมต่ำ วัดร้องแงได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี เป็นรางวัลอาคารอนุรักษ์ศิลปะ สถาปัตยกรรมดีเด่น ประเภทปูชนียสถาน และวัดวาอาราม โดยสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ และได้รับรางวัล อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 7 ประเภทแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมดีเด่นอีกด้วย

วัดปรางค์

วัดปรางค์ ตั้งอยู่ที่ อำเภอปัว จังหวัดน่าน สิ่งที่น่าสนใจในวัดนี้ที่ทำให้ผู้คนหลั่งไหลมาชมคือ ต้นดิกเดียม ต้นไม้มหัศจรรย์ ผิดธรรมชาติ แค่เห็นเป็นต้นไม้หันหลังให้แดด แต่หันหน้าเข้าวัดก็แปลกเหลือหลายอยู่แล้ว แต่ใครจะเชื่อว่าต้นไม้ประหลาดต้นนี้ เป็นต้นอารมณ์ขัน ใบไม้จะไหวสั่นทุกครั้งที่ถูกคนสัมผัส จนได้รับแต่งตั้งให้เป็น 1 UNSEEN THAILAND

วัดศรีมงคล

ตั้งอยู่ที่ ตำบลยม อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน เป็นวัดเก่าแก่ที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสี มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2395 พระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของวัดนี้คือ หลวงปู่ก๋ง ด้านหลังวัดมีลานชมวิว ซึ่งมีทัศนียภาพที่งดงาม มองเห็นทุ่งนาเขียวขจี และทิวเขาของดอยภูคาเรียงรายสลับซับซ้อน บริเวณนาข้าวมีที่พักและร้านกาแฟฮักน่าน มีสะพานไม้ไผ่เชื่อมจากตัววัด ที่สามารถลงไปเดินเล่นถ่ายภาพได้ โดยทางวัดได้จัดทำเป็นซุ้มและจุดชมวิวให้ถ่ายภาพหลายจุด รวมถึงร้านกาแฟบรรยากาศไทยๆ ให้พักผ่อนหย่อนใจ ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจ ทั้งวิหารหลวงที่มีภาพจิตรกรรมฝาผนังอันงดงาม โดยเลียนแบบการวาดของหนานบัวผัน จิตรกรชาวน่านเชื้อสายไทลื้อ ซึ่งวาดภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วัดภูมินทร์ และวัดหนองบัวของจังหวัดน่าน รวมถึงพิพิธภัณฑ์มงคลธรรมรังสี ซึ่งรวมรวมของโบราณต่างๆให้ได้ชม

วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร

วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหารแห่งนี้ ตั้งอยู่ตรงข้ามพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุไว้ภายใน นับเป็นปูชนียสถานสำคัญ เป็นเจดีย์ที่ได้รับอิทธิพล ทางด้านศิลปะสุโขทัย จากเจดีย์ทรงลังกา สิ่งที่โดดเด่น คือเจดีย์ช้างค้ำ ซึ่งเป็นศิลปสมัยสุโขทัย อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 20 รอบเจดีย์มีรูปปั้นช้างปูนปั้น เพียงครึ่งตัว ประดับอยู่โดยรอบ นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปทองคำปางลีลา คือพระพุทธนันทบุรี ศรีศากยมุนี ซึ่งเป็นทองคำ 65 % มีความสูงถึง 145 เซนติเมตร

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ Https://pizzaandfooditalia.com

เกมสนุกแถบได้ตัง : PGSLOTGAME , PGSLOT

สนับสนุนโดย : SLOTXO,UFABET,UFABET ,UFABET,UFABET

เช็คอินวันหยุด ที่สมุทรปราการ

เช็คอินวันหยุด ที่สมุทรปราการ จังหวัดที่เป็นเมืองปากน้ำ อยู่ใกล้กรุง จังหวัดเก่าแก่ ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่มากมาย

สถานที่ เช็คอินวันหยุด ที่สมุทรปราการ

เมืองโบราณ สมุทรปราการ

สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ จะพาเราย้อนกลับไปในอดีต ภายในมีเมืองโบราณจำลอง ได้เรียนรู้วิถีชีวิตการเป็นอยู่ของคนในสมัยก่อน รวมไปถึงมีกิจกรรมต่างๆ ให้ทำอีกมากมาย มีตลาดน้ำ นั่งรถราง ไหว้พระ และปั่นจักรยาน มีตลาดนัด ตลาดบก ทุกวันเสาร์ และวันอาทิตย์ต้นเดือน ภายในตลาดบก มีสินค้าหลากหลาย มีทั้งงานแฮนด์เมด งานประดิษฐ์ หัตถกรรม ของเล่นโบราณ ของใช้ ของฝาก อาหาร เครื่องดื่ม ที่ได้คัดสรรมาให้ท่านได้เลือกซื้อ เลือกรับประทานหลากหลาย กับบรรยากาศตลาดนัดโบราณ วันวานที่ยังมีชีวิต และพลาดไม่ได้สำหรับคนรักสุนัข มีการสาธิตการฝึกสุนัขแสนรู้อีกด้วย

พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เป็นที่เก็บรักษาศิลปวัตถุ มรดกทางวัฒนธรรมด้านต่างๆ เพื่อสืบสานและอนุรักษ์งานศิลป์ไทย เรียนรู้ศิลปะ และศาสนา ที่ส่งเสริมให้คนในสังคมสมัยใหม่ ได้รู้จักหลักแห่งศาสนาทั้ง 4 ด้วยเจตนารมณ์ และอุดมคติของ คุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ซึ่งต้องการถ่ายทอดและปลูกฝังด้วยจิตวิญญาณของนักปราชญ์ เพื่อให้มนุษย์ร่วมโลกได้ มีโอกาสเข้าถึงศิลปะและศาสนา อันเป็นรากฐานของอารยธรรมไทย

สถานตากอากาศบางปู

สถานตากอากาศบางปูแห่งนี้ เป็นบริเวณที่เป็นป่าชายเลน ที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีการอนุรักษ์ให้อยู่ในสภาพที่ดี เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ และแหล่งอาศัยของนกหลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนกนางนวล ที่อพยพหนีหนาวจากไซบีเรีย มาในช่วงต้นฤดูหนาวของทุกปี โดยมีจำนวนนกไม่ต่ำกว่า 5,000 ตัวในแต่ละปี และมีจำนวนนกกว่า 200 ชนิด ที่อาศัยอยู่ ณ ที่แห่งนี้

บางกระเจ้า

บางกระเจ้า หรือ เกาะสีเขียว ที่แห่งนี้มีพื้นที่มากถึง 11,000 ไร่ โอบล้อมไปด้วยแม่น้ำเจ้าพระยา และได้รับการยกย่องให้เป็นปอดของกรุงเทพ และ Best Urban Oasis of Asia จากนิตยสารไทม์ โดยนักท่องเที่ยว สามารถข้ามเกาะไปปั่นจักรยาน ดูนก ดูป่าชายเลน และสัมผัสกับธรรมชาติ และสูดอากาศบริสุทธิ์ได้

ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ

เป็นฟาร์มจระเข้แห่งนี้ เป็นฟาร์จรเข้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพาะเลี้ยงจระเข้เอาไว้กว่า 60,000 ตัว ไฮไลท์ของที่นี่ คือการโชว์จับจระเข้ด้วยมือเปล่า การแสดงของช้างแสนรู้ การแสดงละครลิง และยังมีสัตว์อื่น ๆ ให้เดินดูอีก เช่น ชะนี งูเหลือม งูหลาม เต่า นก อูฐ ฮิปโปโปเตมัส รวมถึงมีพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ ซึ่งด้านในได้มีการจัดแสดงกระดูก และหุ่นจำลองของไดโนเสาร์

วัดอโศการาม

วัดอโศการามแห่งนี้ เดิมเรียกว่า นาแม่ขาว เจ้าของที่ดิน ได้ถวายที่ดินให้สร้างวัดเนื้อที่ประมาณ 53 ไร่ คำว่า ภายในวัด ยังมีสิ่งที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น พระธุตังคเจดีย์ เป็นพระเจดีย์สีขาวหมู่รวม 13 องค์ ทุกองค์ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ บรรจุไว้ในผอบทอง เงิน และนาก

บางกอก ทรี เฮ้าส์

เป็นที่พักแนว Eco ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ทำให้ได้อยู่กับบรรยากาศที่เงียบสงบ และใกล้ชิดกับธรรมชาติสุดๆ ใครจะคิดว่ามีที่พักแบบนี้อยู่ใกล้กรุงเทพฯ ด้วย การตกแต่งของที่นี่จะมาจากธรรมชาติ ส่วนใหญ่จะใช้ไม้ไผ่แทบทั้งหมด ผลิตภัณฑ์ก็ออกแนวออร์แกนิค รวมไปถึงการใช้พลังงานแสงอาทิตย์เข้ามาช่วยทดแทนบางส่วน นอกจากจะเป็นที่พักแล้ว ที่ตั้งของ บางกอก ทรี เฮ้าส์ ยังอยู่ไม่ไกลจากบางกระเจ้า นักท่องเที่ยวสามารถปั่นจักรยานไปทานของอร่อยๆได้อีกด้วย

วัดพระสมุทรเจดีย์ 

หรือพระเจดีย์กลางน้ำ เป็นปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมือง มีองค์เจดีย์สีขาวโดดเด่น ที่ปลายยอดคาดด้วยผ้าสีแดงตัดกับสีขาว ผู้คนทั่วไปจะเรียกกันว่า พระเจดีย์กลางน้ำ เนื่องจากบริเวณที่ก่อสร้างพระสมุทรเจดีย์แต่เดิม เป็นเกาะที่มีน้ำล้อมรอบ ต่อมาชายตลิ่งฝั่งขวาของแม่น้ำตื้นเขินงอกออกมา เชื่อมติดกับเกาะอันเป็นที่ตั้งพระเจดีย์ ใกล้กับองค์พระเจดีย์ คือ วิหารหลวง ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระปางห้ามสมุทร และพระปฏิมาชัยวัฒน์ เป็นพระพุทธรูปประจำวิหาร เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้บูชา ด้านหลังเป็นลานกว้างสำหรับนั่งเล่น และชมวิวริมน้ำ

