เที่ยวอันดามัน จังหวัดกระบี่

เที่ยวอันดามัน จังหวัดกระบี่ เมืองแห่งการท่องเที่ยวจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำตก หมู่เกาะ เขา และทะเล อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรชาติที่สมบูรณ์สุดๆ

10สถานที่ เที่ยวอันดามัน จังหวัดกระบี่

สนับสนุนโดย : SLOTXO,UFABET,UFABET ,UFABET,UFABET

เที่ยวเยอรมัน ปราสาทแห่งเทพนิยาย

เที่ยวเยอรมัน ปราสาทแห่งเทพนิยาย ประเทศที่มีชื่อเสียง และประวัติศาสตร์มานับตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และยังเป็นประเทศที่สวยอันดับต้นๆ ของทวีปยุโรป

สถานที่ เที่ยวเยอรมัน ปราสาทแห่งเทพนิยาย

1. Residenz Munchen

พระราชวังเรสซิเดนซ์ มิวนิค (Residenz Munchen) เป็นราชวังใหญ่ใจกลางเมืองที่มีชื่อเสียง และมีขนาดใหญ่มากที่สุดของประเทศเยอรมนี เคยเป็นที่ประทับและทรงงานของกษัตริย์แห่งแคว้นบาเยิร์นมากว่า 500 ปี มีการตกแต่งต่อเติมมาหลายยุคหลายสมัย เพื่อให้เหมาะสมกับรสนิยมของผู้ปกครอง และกษัตริย์แต่ละพระองค์ ใช้เป็นที่เก็บสะสมงานทางศิลปะและเป็นคลังเก็บสมบัติอีกด้วย โดยได้เปิดให้เข้าชมแก่บุคคลทั่วไปชนิดเต็มอิ่มไม่มีกั๊ก เมื่อปี ค.ศ. 1920 พระราชวังแห่งนี้สวยงามยิ่งใหญ่อลังการมากๆ มีห้องทั้งหมดกว่า 130 ห้อง แต่ละห้องแสดงถึงความมั่งคั่งและความสวยงามหรูหราแตกต่างกันไป มีภาพวาดอันสวยงามที่แฝงวิถีชีวิตของชาวบาวาเรียไว้มากมาย และยังมีสมบัติต่างๆ ทั้งเฟอร์นิเจอร์ เครื่องเคลือบ เครื่องเงิน และภาพเขียนทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะประวัติความเป็นมาของพระเยซู และห้องไฮไลท์ที่ควรเยี่ยมชมก็คือ  Antiquarium Hall of Antiquities ห้องโถงสไตล์เรอเนสซองส์ที่มีความสวยงามมากๆ ต้องชมจริงๆ

2. Nymphenburg Palace

พระราชวังนิมเฟนบูร์ก (Nymphenburg Palace) ตั้งอยู่ชานเมืองมิวนิค สไตล์บารอค ใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อน ของสมาชิกราชวงศ์วิทเทลส์บาค ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้เข้าชม ข้างในมีการแสดงภาพวาด งานศิลป์ และเฟอร์นิเจอร์ให้ชมมากมาย และยังมีสวนสวยๆ ที่เต็มไปด้วยฝูงหงส์และเป็ดอยู่ด้านหน้าอีกด้วย

สนับสนุนโดย : SLOTXO,UFABET,UFABET ,UFABET,UFABET

สถานที่เช็คอินประเทศลาว

สถานที่เช็คอินประเทศลาว ประเทศที่มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย มีธรรมชาติวิวสวย บรรยากาศดี มีวัดวาอารามและสถานที่สำคัญมากมาย

สถานที่เช็คอินประเทศลาว ที่ไม่ควรพลาด

พระบรมมหาราชวังหลวงพระบาง

พระบรมมหาราชวังหลวงพระบาง ตั้งอยู่กลางเมืองหลวงเก่าหลวงพระบาง สร้างขึ้นมาตั้งแต่ ค.ศ. 1904 เพื่อเป็นที่พำนักของพระบาทสมเด็จพระเจ้าศรีสว่างวงศ์ หรือเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ พระมหากษัตริย์องค์ที่ 12 ราชอาณาจักรล้านช้างหลวงพระบาง และถือว่าเป็นกษัตริย์พระองค์แรกแห่งพระราชอาณาจักรลาวด้วย โดยตัวพระบรมมหาราชวังหลวงพระบางจะเป็นอาคารสถาปัตยกรรมแบบโคโรเนียลผสมผสานกับศิลปะแบบล้านช้าง เปิดให้เข้าชมห้องบรรทม ห้องทรงงาน ห้องพระโรงใหญ่ ห้องพิธีการ และห้องรับแขก พร้อมทั้งยังมีข้าวของเครื่องใช้ ฉลองพระองค์ของกษัตริย์ พระราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ โบราณวัตถุที่สำคัญของประเทศลาว และของขวัญจากนานาประเทศจัดแสดงอยู่ด้วย ทั้งนี้ทางด้านหน้าของพระบรมมหาราชวังหลวงพระบาง จะเป็นที่ตั้งของหอพระบาง อันเป็นที่ประดิษฐานของพระบางพุทธลาวัลย์ พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของหลวงพระบาง สามารถเข้าไปกราบไหว้ขอพรและเที่ยวชมกันได้