วัดบางพลีใหญ่  

เป็นวัดที่มีประวัติยาวนาน และมีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของอำเภอบางพลี เป็นวัดที่ใช้ประดิษฐานหลวงพ่อโต ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยปางมารวิชัยและเป็นหนึ่งในพระสามพี่น้อง ข้างพระอุโบสถหลวงพ่อโต มีรูปหล่อจำลองหลวงพ่อวัดดังมากมายให้สักการะ เช่น หลวงพ่อโสธร หลวงพ่อวัดบ้านแหลม หลวงพ่อโตวัดป่าเลไลย์ หรือจะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็มีให้บูชามากมาย เช่น บูชาราหูล เจ้าแม่กวนอิม หมอชีวกโกมารภัจจ์ ศาลพระพรหม ตลอดจนการทำสังฆทาน

วัดทรงธรรมวรวิหาร

วัดทรงธรรมวรวิหาร คือหนึ่งในพระอารามหลวงชั้นโท ซึ่งสร้างขึ้นพร้อมการถือกำเนิดของเมืองนครเขื่อนขันธ์ ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 โดยมีพระรามัญเจดีย์ 3 ชั้นองค์ใหญ่ ประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่างๆ สร้างพระอุโบสแบบก่ออิฐถือปูน โดดเด่นด้วยเสาทรงกลมเรียงเป็นคู่ๆ นับได้รวมถึง 56 ต้น ด้านในประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยสมัยสุโขทัยในกรอบไม้แกะสลักศิลปะมอญ ทั่วพระอุโบสถตกแต่งภาพจิตรกรรมพุทธประวัติ และพระเวสสันดรชาดกบนผนัง ส่วนบนเพดานประดับภาพเขียนมอญ 2 ภาพ นับเป็นแหล่งรวมศิลปะมอญชั้นสูง ที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ และงดงามหาดูได้ยากแห่งหนึ่งในประเทศไทย

ตลาดโบราณบางพลี 

ตั้งอยู่ติดกับวัดบางพลีใหญ่ เป็นตลาดเก่าแก่ริมน้ำ ที่ขนานไปกับสองฝั่งคลอง ตลาดเปิดทุกวัน ภายในตลาด เป็นห้องแถวบ้านเรือนไม้โบราณ ให้อารมณ์แบบย้อนยุค เพราะตลาดแห่งนี้มีอายุกว่า 150 ปี ที่นี่เป็นตลาดเล็กๆ ให้ความรู้สึกถึงความดั้งเดิมของบ้านเรือนไม้เก่าแก่ที่แทบไม่ได้ปรุงแต่ง เป็นชาวบ้านขายของจริงๆ ข้าวของที่ขายส่วนใหญ่ ก็เป็นสินค้าข้าวของเครื่องใช้แบบท้องถิ่นดั้งเดิม โดยจะมีร้านขายเครื่องสังฆทานมากเป็นพิเศษ เพราะอยู่ติดกับวัด

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ Https://pizzaandfooditalia.com

เกมสนุกแถบได้ตัง : Slotxo PGSLOTGAME , PGSLOT

สนับสนุนโดย : SLOTXO,UFABET,UFABET ,UFABET,UFABET

แหล่งโบราณสถาน

ในประเทศไทยมี แหล่งโบราณสถาน ที่สร้างด้วยฝีมือของมนุษย์ ในอดีตอยู่มากมาย ซึ่งในปัจจุบัน สถานที่เหล่านี้ มีคุณค่าทางศิลปะ ประวัติศาสตร์ และโบราณคดีเป็นอย่างมาก

10 แหล่งโบราณสถาน ที่สำคัญของไทย

1. วัดพระศรีสรรเพชญ 

วัดสวยงามกับเจดีย์ทรงลังกา 3 องค์ใหญ่อลังการ สะดุดตาแก่ผู่ที่เดินทางมาพบเห็น วัดพระศรีสรรเพชญ์ หรือ วัดพระศรีสรรเพชญ เป็นอดีตวัดหลวงประจำพระราชวังโบราณ อยุธยา ตั้งอยู่ที่ ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จุดสำคัญของที่นี่คือ เจดีย์ทรงลังกา จำนวนสามองค์ที่วางตัวเรียงยาว วัดพระศรีสรรเพชญ์ เป็นวัดประจำวัง ที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา จึงกลายเป็นต้นแบบของ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา

2. วัดมหาธาตุ

วัดแห่งนี้ เป็นวัดนี้มีชื่อเสียงจาก เศียรพระพุทธรูปหน้าวิหารเล็ก ที่ปกคลุมด้วยรากไม้ใหญ่มานานหลายร้อยปี สร้างความอัศจรรย์ให้ผู้พบเห็นเป็นยิ่งนัก เพราะมีความขลัง ลึกลับน่าค้นหา ราวกับว่ามีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ วัดมหาธาตุ เป็นวัดที่เก่าแก่และมีประวัติที่ไม่แน่ชัด บางบอกปี พ.ศ. 1917 บางบอกปี พ.ศ. 1927 ใช้เวลาก่อสร้างไปเป็นจำนวนมากในสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม วัดนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุใจกลางพระนคร และเป็นที่พำนักของสมเด็จพระสังฆราชฝ่ายคามวาสีอีกด้วย วัดแห่งนี้จึงได้รับการก่อสร้างและดูแลตลอดเวลาจวบจนถูกทำลายลงหลังเสียกรุงครั้งที่ 2

3. วัดราชบูรณะ

เป็นวัดที่โด่งดัง และมีชื่อเสียงจากการลักลอบขุดกรุพระเครื่องในองค์พระปรางค์ การค้นพบกรุเมื่อปี พ.ศ. 2499 วัดราชบูรณะ สร้างขึ้นในรัชสมัยของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 กรมศิลปากรเคยได้เข้ามาขุดกรุวัดราชบูรณะแห่งนี้ ปรากฏว่าพบสิ่งของกว่า 2000 รายการ พระพิมพ์กว่า แสนองค์ ทองคำหนักกว่า 100 กิโลกรัม ซึ่งปัจจุบัน ได้นำของเหล่านี้ไปเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา

4. วัดไชยวัฒนาราม

เป็นวัดที่มีความสวยงาม อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยาวนานอีกด้วย เดิมเป็นวัดเก่าแก่สมัยอยุธยาตอนปลายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตั้งอยู่ที่ ต.บ้านป้อม อ.เมือง จ.พระนครศรีอยุธยา สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าปราสาททอง พ.ศ. 2173 พระองค์ได้สร้างวัดไชยวัฒนาราม เพื่ออุทิศผลบุญนี้ให้กับพระราชมารดา และสร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์ แห่งชัยชนะเหนือเขมรด้วย จึงทำให้มีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมส่วนหนึ่ง มาจากปราสาทนครวัด

5. วัดใหญ่ชัยมงคล 

วัดนี้ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1900  จุดเด่นของวัดแห่งนี้ คือเจดีย์องค์ใหญ่ ที่เชื่อกันว่า ได้รับการปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ภายในได้มีการค้นพบชัยมงคลคาถาบรรจุอยู่ ภายในพระอุโบสถ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชัยมงคล พระประธานที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของวัด ที่สมเด็จพระนเรศวรทรงให้สร้างพระเจดีย์ใหญ่ขึ้น ชื่อว่า พระเจดีย์ชัยมงคล ประมาณ พ.ศ. 2135 มีความสูง 1 เส้น 1 วา เป็นเจดีย์ ที่สูงที่สุดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยามาจนทุกวันนี้ และยังเป็นที่ประดิษฐานศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2544 อีกด้วย

6. อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง

ปราสาทพนมรุ้ง เป็นปราสาทหินที่สร้างด้วยหินทรายสีชมพู สวยงามด้วยการแกะสลักลวดลายรูปเทพเจ้า และเรื่องราวทางศาสนา สร้างขึ้นเนื่องในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย ซึ่งนับถือพระศิวะเป็นเทพเจ้าสูงสุด ดังนั้น เขาพนมรุ้งจึงเปรียบเสมือนภูเขาไกรลาสที่ประทับของพระศิวะ ที่นี่มีปรากฏสำคัญทางธรรมชาติเกิดขึ้น 4 ครั้งต่อปี คือ เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นและตก จะส่องแสงลอดประตูทั้ง 15 บาน เป็นความอลังการ ที่ผสมผสานระหว่างธรรมชาติกับภูมิปัญญาของบรรพชน

7. ปราสาทเมืองสิงห์

อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ ตั้งอยู่ที่ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เป็นเมืองโบราณขอมแห่งเดียวของเมืองกาญจน์ ที่ยังคงเหลือถึงปัจจุบัน ซึ่งมีอายุกว่า 800 ปี ปราสาทนี้ ถูกสร้างขึ้นมาในสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มหาราชองค์สุดท้ายของกัมพูชาโบราณ (อาณาจักรขอม) เป็นหัวเมืองชั้นนอก คอยควบคุมดูแลเส้นทางการค้าที่เชื่อมระหว่างอินเดียกับสุวรรณภูมิ หลังจากที่อาณาจักรขอมล่มสลาย ในศตวรรษที่ 19 ที่แห่งนี้ก็ถูกทิ้งร้างผุพัง จนเป็นอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

8. อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย 

เป็นอีกหนึ่งมรดกโลก ทางวัฒนธรรม ที่น่าตื่นตาด้วยโบราณสถานและโบราณวัตถุทั้งหมด 215 แห่ง และสำรวจค้นพบแล้ว 204 แห่ง เช่น วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ หรือ วัดพระบรมธาตุเมืองเชลียง หรือเรียกอีกชื่อว่า วัดพระปรางค์ วัดช้างล้อม ที่โดดเด่นด้วยเจดีย์ประธานทรงลังกา ซึ่งมีช้างปูนปั้นเต็มตัว ยืนหันหลังแยกออกจากผนัง ล้อมรอบฐานเจดีย์ จำนวน 39 เชือก และ กุฏิพระร่วงพระลือ หรือ ศาลพระร่วงพระลือ

9. อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย

ภายในอุทยาน เป็นที่ตั้งของพระราชวัง ศาสนสถาน โบราณสถาน โดยมีคูเมือง กำแพงเมือง และประตูเมืองโบราณ ล้อมรอบอยู่ในรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส ซึ่งภายใน ยังเหลือร่องรอยพระราชวัง และวัดอีก 26 แห่ง เช่น วัดชนะสงคราม วัดตระพังเงิน วัดศรีสวาย วัดศรีชุม วัดสะพานหิน ทำนบพระร่วง เนินปราสาทพระร่วง รวมไปถึงพระพุทธรูปโบราณขนาดใหญ่

10. อุทยานประวัติศาสตร์ปราสาทหินพิมาย 

เป็นปราสาทขอม ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองไทย สันนิษฐานว่า สร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 ตัวปราสาทหันหน้าไปทางทิศใต้ ต่างจากปราสาทอื่นๆ ที่หันไปทางทิศตะวันออก มีแบบแปลนเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ล้อมรอบไปด้วยคูน้ำ มีประตูเมืองทั้ง 4 ทิศ ภายในอุทยานแบ่งเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือส่วนของโบราณสถาน เช่น สะพานนาคราช ประติมากรรมรูปสิงห์ ระเบียงคด ปรางค์ประธาน ปรางค์พรหมทัต ปรางค์หินแดง และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ซึ่งจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับความเจริญรุ่งเรือง ของวัฒนธรรมอีสานในอดีต และโบราณวัตถุศิลปะวัตถุที่ขุดค้นพบ

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ Https://pizzaandfooditalia.com

เกมสนุกแถบได้ตัง : Slotxo PGSLOTGAME , PGSLOT

สนับสนุนโดย : SLOTXO,UFABET,UFABET ,UFABET,UFABET

ที่เที่ยวยอดฮิต สมุทรสาคร

ที่เที่ยวยอดฮิต สมุทรสาคร สมุทรสาครเป็นจังหวัดที่อยู่ริมชายฝั่งทะเล ใกล้กรุง ฟินไปกับบรรยากาศของสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ที่จะทำให้วันหยุดได้ผ่อนคลายแน่นอน

10 ที่เที่ยวยอดฮิต สมุทรสาคร

1. วัดโคกขาม

วัดโคกขาม ตั้งอยู่ที่ ตำบลบ้านเกาะ อำเภอเมืองสมุทรสาคร เป็นวัดเก่าแก่ ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา มีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย เช่น พระอุโบสถหลังเก่าที่ด้านหน้ามีพระเจดีย์เก่าที่ได้รับการบูรณะซ่อมแซมแล้ว สถาปัตยกรรมการก่อสร้างศิลปะแบบอยุธยา ลวดลายการแกะสลักไม้ที่หน้าบันมีความงดงาม นอกจากนี้ ที่นี่ยังเก็บโบราณวัตถุที่เล่ากันว่าเกี่ยวกับเรื่องของพันท้ายนรสิงห์ไว้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ชิ้นส่วนของเรือพระที่นั่งเอกชัย และศาลเพียงตาของเดิม หลวงพ่อสัมฤทธิ์ พระพุทธสิหิงค์ ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งในประเทศไทยมีพระพุทธสิหิงค์เพียง 4 องค์เท่านั้น

2. วัดใหญ่จอมปราสาท

วัดใหญ่จอมปราสาท เป็นวัดเก่าแก่ ที่มีอายุกว่า 400 ปี สันนิษฐานว่าวัดแห่งนี้ สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา ภายในวัดมีโบราณสถานที่สำคัญ คือ พระวิหารเก่าแก่ก่ออิฐถือปูนฐานแอ่นโค้งคล้ายท้องเรือสำเภา มีการประดับลวดลายปูนปั้นที่ซุ้มประตูและหน้าต่าง นอกจากนี้ยังมีงานแกะสลักไม้ที่บานประตู และหน้าต่างของพระอุโบสถ เป็นลายพันธุ์พฤกษา ต้นไม้ ภูเขา รูปสัตว์ และบุคคล ซึ่งสลักเป็นศิลปะแบบจีน เป็นลวดลายแกะสลักลึกเข้าไปในเนื้อไม้ที่มีความงดงามมาก

3. วัดโกรกกราก

วัดโกรกกราก ตั้งอยู่ที่ ริมแม่น้ำท่าจีน ตำบลโกรกกราก อำเภอเมือง สมุทรสาคร เป็นวัดเก่าแก่มีอายุเกือบ 200 ปี เริ่มมีปรากฏชื่อวัดครั้งแรก เมื่อเรือพระที่นั่ง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จอดเทียบท่าวัดโกรกกรากครั้งเสด็จประพาสต้นจากบางปะอิน ไปยังเพชรบุรี สิ่งที่น่าสนใจของวัดโกรกกรากแห่งนี้คือ พระประธานในอุโบสถนอกจากจะมีพุทธลักษณะงดงามแล้ว ยังแปลกไปจากพระพุทธรูปที่พบเห็นทั่วไป คือการสวมแว่นดำ

4. วัดนางสาว 

วัดนางสาว ตั้งอยู่ที่ อำเภอกระทุ่มแบน ความน่าสนใจของวัดแห่งนี้อยู่ที่พระอุโบสถ ซึ่งมีลักษณะพิเศษที่หาชมได้ยากมากในประเทศไทย โดยเป็นโบสถ์ที่มีฐานโค้งเป็นรูปเรือ สำเภาก่ออิฐ มีประตูเข้าออกเพียงประตูเดียว ไม่มีหน้าต่าง ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า โบสถ์มหาอุด หลังคามุงกระเบื้องดินเผาแบบเก่า ขื่อด้านบนใช้ไม้ซุงทั้งต้น มีเสมาหินทรายคู่ขนาดเล็กเรียงรายอยู่โดยรอบ ซึ่งปัจจุบันพระอุโบสถมหาอุด หลงเหลืออยู่น้อยมาก ในประเทศไทย นับเป็นศาสนสถานโบราณที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์เป็ยอย่างยิ่ง

5. ศาลาพระกลางน้ำ

ศาลาพระกลางน้ำ ตั้งอยู่ที่ ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมือง เป็นอีกสถานที่ของจังหวัดสมุทรสาคร ที่น่าสนใจ ศาลาพระกลางน้ำแห่งนี้ ได้สร้างขึ้นเมื่อปี 2541 เดิมเป็นศาลาไม้ไผ่ที่ชาวบ้านเอาไว้ใช้เฝ้าหอยแมลงภู่ และสังเกตคุณภาพของน้ำ แต่ภายหลังได้เกิดภัยธรรมชาติ ทำให้ศาลาพังทลายลงมา จึงได้มีการบูรณะใหม่ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ภายในเป็นที่ประดิษฐานของ พระพุทธมหาสมุทร  แต่ปัจจุบันโบสถ์ทางขึ้นขาด จึงไม่สามารถขึ้นได้ซึ่งทางจังหวัดกำลังอยู่ในช่วงสร้างสะพานใหม่เชื่อมต่อไปยังโบสถ์ใหม่ แต่นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือไปชมวิวทะเล และศาลาพระกลางน้ำได้

6. ศาลพันท้ายนรสิงห์

ศาลพันท้ายนรสิงห์ สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความซื่อสัตย์แก่พันท้ายนรสิงห์ ผู้ซึ่งเป็นนายท้ายเรือที่จงรักภักดี บริเวณศาลพันท้ายนรสิงห์ ยังมีซากเรือโบราณ ที่สร้างจากไม้ตะเคียนขนาดใหญ่เพียงต้นเดียว ซึ่งมีอายุถึงราว 300 ปี ชาวบ้านแถบนี้เชื่อว่า เรือลำนี้อาจเป็นเรือในขบวนเสด็จ หรืออาจเป็นเรือลำเลียงทหารในอดีต

7. ตลาดริมคลองพ่อพันท้ายนรสิงห์

ตลาดริมคลองพ่อพันท้ายนรสิงห์ ตั้งอยู่ที่ ตำบล พันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมือง สมุทรสาคร ตลาดตั้งอยู่ริมคลองและมีต้นโกงกางปกคลุม บ่งบอกความเป็นเมืองริมฝั่งทะเล มีความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลน บรรยากาศของตลาดตกแต่งแบบสไตล์พื้นบ้าน  มีร้านค้ากว่า 200 ร้าน ซึ่งตลาดแห่งนี้ เปิดทำการ ทุกวันเสาร์อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.00น. – 17.00 น

8. ป่าชายเลนพันท้ายนรสิงห์

เส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนพันท้ายนรสิงห์ เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ทรัพยากรธรรมชาติ ชายฝั่งทะเล ซึ่งมีทางเดินสะพานปูน เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติ มีบรรยากาศร่มรื่น มีต้นโกงกางขึ้นอยู่โดยรอบ ตลอดแนวชายคลอง จุดเด่นของเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนแห่งนี้ อยู่ที่สะพานแขวน ซึ่งเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมของนักท่องเที่ยว ที่เดินทางมายังสถานที่แห่งนี้