สถานที่เช็คอินประเทศลาว

เมืองเก่าหลวงพระบาง

เมืองเก่าหลวงพระบาง ตั้งอยู่โดยรอบของพระบรมมหาราชวังหลวงพระบาง ตั้งแต่ริมฝั่งแม่น้ำโขงไล่เลยไปเรื่อยจนถึงริมฝั่งแม่น้ำคาน โดยบริเวณเมืองเก่านี้จะมีอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ตั้งเรียงรายสองฟากฝั่งถนน บางหลังได้รับการปรับปรุงจนสวยงามกลับมามีชีวิตชีวา บ้างก็กลายมาเป็นที่พัก ร้านอาหาร ร้านกาแฟชิคๆ ซึ่งจะสลับคั่นด้วยวัดสวยๆ บรรยากาศเงียบสงบ จะเดินเที่ยวหรือขี่จักรยานก็ได้ จุดเช็กอินที่น่าสนใจในเขตเมืองเก่าหลวงพระบาง อาทิ วัดเชียงทอง, วัดใหม่สุวรรณภูมาราม, พระบรมมหาราชวังหลวงพระบาง, พระธาตุภูสี, ตลาดดารา, วัดมหาธาตุ, เป็นต้น

สถานที่เช็คอินประเทศลาว

พระธาตุหลวง เวียงจันทน์

พระธาตุหลวง เวียงจันทน์ ปูชนียสถานที่สำคัญของเมืองหลวงพระบาง ตั้งอยู่ใจกลางเมือง โดดเด่นด้วยพระธาตุสีเหลืองทองอร่าม สูงราวๆ 45 เมตร พระธาตุตรงกลางมีรูปทรงคล้ายกับดอกบัวตูม รายล้อมด้วยพระธาตุองค์เล็กโดยรอบอีก 30 องค์ ซึ่งพระธาตุเล็กๆ เหล่านี้ก็มีแผ่นทองคำอยู่ด้วย ทั้งนี้ก็มีหอไหว้ทั้ง 4 ด้าน และมีบันไดขึ้นหอไหว้ทุกด้าน ในแต่ละปีจะมีการจัดงานนมัสการพระธาตุหลวงในวันขึ้น 13 ค่ำ เดือน 12 ประชาชนจะมาร่วมงานกันอย่างคึกคัก บรรยากาศสนุกสนาน

สถานที่เช็คอินประเทศลาว

สวนพระ เวียงจันทน์

สวนพระ เวียงจันทน์ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า เชียงควน (Xieng Khuan) ตั้งอยู่ทางใต้ของเมืองเวียงจันทน์ ห่างจากตัวเมืองราวๆ 20 กิโลเมตร แต่อยู่ห่างจากฝั่งจังหวัดหนองคายบริเวณสะพานมิตรภาพหนองคาย เพียงแค่ราวๆ 10 กิโลเมตรเท่านั้น ตัววัดอยู่ใกล้กับลำน้ำโขง โดดเด่นด้วยรูปปั้นของพระพุทธรูปและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามศาสนาพุทธและฮินดูมากกว่า200องค์ ซึ่งตั้งกระจายตัวอย่างสวยงามอยู่รอบๆ สวน และยังร่มรื่นด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ บรรยากาศเงียบสงบ

สถานที่เช็คอินประเทศลาว

ปราสาทหินวัดพู จำปาสัก

ปราสาทหินวัดพู จำปาสัก ตั้งอยู่ห่างจากเมืองปากเซราวๆ 40 กิโลเมตร เป็นโบราณสถานที่สำคัญทางฝั่งลาวใต้ มีอายุมากกว่า 1,000 ปี สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 12 ตัวปราสาทตั้งอยู่บริเวณเชิงเขา มีสถาปัตยกรรมแบบขอม บริเวณโดยรอบจะมีสระน้ำใหญ่อยู่ด้านหน้า 2 สระ เลยจากสระน้ำเข้าไปจะเป็นทางเดินที่ทอดยาวเข้าสู่ตัวปราสาท โดยองค์ประธานของปราสาทจะอยู่ด้านในสุดบนเชิงเขา ถ้ามีเที่ยวช่วงฤดูฝนก็จะได้เห็นป่าเขาและบริเวณโดยรอบของปราสาทเป็นสีเขียวตัดกับสีน้ำตาลของปราสาทอย่างสวยงาม ทั้งนี้ปราสาทหินวัดพูได้รับการจดขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกเมื่อปี 2001