9. สะพานแดง จุดชมวิวปลาโลมา

สะพานแห่งนี้ เป็นจุดชมวิวบรรยากาศริมชายฝั่งทะเล ชมพระอาทิตย์ตก ชมป่าชายเลน และไม้ไผ่ชะลอคลื่น ในอดีต ช่วงเดือน พ.ย ถึง ม.ค ลมหนาวเข้าสู่อ่าวไทย สายลมและน้ำเค็มได้พัดพาฝูงปลาโลมาเข้ามาเป็นจำนวนมาก ทำให้ตรงนี้เป็นจุดชมปลาโลมา จนเป็นที่มาของชื่อ แต่ในปัจจุบันโอกาสที่จะได้เห็นปลาโลมามีน้อยมาก หรืออาจจะไม่เห็นเลย แต่จุดนี้ก็ยังเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว เพราะมีสะพานไม้สีแดงที่ทอดยาวขนานไปกับชายทะเลความยาว 700  เมตร  มองเห็นวิวทิวทัศน์ของชายฝั่งที่สวยงาม และมีลมทะเลพัดเย็นสบาย

10. วัดนักบุญอันนา

วัดนักบุญอันนา ตั้งอยู่ที่ ตำบลบางหญ้าแพรก ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวของประมง ภายในวัดมีพระรูปของนักบุญอันนา ซึ่งตั้งหันหน้าออกสู่ท้องทะเล ตั้งแต่อดีต ทุกครั้งที่ชาวประมงในละแวกลุ่มน้ำท่าจีนต้องออกทะเล มักจะแวะมาจอดเรือเพื่อสักการะขอพรพระรูปนักบุญอันนา เพื่อให้แคล้วคลาดจากอันตราย และขอให้จับปลาได้เป็นจำนวนมาก รวมถึงนิยมมาสวดมนต์ขอลูก และการขอพรให้หายจากโรคภัยอีกด้วย

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ Https://pizzaandfooditalia.com

เกมสนุกแถบได้ตัง : Slotxo PGSLOTGAME , PGSLOT

สนับสนุนโดย : SLOTXO,UFABET,UFABET ,UFABET,UFABET

สถานที่เช็คอิน สมุทรสงคราม

สถานที่เช็คอิน สมุทรสงคราม ซึ่งสมุทรสงคราม จังหวัดที่เล็กที่สุดในประเทศไทย แต่มีแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตอยู่หลายที่ ที่นักท่องเที่ยวต้องได้มาเที่ยวสักครั้ง

สถานที่เช็คอิน สมุทรสงคราม

 1. ตลาดน้ำอัมพวา

และจุดเช็คอินยอดฮิต ของสมุทรสงครามแห่งนี้ก็คือ ตลาดน้ำอัมพวา ตั้งอยู่ที่ ถนนโชติธำรงค์ ตำบลอัมพวา อำเภออัมพวา สมุทรสงคราม มาเยือนที่นี่แล้วไม่แวะ เหมือนมาไม่ถึง ที่นี่เป็นตลาดที่คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาแวะชิมอาหารอร่อยๆ ริมคลอง เสน่ห์ของตลาดน้ำอัมพวาก็คือ มีเรือขายอาหารอยู่ในคลองกันอย่างมากมาย อิ่มอร่อยไปกับ อาหารไทยพื้นบ้าน ไม่ว่าจะเป็น ผัดไทย ส้มตำ ก๋วยเตี๋ยว อาหารทะเล และ ขนมไทย

2. ตลาดร่มหุบ

เป็นตลาดเทศบาลจังหวัดสมุทรสงคราม หรือ ตลาดแม่กลอง ตลาดนี้เป็นตลาดสดทั่วไป มีขายผักสด อาหารสด อาหารแห้ง อาหารทะเล และขายของจิปาถะทั่วไป และอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟแม่กลอง ทำให้มีรางรถไฟพาดผ่านตลาดนี้ จึงทำให้เป็นที่มาของตลาดร่มหุบ เพราะว่าเวลารถไฟแล่นผ่านตลาด แม่ค้าที่ขายของอยู่บริเวณใกล้ๆกับรางรถไฟนี้จะต้องเก็บข้าวของ และหุบร่มของร้านตัวเอง จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวมากมายแวะเข้ามาเที่ยวชม และสัมผัสกับความหวาดเสียวไปตามๆ กัน

3. ตลาดน้ำท่าคา

ตั้งอยู่ที่ ตำบลท่าคา เป็นตลาดนัดทางน้ำที่ยังคงความเป็นธรรมชาติของวิถีชาวบ้าน ซึ่งมีอาชีพทำสวนพืชชนิดต่างๆ ชาวบ้านจะพายเรือนำผลผลิต พืชผักและผลไม้จากสวน เช่น พริก หอม กระเทียม น้ำตาล มะพร้าว ฝรั่ง ชมพู่ ส้มโอ มาขายแลกเปลี่ยนกัน เฉพาะในวันขึ้นหรือแรม 2 ค่ำ 7 ค่ำ 02 ค่ำ (ทุกๆ 5 วัน) และวันเสาร์ อาทิตย์ตั้งแต่เวลา 06.00-12.00 น. นอกจากนี้ ที่นี่ยังสามารถเช่าเรือพายเที่ยวชมหมู่บ้าน และชมสวนผลไม้ในบริเวณนั้นได้

4. ตลาดน้ำบางน้อย

เป็นตลาดน้ำเก่าแก่ มีอายุกว่า 100 ปี แต่ถูกลืมเลือนมานานหลายสิบปี ณ ปัจจุบัน ตลาดน้ำบางน้อย ได้รับการฟื้นฟูจากการร่วมแรงร่วมใจของชาวบางน้อย และเปิดตลาดขึ้นอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2552 โดยมุ่งเน้นให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพื่อรักษาสภาพทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมของพื้นที่รักษาขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมของชาวบางน้อยแห่งนี้ ให้คงไว้ชั่วนิจนิรันดร์ 

5. บ้านแมวไทยโบราณ

บ้านแมวไทยโบราณ เกิดจากการรวมตัวของผู้ที่นิยมเลี้ยงแมวไทย เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการอนุรักษ์แมวไทยให้อยู่คู่กับประเทศไทยเป็นสมบัติของชาติตลอดไป และเพื่อเผยแพร่ความรู้เรื่องคุณสมบัติและลักษณะที่ถูกต้องของแมว แลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมทั้งเพิ่มพูนความรู้ระหว่างสมาชิก แลกเปลี่ยนเรื่องและประสบการณ์การวิจัย การผสมพันธุ์กับองค์กรการเลี้ยงแมวที่เกี่ยวข้อง ภายในบ้านแมวไทย มีเรือนเพาะเลี้ยงแมวไทย แบ่งเป็นประเภทต่างๆ บ้านแมวไทยโบราณ เป็นสถานที่น่าสนใจอีกแห่งนึง เหมาะแก่การศึกษาหาความรู้

6. ตลาดสดแม่กลอง

เป็นตลาดสด ที่รวบรวมทุกความต้องการเอาไว้อย่างครบครัน ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟแม่กลองและวัดเพชรสมุทรวรวิหาร สินค้ายอดนิยมที่ต้องซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน คือ ปลาทูแม่กลอง ซึ่งเป็นเจ้าของฉายาหน้างอคอหัก เนื้อแน่น มัน รสชาติดี รวมทั้งมีอาหารทะเลทั้งสดและแห้ง ผัก ผลไม้ และขนมไทยต่าง ๆ จำหน่ายในราคาย่อมเยาด้วย

7. ดอนหอยหลอด

หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยว ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสมุทรสงคราม ตั้งอยู่ปากแม่น้ำแม่กลอง มีอาณาเขตกว้างประมาณ 3 กม. ยื่นลึกออกไปทะเล เกิดเป็นตะกอนทับถมจากปากแม่น้ำผสมกับตะกอนจากทะเล จนเป็นสันดอนที่พบได้ยากในเมืองไทย ที่มาของชื่อดอนหอยหลอด เพราะที่นี่เป็นแหล่งที่อยู่ของหอยหลายชนิด แต่พบว่ามีหอยหลอดจำนวนมากที่สุด บริเวณดอนหอยหลอดมีร้านค้า ร้านอาหารบริการมากมาย นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรับลมเย็น ๆ เพลิน ๆ กินอาหารอร่อย ๆ หรือถ่ายรูปสวย ๆ ก็ได้

8. อาสนวิหารแม่พระบังเกิด บางนกแขวก

ตั้งอยู่ที่ ริมแม่น้ำแม่กลอง ตำบลบางนกแขวก อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นศาสนสถานศักดิ์สิทธิ์ของชาวคริสต์ ที่มีอายุกว่า 100 ปี สร้างโดยบาทหลวงเปาโล ซัลมอน มิชชันนารีชาวฝรั่งเศส และได้มีการทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2439 งดงามด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบโกธิคของประเทศฝรั่งเศส เมื่อมองไปที่ผนังจะพบเรื่องราวของพระนางมารีย์ ภาพของนักบุญชายหญิง รูปปั้น ธรรมเทศน์ อ่างล้างบาป และรูปแกะสลักบรรยายเกร็ดประวัติในพระคัมภีร์คริสต์ศาสนา นับได้ว่าเป็นโบสถ์ที่มีความงดงามอีกแห่งหนึ่งของไทย

9. วัดจุฬามณี

ตั้งอยู่ที่ ตำบลบางช้าง (ริมฝั่งคลองอัมพวา) จังหวัดสมุทรสงคราม สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย สิ่งสำคัญภายในวัดแห่งนี้ ก็คือ หลวงพ่อเนื่อง โกวิท อดีตเจ้าอาวาส และเกจิอาจารย์ดังที่ศพไม่เน่าเปื่อย ชมโบสถ์จัตุรมุขหินอ่อน ที่ปูพื้นด้วยหินหยกสีเขียวจากเมืองการาจี ประเทศปากีสถาน และประดับภายในด้วยโคมไฟระย้า บานหน้าต่างด้านนอกลงรักฝังมุกเป็นภาพตราพระราชลัญจกร ในสมัยรัชกาลที่ 4 แกะสลักบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับชาดก นอกจากนี้ยังมีภาพจิตรกรรมแสดงพุทธประวัติและนิทานชาดก ที่เป็นฝีมือของจิตรกรหญิง นิตยา ศักดิ์เจริญ ซึ่งใช้เวลาในการวาดนานถึง 6 ปี อีกด้วย

10. วัดบางกะพ้อม

ตั้งอยู่ที่ ตำบลอัมพวา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม วัดที่มีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนาน สร้างขึ้นสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ภายในวัดมีโบราณสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญมากมาย ไม่ว่าจะเป็น วิหารเก่าของวัด อาคารก่ออิฐถือปูนที่ได้รับอิทธิพลด้านสถาปัตยกรรมจากจีน โดดเด่นจากการไม่มีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ รวมทั้งผนังวิหารด้านบนเป็นภาพจิตรกรรม ที่แตกต่างจากทั่วไป คือเป็นปูนปั้นลวดลายนูนสูง และนูนต่ำ แสดงเกี่ยวกับพระพุทธประวัติ ส่วนวิหารด้านล่างมีการเจาะช่องเป็นซุ้มประตูเพื่อใช้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป นอกจากนี้ยังสามารถชมวิหารหลวงพ่อคง หรือ หลวงพ่อคง ธมฺมโชโต อดีตเจ้าอาวาส และพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ผู้สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับวัดนี้ เพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วย

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ Https://pizzaandfooditalia.com

เกมสนุกแถบได้ตัง : SlotxoSlotxo PGSLOTGAME , PGSLOT

สนับสนุนโดย : SLOTXO,UFABET,UFABET ,UFABET,UFABET

เที่ยวเมืองสิงห์บุรี

เที่ยวเมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี เมืองอันยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ด้วยเรื่องราววีรกรรมของชาวบ้านบางระจัน เมืองที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

12สถานที่ เที่ยวเมืองสิงห์บุรี

1.พระนอนจักรสีห์วรวิหาร

พระพุทธไสยาสน์องค์นี้ เป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่และยาวที่สุดของประเทศไทย เก่าแก่สร้างมานาน จนไม่ทราบแน่ชัด ว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไร ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเล่าในทำนองนิยายปรำปรา ทำนองเดียวกันกับพระ ปฐมเจดีย์ เช่น กล่าวว่าพระเจ้าสิงหพาหุเป็นผู้สร้าง แต่ก็ไม่มีใครทราบว่าพระเจ้าพาหุคือผู้ใด ครองเมืองอะไร ในยุคสมัยใด สันนิษฐานว่าสร้างก่อนก่อตั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี องค์พระหันพระเศียรไปทางทิศตะวันออก ความยาว 3 เส้น 3 วา 2 ศอก 1 คืบ 7 นิ้ว

2.วัดม่วงชุม

สันนิษฐานว่า วัดแห่งนี้ สร้างตั้งแต่สมัยอยุธยา มีชื่อเดิมว่า วัดกระดังงา เป็นวัดร้างตั้งแต่สมัยสงครามกับพม่า และเสียกรุงครั้งที่ ๒ โดยได้ขุดพบเศียรพระหินทรายเป็นจำนวนมาก ต่อมาเมื่อเหตุการณ์บ้านเมืองสงบลง หลังมีอิสระภาพจากพม่า ชาวบ้านจึงได้กลับมาตั้งถิ่นฐานใหม่ จนประมาณปี พ.ศ. 2424 นายโคกร่วมกับชาวบ้านได้ก่อสร้างวัดขึ้นมาใหม่ ณ ที่ตั้งวัดปัจจุบัน ซึ่งใกล้กับวัดเดิม และตั้งชื่อว่า วัดม่วงชุม

3.วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร

ตั้งอยู่ที่ ถนนโยธาธิการ ต.จักรสีห์ อ.เมืองสิงห์บุรี จ.สิงห์บุรี วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหารแห่งนี้ ถือเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดสิงห์บุรี หากใครที่ตั้งใจมาไหว้พระขอพรที่จังหวัดนี้ วัดนี้ถือเป็นแลนมาร์กสำคัญที่ไม่ควรพลาด ซึ่งภายในวัด จะเป็นที่ประดิษฐสถานของ พระนอนวัดจักรสีห์ ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดนี้ ทำให้มีผู้คนนิยมมาไหว้ขอพรที่วัดแห่งนี้ เป็นจำนวนมาก

4.วัดโพธิ์เก้าต้น

วัดโพธิ์เก้าต้นแห่งนี้นี้ เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า วัดไม้แดง เป็นอีกวัดที่มีบทบาทสำคัญของชาวสิงห์บุรีมาก ๆ สาเหตุที่มีชื่อว่า วัดไม้แดง มาจากต้นไม้แดงที่มีอยู่ในวัดเป็นจำนวนมาก โดยบางต้นมีอายุยืนยาวกว่า 200 ปี จุดเด่นสำคัญของวัดนี้ คือ สัญลักษณ์ที่กำแพงวัด ที่จำลองเป็นกำแพงค่าย เนื่องจากวัดนี้เคยเป็นฐานที่มั่นของชางบ้านบางระจัน นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ เพื่อให้ผู้คนมาขอพร หรือบนบาน เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิตอีกด้วย

5.วัดพิกุลทอง

วัดพิกุลทอง ยังเป็นวัดสำคัญของจังหวัดอีกแห่งนึง หรือที่ชาวบ้านรู้จักในชื่อ วัดหลวงพ่อแพ อยู่ห่างจากตัวเมืองเพียง 16 กม. วัดแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐสถานของ พระพุทธรูปปางประทานพรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นั่นก็คือ พระพุทธสุรรณมงคลมหามุนี หรือ หลวงพ่อใหญ่ ภายในวัดจะมีพิพิธภัณฑ์หลวงพ่อแพ ซึ่งเป็นอดีตเจ้าอาวาส เป็นพระที่ชาวบ้านได้เคารพเลื่อมใสกันเป็นอย่างมาก วัดพิกุลทองนี้จะมีทั้งหมด 2 ฝั่ง มีถนนกั้นกลาง เมื่อเราไหว้หลวงพ่อใหญ่แล้ว สามารถข้ามไปไหว้หุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อแพ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามได้อีกด้วย

6.พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์วีรชนค่ายบางระจัน

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์วีรชนค่ายบางระจัน ตั้งอยู่ที่ ตำบลบางระจัน คอทราย อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี ซึ่งสร้างขึ้นโดยกรมศิลปากร เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสัมผัสกับตำนาน ชมค่ายบางระจันจำลอง เรียนรู้มรดกทางวัฒนธรรมของเมืองสิงห์บุรี โดยที่แห่งนี้มีพื้นที่ถึง 115 ไร่ มีลักษณะเป็นสวนรุกขชาติ มีบรรยากาศร่มรื่น และผ่อนคลาย ภายในยังมีห้องจัดนิทรรศการจำลองต่างๆอีกด้วย

7.ศูนย์อนุรักษ์ควายไทย เขางาม

ตั้งอยู่ที่ ตำบลจักรสีห์ อำเภอเมือง สิงห์บุรี มาเที่ยวจังหวัดที่เป็นตำนานบางระจันทั้งที จะไม่มาเยี่ยมสัตว์ที่ร่วมออกรบกับคนไทยได้อย่างไร นั่นก็คือ ควาย เป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมือง และอยู่กับชาวไทยมายาวนาน ที่ศูนย์อนุรักษ์ควายไทยแห่งนี้ เป็นที่ดูแลควายที่ช่วยทำไร่นา อนุรักษ์ไม่ให้ควายสูญพันธุ์ไปจากประเทศ ขยายพันธุ์ต่อ และประกอบกับวีรกรรมที่กล้าหาญ ซึ่งที่นี่นักท่องเที่ยวสามารถมาเยี่ยมชม สัมผัสความน่ารัก เรียนรู้วิถีชีวิต และถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับน้องควายได้อย่างใกล้ชิดอีกด้วย

8.โบราณสถานเตาเผาแม่น้ำน้อย

ตั้งอยู่ที่ ต.เชิงกลัด อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี เตาเผาแม่น้ำน้อยนี้ ตั้งอยู่ใกล้กับวัดพระปรางค์ ซึ่งเป็นสถานที่เก่าแก่ ที่นี่คือจะมี เตาเผาขนาดใหญ่ มีที่ระบายความร้อนเฉียงขึ้น ก่อสร้างด้วยอิฐ มีทั้งหมด 3 ส่วน ส่วนของปล่องไฟ ส่วนของห้องวางเครื่องปั้นดินเผา และส่วนห้องเชื้อเพลิง สิ่งที่โดดเด่นของที่นี่คือ เตาเผาที่มีขนาดใหญ่ที่สุด โดยมีความยาวถึง 14 เมตร กว้าง 5.6 เมตร และมีเส้นผ่าศูนย์กลาง ยาว 2.15 เมตร ซึ่งที่นี่นอกจากจะเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญแล้ว ยังเป็นศูนย์การศึกษาทางวิชาการเซรามิก ที่ยิ่งใหญ่ของโลกอีกด้วย

9.ตลาดย้อนยุคบ้านบางระจัน

ตลาดแห่งนี้จึงเป็นตลาดโบราณ ที่มีบรรยากาศน่ารักๆ และอบอุ่น เพราะพ่อค้า แม่ค้าที่นี่ทุกคน จะใส่ชุดย้อนยุคเหมือนสมัยอยุธยาเลยทีเดียว มีร้านอาหาร และของกินเยอะมาก ๆ ทั้งอาหารไทย ขนมไทย เรียกได้ว่าช็อปกันเพลินเลย นอกจากจะมีที่ให้ซื้อของฝากกลับบ้านแล้ว ก็ยังมีสถานที่ บรรยากาศสวยๆ ให้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันอีกด้วย