วัดเชียงทอง หลวงพระบาง

วัดเชียงทอง หลวงพระบาง สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของลาว เป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมสมัยล้านช้างที่งดงามและสมบูรณ์แบบ โดดเด่นด้วยพระอุโบสถหลังคาแอ่นโค้งลดหลั่นกันลงมา3ชั้น ด้านบนประดับด้วยช่อฟ้ามากถึง17ยอด หมายถึงเป็นวัดที่พระมหากษัตริย์ทรงสร้างขึ้น ประตู หน้าต่าง หน้าบัน และบริเวณโดยรอบตกแต่งอย่างงดงาม ด้านในประดิษฐานพระองค์หลวง พระพุทธรูปสมัยล้านช้างสีเหลืองทองสวยอร่าม ที่ด้านหลังของพระอุโบสถเป็นภาพต้นทองสูงใหญ่ พร้อมด้วยสัตว์ในวรรณคดี ซึ่งตกแต่งจากกระจกสีตัดสีสวยแวววับเป็นประกายงดงามทั้งยามกลางวันและกลางคืน นอกจากนี้ยังมีวิหารแดง หอพระม่าน และโรงเมี้ยนโกศให้ได้ชมกันด้วย

ปราสาทหินวัดพู จำปาสัก

น้ำตกตาดกวางสี หลวงพระบาง

น้ำตกตาดกวางสี หลวงพระบาง น้ำตกที่มีความสวยงามมากที่สุดของหลวงพระบาง ตั้งอยู่ใจกลางป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ มีลักษณะเป็นน้ำตกหินปูนขนาดใหญ่ มีทั้งหมด 4 ชั้น โดยชั้นที่สูงที่สุดมีความสูงมากถึง 75 เมตร ซึ่งสายน้ำมหาศาลจะไหลลงมาตามหน้าผาแนว 90 องศาสู่แอ่งน้ำกว้างเบื้องล่าง ก่อนจะไหลลงไปตามชั้นต่าง ๆ บางวันจะมีรุ้งกินน้ำพาดผ่านน้ำตก เป็นภาพที่สวยงามมาก มีสะพานไม้ทอดยาวลัดเลาะไปรอบน้ำตก ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินไปเที่ยวชมได้อย่างใกล้ชิด ส่วนถ้าใครอยากเล่นน้ำก็มีแอ่งน้ำในชั้นล่างๆ ให้นักท่องเที่ยวสามารถลงเล่นน้ำได้ พร้อมทั้งพื้นที่นั่งปิกนิก ร้านอาหาร และร้านกาแฟ

หนองเขียว หลวงพระบาง

หนองเขียว หลวงพระบาง เป็นเมืองท่องเที่ยวในหุบเขาขวัญใจนักท่องเที่ยวแนวแบ็กแพ็กเกอร์แห่งใหม่ของประเทศลาว ตั้งอยู่ห่างจากเมืองเก่าหลวงพระบางประมาณ140 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นเมืองเล็กๆริมคุ้งแม่น้ำอู ด้านหลังของเมืองเป็นภูเขาสูงใหญ่ บรรยากาศเงียบสงบมาก ชาวบ้านยังคงใช้ชีวิตเรียบง่าย มีวิถีชีวิตที่อยู่กับธรรมชาติอย่างแท้จริง โดยไฮไลต์ของที่นี่ก็คือ ยอดผาแดง ซึ่งเป็นหน้าผาสูงที่สามารถมองเห็นวิวเมืองหนองเขียวได้แบบ 360 องศา พร้อมกับเห็นแม่น้ำอูที่ลัดเลาะแนวภูเขากับภูเขาลูกใหญ่ที่มีรูปร่างสวยแปลกตา เต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียวชอุ่ม ถ้ามาเที่ยวหน้าฝน ก็จะได้เห็นทะเลหมอกด้วย