10.ตลาดปากบาง

ที่นี่ยังเป็นตลาดโบราณอีกที่นึงของจังหวัด มีอายุร่วม 150 ปี มีของกินเด็ด ๆ เพียบ สำหรับตลาดแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ อ.พรหมบุรี อยู่ติดริมแม่น้ำ นอกจากจะมีบรรยากาศเก่า ๆ ที่ทำให้เราเคลิบเคลิ้ม ตลาดแห่งนี้ยังมีของกินโบราณต่าง ๆ เช่น กุนเชียงปลา กุนเชียงหมู น้ำพริก หมูทุบ ปลาส้ม และร้านเด็ดที่ห้ามพลาดก็คือ ร้านผัดไทยปากบาง (สูตรเดิม) กรรมวิธีที่ใช้เส้นเหนียวนุ่ม ผัดด้วยรสชาติเข้มข้น โรยถั่วลิสงคั่วบดหยาบๆ ต้นหอมด้านบน เสิร์ฟพร้อมถั่วงอก มะนาว รับรองความอร่อยแน่นอน

11.วัดหน้าพระธาตุ

วัดแห่งนี้ อยู่ห่างจากวัดพระนอนจักรสีห์ประมาณ 1.5 กิโลเมตร สันนิษฐานว่า สถานที่ และบริเวณนี้จะเป็นที่ตั้งของเมืองสิงห์บุรีเก่า สิ่งที่สำคัญของวัดนี้ คือ มีองค์พระปรางค์สูงประมาณ 8 วา

12.วัดไทร

วัดไทร เป็นวัดที่มีรากต้นไทรโอบยึดกำแพงโบสถ์ไว้ เพื่อไม่ให้พังทลายลงมา ภายในเป็นสถานที่ประดิษฐานองค์พระประธาน โดยแต่เดิมชาวบ้านเรียกกันว่า หลวงพ่อขาว หรือ หลวงพ่อทะยาน แต่ในปัจจุบันเรียกว่า หลวงพ่อวัดไทร ตามชื่อของวัดแห่งนี้

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ https://pizzaandfooditalia.com

เกมสนุกแถบได้ตัง : SlotxoSlotxo PGSLOTGAME , PGSLOT

สนับสนุนโดย : SLOTXO,UFABET,UFABET ,UFABET,UFABET

แหล่งท่องเที่ยว อุทัยธานี

แหล่งท่องเที่ยว อุทัยธานี เป็นอีกจังหวัดที่น่าท่องเที่ยว มีเอกลักษณ์ วัฒนธรรม ที่สวยงาม และยังมีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน

10 แหล่งท่องเที่ยว อุทัยธานี ที่น่าสนใจ

1.วัดท่าซุง

วัดท่าซุง หรืออีกชื่อว่า วัดจันทาราม เป็นวัดที่มีชื่อเสียงของจังหวัดอุทัยธานี และเป็นหนึ่งในวัดที่สวยที่สุดในประเทศไทย เป็นวัดที่เก่าแก่ แต่ก็ได้มีการบูรณะเรื่อยมาตั้งแต่อดีตจนมาถึงปัจจุบัน มีรูปหล่อหลวงพ่อปาน และหลวงพ่อใหญ่ขนาด 3 เท่า อยู่มุมกำแพงด้านหน้า มณฑป และพระวิหารแก้วที่ประดิษฐาน พระพุทธชินราชจำลอง และศพของหลวงพ่อฤาษีลิงดำที่ไม่เน่าเปื่อย ความงามที่โดดเด่นของที่นี่ ต้องยกให้ วิหารแก้ว 100 เมตร ที่ตกแต่งด้วยโมเสกแก้วเล็กๆทั่วทั้งวิหาร ทำให้ดูแวววับจับตาน่าประทับใจเป็นที่สุด

2.วัดถ้ำเขาวง

วัดแห่งนี้ออกแบบทรงเรือนไทยยกใต้ถุน แบ่งสัดส่วนการใช้งานเป็น 4 ส่วน คือ ใต้ถุนเป็นลานเอนกประสงค์และร้านขายของ ชั้นที่ 2 เป็นวิหาร ชั้นที่ 3 เป็นกุฏิ และชั้นที่ 4 จะเป็นโบสถ์สร้างด้วยไม้สักและไม้มะค่า บริเวณรอบวัดถ้ำเขาวง มีการจัดภูมิทัศน์ให้สวยงามร่มรื่น มีฉากหลังเป็นเขาหินปูนสูงตระหง่าน ด้านหน้ามีสวนไม้ดัด และบ่อน้ำที่มีปลาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

3.ปราสาททองคำ (กาญจนาภิเษก)  

ปราสาททองคำ (กาญจนาภิเษก) ก่อสร้างด้วยการก่ออิฐฉาบปูน ประดับลวดลายไทยปิดทองคำเปลวติดกระจก ใช้เป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่ญาติโยมนำมาถวาย รอบนอกปราสาทใช้ทองคำเปลวปิดรอบปราสาทอีกด้วย

4.ถ้ำพุหวาย 

ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติพุเตย ภายในถ้ำจะพบภูเขาหินปูนสูงชันสลับซับซ้อน หินงอกหินย้อย หลายแบบ เช่น หินดอกเห็ด หินย้อย เสาโรมัน ดอกไม้หิน หินรูปหัวปลาโลมา หินเกร็ดเพชร หินงอกดอกกุหลาบ เป็นต้น และยังมีค้างคาวอาศัยอยู่ถึง 9 ชนิด และ พระพุทธรูป ที่ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวเข้ามากราบไหว้ ส่วนด้านหลังของถ้ำพุหวาย มีถ้ำเทพมาลี หรือ ถ้ำพญานาค เป็นถ้ำที่มีขนาดเล็ก ค่อนข้างลึก และมีความสวยงามตามธรรมชาติ

5.หุบป่าตาด

ตั้งอยู่ที่ ต.ทุ่งนางาม อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี หุบป่าตาด เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ไม่ควรพลาด โดยเฉพาะผู้ที่รักธรรมชาติ เพราะที่นี่มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติให้เราได้เดินกว่า 700 เมตร พร้อมถ้ำหินงอก หินย้อยที่มีรูปร่างแปลกตา และต้นตาด นอกจากนี้เราจะได้เห็นกิ้งกือมังกรสีชมพูด้วย ภายในถ้ำค่อนข้างมืด ให้ความรู้สึกเหมือนได้ผจญภัย จนได้ชื่อว่าเป็นดินแดนจูราสสิคพาร์คเมืองไทยเลยทีเดียว

6.น้ำตกไซเบอร์

ตั้งอยู่ที่ บ้านซับแม่บือ ต.ทองหลาง อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี น้ำตกแห่งนี้ ควรมาเที่ยวในช่วงเดือนกันยายน – พฤศจิกายน จะได้พบกับความสวยงามของน้ำตก ที่ไหลผ่านก้อนหินน้อยใหญ่ลงมายังเบื้องล่าง โดยน้ำตกชั้นบนเรียกว่า น้ำตกล่อยจ้อย เมื่อไหลลงมาชั้นล่างจะเรียกว่าน้ำตกหินลาด และยังมีบ้านพักรองรับนักท่องเที่ยวด้วย ซึ่งมีเพียง 1 หลังเท่านั้น สามารถพักได้ประมาณ 20 – 30 คน หากต้องการเข้าไปเที่ยวยังน้ำตกไซเบอร์ จะต้องทำหนังสือขออนุญาตไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งก่อน

7.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ตั้งอยู่ที่ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี มีพื้นที่ครอบคลุมกว่า 6 อำเภอ 3 จังหวัด ได้แก่ อ.บ้านไร่ อ.ลานสัก อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี อ.สังขละบุรี อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี และ อ.อุ้มผาง จ.ตาก ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ จาก UNESCO อีกด้วย ในความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าแห่งนี้ ทำให้มีสัตว์อาศัยอยู่เกือบ 800 ชนิด และมีสัตว์ป่าสงวนที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ด้วย นักท่องเที่ยวสามารถไปเดินศึกษาธรรมชาติ ส่องสัตว์ดื่มด่ำอากาศบริสุทธิ์ ชมนก ชมนิทรรศการของสืบ นาคะเสถียร หรือจะพักในบ้านพักของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งก็สามารถทำได้

8.เกาะเทโพ

ตั้งอยู่ที่ อ.เมือง จ.อุทัยธานี เมืองเล็กๆ ที่เหมาะกับการใช้ชีวิตสโลไลฟ์ และเป็นเมืองแห่งการปั่นจักรยาน เกาะเทโพเป็นแหลมยื่นออกมาคั่นระหว่างแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำสะแกกรัง จุดเด่นคือมีสะพานแขวนเกาะเทโพ เชื่อมต่อระหว่างตลาดสดเทศบาล และวัดอุโบสถาราม สองข้างทางเป็นป่าไผ่ ไร่ข้าวโพด และทุ่งนา บรรยากาศร่มรื่น เป็นสถานที่ที่ต้องไปเช็คอิน ถ่ายรูปสุดฮิป สุดชิคกันให้ได้

9.ถนนคนเดินตรอกโรงยา

ตั้งอยู่ที่ ถ.อุทัยใหม่ ต.อุทัยใหม่ อ.เมือง จ.อุทัยธานี เป็นถนนคนเดินในยามค่ำคืน ให้นักท่องเที่ยวได้เดินช้อปสินค้าของฝากกลับบ้าน พร้อมกินของอร่อยๆ กัน เช่น หมูสะเต๊ะ ขนมปังปิ้ง ขนมกล้วย ขนมผักกาด บ๊ะจ่าง บริเวณสองข้างทางของตรอกโรงยา จะพบกับบ้านไม้เก่าๆ พร้อมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอุทัยธานีอีกด้วย บ้างก็เป็นร้านอาหาร ร้านกาแฟโบราณให้ได้นั่งชิลกัน ใครอยากสัมผัสบรรยากาศย้อนยุคแบบนี้ ไม่ควรพลาดแน่นอน

10.ยอดเขาสะแกรัง

ยอดเขาสะแกกรัง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกหนึ่งแห่ง ในจังหวัดอุทัยธานี ที่ทุกคนที่ไปจังหวัดอุทัยต้องไปเยือน เราสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองอุทัยธานีได้กว้างขวาง จากบนยอดเขา และยังเป็นที่ตั้งของมณฑป ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง ซึ่งย้ายมาจากวัดจันทาราม มีระฆังใบใหญ่ ที่ชาวเมืองได้รวมกันสร้างอยู่ใกล้กับมณฑป และบนยอดยังมี พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกนาถ ในรัชกาลที่ 1 ให้นักท่องเที่ยวได้สักการะกันอีกด้วย

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ https://pizzaandfooditalia.com

เกมสนุกแถบได้ตัง : PGSLOT

สนับสนุนโดย : SLOTXO,UFABET,UFABET ,UFABET,UFABET

วัดสวย ในเมืองไทย

วัดสวย ในเมืองไทย เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ ที่โดดเด่นในเรื่องของศาสนา และวัฒนธรรม มีวัดที่สวยงาม และน่าอัศจรรย์อยู่หลายแห่ง ให้ผู้คนได้กราบไหว้ ถือศีล และปฏิบัติธรรมกัน

10 วัดสวย ในเมืองไทย

1.วัดร่องขุน จ.เชียงราย

ตั้งอยู่ที่ ถนน พหลโยธิน ตำบลป่าอ้อดอนไชย อำเภอเมืองเชียงราย เชียงราย ถือเป็นศาสนสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงราย ซึ่งมีผู้อุทิศตนสร้างวัดวัดร่องขุ่นอันยิ่งใหญ่แห่งนี้ขึ้นเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ด้วยความตั้งใจที่จะสร้างสรรค์ให้วัดแห่งนี้งดงามดังสวรรค์ ที่ประชาชนสามารถสัมผัสได้บนพื้นพิภพ คล้ายเป็นสถานที่กระตุ้นเตือนให้คนเราใฝ่ปฏิบัติธรรม และประกอบกรรมดีในการดำเนินชีวิต สิ่งที่โดดเด่นภายในวัดร่องขุ่นก็คือ พระอุโบสถ ที่มีความโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ทางศิลปะ และสถาปัตยกรรมที่แสนวิจิตรอลังการ ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงช่อฟ้า ใบระกา และรายละเอียดซึ่งแตกต่างไปจากวัดอื่นๆ โดยตัวพระอุโบสถที่เป็นสีขาวบริสุทธิ์ ที่สื่อถึงพระบริสุทธิคุณ

2.วัดถ้ำเขาวง จ.อุทัยธานี

วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ เชิงเขาวง ต.บ้านไร่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี วัดแห่งนี้เป็นอาคาร 4 ชั้น ออกแบบเป็นทรงเรือนไทยยกใต้ถุน มีฉากหลังเป็นเขาหินปูน ด้านหน้าวัดมีสวนไม้ดัด และบ่อน้ำที่มีปลาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ห่างจากตัววัดไปด้านหลังจะมีถ้ำอยู่หลายถ้ำ ทั้งถ้ำเป็นที่นั่งวิปัสสนาของพระภิกษุ ถ้ำค้างคาว และถ้ำที่มีหินงอกหินย้อย โดยระหว่างทาง เมื่อมายังวัดแห่งนี้ จะรู้สึกปลอดโปร่ง ทั้งใจและกายที่สงบจากการทำบุญ

3.พระมหาเจดีย์ชัยมงคล จ.ร้อยเอ็ด

ตั้งอยู่ที่ ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นวัดที่มีการผสมผสานระหว่าง องค์พระปฐมเจดีย์ ศิลปะของภาคกลาง และพระธาตุพนม ศิลปะของภาคอีสาน เข้าด้วยกันอย่างลงตัว จากภายนอกตัวอาคารเป็นพื้นสีขาว ตกแต่งลวดลายด้วยสีทอง ซึ่งดูวิจิตรตระการตา รายล้อมไปด้วยเจดีย์องค์เล็กทั้ง 8 ทิศ ภายในองค์พระมหาเจดีย์ ได้ตกแต่งอย่างสวยงาม ดั่งอยู่บนวิมานแดนสวรรค์ มีรูปปั้นเทพ และเทพธิดา มีสวนสวยอยู่โดยรอบ ใช้งบประมาณในการสร้างกว่า 3,000 ล้านบาท

4.วัดถ้ำเสือ จ.กาญจนบุรี

ตั้งอยู่ที่ ต.ม่วงชุม อำเภอท่าม่วง กาญจนบุรี มีองค์พระพุทธรูปปางประทานพรขนาดใหญ่ ที่ไม่ได้มีดีแค่ขนาดเท่านั้น แต่ความสวยงามขององค์พระที่ประดับตกแต่งด้วยโมเสคสีทองทั้งองค์ ก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทำให้ผู้คนต่างหลั่งไหลเข้ามาชมความงามกันอย่างไม่ขาดสาย ภายในวัดจะพบกับความวิจิตรของศิลปะแบบไทยๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อุโบสถวัด ทรงจตุรมุข มีซุ้มเสมารอบ 8 ทิศ ลวดลายปูนปั้นพระพุทธประวัติที่สวยงามทุกด้านของผนัง พระเจดีย์เกศแก้วมหาปราสาท และเจดีย์ทรงสวย รูปร่างแปลกตา ซึ่งมีทั้งหมด 9 ชั้น ด้านบนเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุ นอกจากนี้หากมองลงมาจากบริเวณด้านบนในช่วงทำนา จะมองเห็นทุ่งนาข้าวเขียวขจีสวยงามอีกด้วย

5.วัดสันป่ายางหลวง จ.ลำพูน

ตั้งอยู่ที่ หมู่บ้านสันป่ายางหลวง ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน วัดนี้มีประวัติความเป็นมายาวนาน เชื่อกันว่าเป็นวัดแห่งแรกของอาณาจักรล้านนา ภายในวัด จึงมีสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ศิลปะทางล้านนามากมาย เช่น วิหารพระโขงเขียว ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระหยกเขียว ซึ่งนำมาจากแม่น้ำโขง หรือ พระวิหารพุทธอัญญรัตนมหานทีศรีหริภุญชัย มณฑปทรงล้านนา ที่ใช้ประดิษฐานพระพุทธเมตไตรจำลองจากพุทธคยา นอกจากการตกแต่งที่ใช้ศิลปะสไตล์ล้านนาแล้ว ยังได้สอดแทรกคติความเชื่อทางศาสนาลงในการก่อสร้างอีกด้วย

6.วัดทุ่งเศรษฐี จ.ขอนแก่น

จุดเด่นของวัดนี้คือ พระมหาเจดีย์ของวัดแต่ละโดมแต่ละยอด ที่สร้างขึ้นมานั้น ได้มีความหมายซ่อนอยู่ บริเวณส่วนหัวที่เป็นเจดีย์รูปดอกบัวจะมีบอกความหมายด้วยว่าคืออะไร จุดเด่นของที่นี่จึงเป็นที่เจดีย์ ซึ่งมีความสวยงามจริงๆ ผู้คนส่วนใหญ่อาจยังไม่ค่อยรู้จักวัดนี้กันเท่าไหร่ แต่เป็นวัดในไทยสวยๆ ที่น่าเที่ยวมากจริงๆ สามารถไปเดินชมเรื่องเล่าเกี่ยวกับ 3 โลก และได้ศึกษาเรื่องของศีล เรียกได้ว่า นอกจากได้ชมความสวยงามของตัววัด และบริเวณโดยรอบแล้ว วัดนี้ยังเป็นวัดที่บอกเล่าถึงความดีความชั่วได้ดีทีเดียว

7.วัดห้วยปลากั้ง จ.เชียงราย

วัดแห่งนี้สร้างโดยพระอาจารย์พบโชค ท่านได้สร้างเจดีย์ 9 ชั้น และรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม เป็นวัดที่ชาวเชียงรายให้ความเคารพศรัทธา และมีผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกเดินทางมาเยือน ซึ่งมหาเจดีย์ 9 ชั้น เป็นสถาปัตยกรรมแบบจีนผสมล้านนา บริเวณบันไดทางขึ้นมีมังกรคู่ตั้งตระหง่าน นอกจากนี้ยังมีพระธาตุจำลองประจำปีนักษัตรให้ได้สักการะบูชา และองค์เจ้าแม่กวนอิมสีขาวขนาดใหญ่ที่สวยงามมาก ในยามค่ำคืนวัดจะมีการเปิดไฟที่ตัววิหารและเจดีย์ ทำให้วัดแห่งนี้สวยสะดุดตาในยามค่ำคืน

8.วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว จ.เพชรบูรณ์

ตั้งอยู่ที่ หมู่บ้านทางแดง ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ตัววัดได้ตั้งอยู่บนเขา ที่มีธรรมชาติอันสวยงามโอบล้อม และอยู่ท่ามกลางธรรมชาติเช่นนี้ ทำให้เกิดความสงบและสมาธิแก่ผู้ที่มาศึกษาและปฏิบัติธรรมเป็นอย่างมาก มีเจดีย์พระธาตุผาแก้ว ที่ตกแต่งด้วยกระเบื้องและหินสีต่างๆ อย่างงดงาม และยังสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์สวยๆ โดยรอบได้อีกด้วย

9.วัดป่าภูก้อน จ.อุดรธานี

วัดนี้มีความสำคัญคือ เป็นวัดซึ่งสร้างขึ้นในอุทยาน ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่านายูงและป่าน้ำโสม สถาปัตยกรรมของวัดมีความโดดเด่นสวยงามด้วยตัววิหารสีเขียว ซึ่งสร้างได้วิจิตรพิสดารมาก เป็นที่ประดิษฐานของพระนอนหินอ่อนที่ใหญ่ที่สุดในโลก จัดเป็นหนึ่งในวัดที่วัดที่สวยที่สุดในเมืองไทยเลยก็ว่าได้

10.วิหารเทพวิทยาคมวัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา

วัดบ้านไร่ ตั้งอยู่ที่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา วิหารเทพวิทยาคม เป็นอุทยานธรรมกลางบึงน้ำขนาดใหญ่มีพื้นที่กว่า 30 ไร่ งานสถาปัตยกรรมพุทธศิลป์ขนาดใหญ่ เป็นมหาวิหารแห่งพระไตรปิฎก ที่รวบรวมพุทธประวัติ พระวินัย และพระธรรมคำสอนไว้ทั้งหมด เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนา และวัฒนธรรมแห่งแรกในเมืองไทย

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ Https://pizzaandfooditalia.com

เกมสนุกแถบได้ตัง : PGSLOT

สนับสนุนโดย : SLOTXO,UFABET,UFABET ,UFABET,UFABET

เมืองมรดกโลก กำแพงเพชร

เมืองมรดกโลก กำแพงเพชร จังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยว เชิงประติศาสตร์ ศาสนสถาน และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย

เมืองมรดกโลก กำแพงเพชร กับ10สถานที่ ที่ไม่ควรพลาด

1.อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร

ตั้งอยู่ที่ ตำบลหนองปลิง อำเภอเมือง กำแพงเพชร เป็นโบราณสถานที่มีขนาดใหญ่ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก้ ร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย และศรีสัชนาลัย แบ่งเป็น 2 เขต คือ เขตในกำแพงเมือง และเขตนอกกำแพงเมือง มีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น ทั้งในด้านการใช้วัสดุศิลาแลง และรูปแบบศิลปกรรมไทยดั้งเดิม  มีโบราณสถานที่ขึ้นชื่อ เช่น วัดพระแก้ว วัดช้างรอบ วัดพระสี่อิริยาบถ วัดพระนอน และ วัดพระธาตุ

2.ศาลหลักเมืองกำแพงเพชร

ศาลหลักเมืองกำแพงเพชร อีกหนึ่งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นศาลที่เก่าแก่ ที่มีอายุมานานกว่า 700 ปี ศาลหลักเมืองกำแพงเพชร หรือ ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองกำแพงเพชร ตั้งอยู่ที่ บริเวณวัดพระแก้ว ปากทางเข้าโรงเรียนกำแพงเพชรพิทยาคม ถนนสายกำแพงเพชร-สุโขทัย ผ่านหน้าศาล ชาวเมืองกำแพงเพชร และประชาชนทั่วไปได้ให้ความนับถือเลื่อมใสศรัทธาอย่างมาก และเป็นที่กล่าวขานถึงความศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย

3.ศาลเจ้าพ่อเสือ 

ศาลเจ้าพ่อเสือ ตั้งอยู่ที่ อำเภอเมือง กำแพงเพชร เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญ และเป็นที่เคารพนับถืออีกแห่งของชาวเมืองกำแพงเพชร เชื่อกันว่าผู้ที่ได้มากราบไหว้อธิษฐานจิตต่อศาลเจ้าแห่งนี้ หากปรารถนาสิ่งใดก็จะสมหวังดั่งใจ สำเร็จรุ่งเรืองถึงลูกหลาน ร่ำรวยเงินทอง สมบูรณ์สุขด้วยลาภยศและวาสนา สุขกายใจไร้โรคภัยเบียดเบียน

4.ศาลพระอิศวร  

ศาลพระอิศวร ตั้งอยู่ในตัวเมือง ด้านหลังศาลจังหวัด มีฐานก่อด้วยศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ายกพื้นสูง 1.50 เมตร บนฐานชุกชีมีเทวรูปพระอิศวรสัมฤทธิ์ที่จำลองขึ้น เทวรูปองค์เดิม ตามประวัติเล่าว่า ในสมัยรัชกาลที่ 5 มีชาวเยอรมันมาเที่ยวยังเมืองกำแพงเพชร และได้ลักลอบตัดพระเศียรและพระหัตถ์ของเทวรูป ส่งลงเรือมายังกรุงเทพฯ ความทราบถึงรัชกาลที่ 5 จึงโปรดให้ขอพระเศียรและพระหัตถ์คืน และโปรดให้สร้างรูปจำลองประทานให้เป็นการแลกเปลี่ยน พร้อมทั้งจำลองอีกองค์หนึ่งประดิษฐานไว้ที่ศาลพระอิศวร ส่วนพระองค์จริงได้นำมาซ่อมแซมให้ดีดังเดิม แล้วได้นำมาตั้งแสดงอยู่ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร เป็นสมบัติศิลป์ชิ้นพิเศษที่มีค่าของเมืองกำแพงเพชร

5.วัดพระบรมธาตุนครชุม

วัดแห่งนี้ ตั้งอยู่ใน อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร สร้างขึ้นมาพร้อมกับเมืองนครชุม เป็นวัดประจำเมือง สิ่งสำคัญที่สุดภายในวัดก็คือ พระบรมธาตุนครชุมมหาเจดีย์ทรงสูงใหญ่ สวยงามไปด้วยสถาปัตยกรรมที่มีสีทองอร่ามทั้งองค์ เหมือนดั่งเจดีย์ ชเวดากองในเมืองพม่า เป็นพระบรมธาตุเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ จำนวน 9 องค์ เมื่อได้เข้าไปนมัสการ และบูชาแล้ว เหมือนได้พบกับพระพุทธเจ้าด้วยตัวเอง

6.วัดเสด็จ

วัดเสด็จ ตั้งอยู่ที่ ถนนเทศาและถนนราชดําเนิน  ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐานมณฑปรอยพระพุทธบาทจำลอง ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง และเป็นรอยพระพุทธบาทที่มาตั้งแต่โบราณ เคยเป็นที่เก็บศิลาจารึก และตำนานพระเครื่อง อีกทั้งสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสีวัดระฆัง พร้อมด้วยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เคยเสด็จมายังวัดนี้อีกด้วย

7.วัดเทพโมฬี 

วัดเทพโมฬี ตั้งอยู่ในตัวเมือง เป็นวัดเก่าแก่ และเป็นสถานที่ประดิษฐานหลวงพ่อโมฬี หรือที่ ชาวกำแพงเพชรเรียกกันว่า วัดหลวงพ่อโม้ เรียกจนติดปาก เนื่องจากมีเรื่องเล่าขานถึงความศักดิ์สิทธิ์ของท่านอยู่เสมอๆ ไม่ว่าจะบนบานศาลกล่าวสิ่งใดในเรื่องที่ดี ก็มักจะประสบความสำเร็จทุกรายไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบนขอให้ฝนไม่ตกในช่วงเวลาจัดงานต่างๆ ในจังหวัด ด้วยความศักดิ์สิทธิ์เสมือนหนึ่ง โม้ นี่เอง จึงเรียกกันติดปากเรื่อยมาว่า หลวงพ่อโม้ ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นพระพุทธรูปอันเป็นมิ่งขวัญหลักชัยของชาวกำแพงเพชรอยู่ตลอดมาไม่มีเสื่อมคลาย

8.วัดคูยาง 

วัดคูยาง เป็นอีกหนึ่งวัดสำคัญของกำแพงเพชร  ตั้งอยู่ในตัวเมือง จุดเด่นของที่นี่ คือ หอไตรซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ สร้างไว้กลางน้ำและมีใต้ถุนที่สูง เพื่อป้องกันปลวกแมลงสาบและหนูเข้าไปกัดทำลายพระไตรปิฎก หนังสือ และคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา ซึ่งปัจจุบัน หอไตรแห่งนี้ ยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์งดงามดังเดิม

9.บ่อน้ำพุร้อนพระร่วง (บึงสาป)

ตั้งอยู่ที่ บ้านลานหิน ตำบลลานดอกไม้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ เป็นน้ำพุร้อนที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ผุดขึ้นมาจากใต้ดิน มีความร้อนประมาณ 40-65 องศาเซลเซียส มีสถานที่สำหรับให้บริการอาบน้ำแร่ มีอ่างอาบน้ำร้อน อ่างแช่และนวดฝ่าเท้า รวมถึงนวดแผนโบราณด้วย ผู้ที่เจ็บป่วยโรคเหน็บชา อัมพฤกษ์ ปวดข้อกระดูก และโรคผิวหนัง มีความเชื่อกันว่า น้ำร้อนในบ่อแห่งนี้สามารถช่วยรักษา หรือบรรเทาอาการได้ โดยการลงไปแช่ในบ่อที่จัดเตรียมเฉพาะ

10.ตลาดย้อนยุคนครชุม

ตั้งอยู่ที่ บริเวณถนนชุมชนเก่านครชุม ต.นครชุม อ.เมือง เป็นบ้านเรือนไม้โบราณ อายุกว่า 100 ปี ถูกทำให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง กลายเป็นที่ตั้งของ ตลาดย้อนยุคนครชุน ที่จำลองบรรยากาศเก่าๆ มีชาวบ้านแต่งชุดไทย นำผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และอาหารพื้นบ้านมาวางขาย อย่างขนมหม้อแกงกล้วยไข่ ของขึ้นชื่อ จ.กำแพงเพชร ที่หาทานยาก รวมไปถึงสินค้าหัตถกรรม ทั้งงานจักสานไม้ไผ่ หรือ งานผีมือใบตอง นอกจากนี้ ยังมีรำวงย้อนยุค ให้ได้ออกไปประชันลีลากันด้วย

อ่านสะระเพิ่มเติมได้ที่ Https://pizzaandfooditalia.com

เกมสนุกแถบได้ตัง : PGSLOT

สนับสนุนโดย : SLOTXO,UFABET,UFABET ,UFABET,UFABET