ประตูชัย หรือประตูไซ เวียงจันทน์

ประตูชัย หรือประตูไซ เวียงจันทน์ แลนด์มาร์กที่สำคัญของเวียงจันทน์ ตั้งอยู่ใจกลางเมือง บริเวณท้ายสุดทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของถนนล้านช้าง สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1957-1968 เพื่อสดุดีวีรชนที่ร่วมรบในการประกาศเอกราชกับฝรั่งเศส มีลักษณะเป็นประตูรูปทรงคล้ายกับอาร์กเดอทรียงฟ์เดอเลตวล หรือ ประตูชัยฝรั่งเศส แต่ตกแต่งในแบบศิลปะล้านช้าง ด้านหน้าเป็นลานน้ำพุกับสวนกว้าง ในช่วงยามเย็นจะมีการเปิดน้ำพุ บรรยากาศสวยงาม

สี่พันดอน จำปาสัก

สี่พันดอน จำปาสัก เป็นหมู่เกาะในแม่น้ำโขง บริเวณแขวงจำปาสัก โดยมีเกาะเล็กเกาะน้อยแตกย่อยออกมามากกว่า 4,000 เกาะ ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า สี่พันดอน โดยแต่ละเกาะจะมีชาวบ้านอาศัยอยู่ ส่วนใหญ่ทำอาชีพประมงและการเกษตร ภายในสี่พันดอนจะมีแหล่งท่องเที่ยวโด่งดังอยู่ 2 แห่ง คือ น้ำตกหลี่ผี และน้ำตกคอนพะเพ็ง สำหรับน้ำตกหลี่ผี จะเป็นน้ำตกที่อยู่ระหว่างดอนคอน (Don Khon) และดอน Sanlat มีลักษณะเป็นแก่งหินสีดำขนาดน้อยใหญ่ขวางลำน้ำโขง เกิดเป็นน้ำตกขนาดมหึมาที่มีพื้นที่กว้างขวาง ส่วนน้ำตกคอนพะเพ็ง จะอยู่ทางฝั่งแผ่นดินใหญ่ เกิดจากการยุบตัวของแผ่นดินในลำน้ำโขง ทำให้เกิดแก่งหินสีดำน้อยใหญ่ขวางลำน้ำโขงเช่นกัน

น้ำตกตาดฟาน จำปาสัก

น้ำตกตาดฟาน จำปาสัก น้ำตกที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ตั้งอยู่ในเมืองปากซ่อง (Paksong) ห่างจากเมืองปากเซราวๆ 37 กิโลเมตร และห่างจากด่านช่องเม็ก จังหวัดอุบลราชธานี เพียงแค่ประมาณ 80 กิโลเมตรเท่านั้น ความสวยงามของน้ำตกตาดฟานอยู่ที่การเป็นน้ำตก 2 สายไหลดิ่งลงหน้าผาสูงกว่า 100 เมตร อันเป็นปากปล่องภูเขาไฟโบราณ ท่ามกลางป่าเขาอันอุดมสมบูรณ์ แต่ไฮไลต์ของที่นี่ ก็คือ กิจกรรมแนวผจญภัย ทั้งการโหนซิปไลน์ข้ามน้ำตก และการปีนหน้าผาบริเวณน้ำตก ทั้งนี้กิจกรรมโหนซิปไลน์ก็ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวค่อนข้างมาก เพราะเป็นซิปไลน์ที่มีความสูงราวๆ 220 เมตรเลยทีเดียว และยังมีให้เลือกว่าจะโหนไปด้วยมือเฉยๆ หรือจะนั่งจิบกาแฟ รับประกันความหวาดเสียว

บลู ลากูน วังเวียง

บลู ลากูน วังเวียง ที่เที่ยวธรรมชาติที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของวังเวียง ปัจจุบันมีอยู่ด้วยกัน 3 แห่ง ซึ่งทั้งหมดมีลักษณะเป็นบ่อน้ำผุด โดยน้ำในบ่อจะเป็นสีฟ้าสวยใสเย็นฉ่ำ เนื่องจากผุดขึ้นมาจากชั้นหินด้านล่างไหลเรื่อยผ่านดินและหินขึ้นมาเรื่อยๆ จึงทำให้น้ำใส เมื่อผสมกับแร่ธาตุบางอย่างจึงทำให้มีสีฟ้า ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถที่จะลงไปเล่นน้ำได้ มีทั้งชิงช้า แพไม้ไผ่ เชือกให้กระโดดน้ำ พร้อมกับมีเสื้อชูชีพไว้บริการ

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่Https://pizzaandfooditalia.com

เกมสนุกแถบได้ตัง : SlotxoSlotxo PGSLOTGAME , PGSLOT , PGSLOT

สนับสนุนโดย : SLOTXO,UFABET,UFABET ,UFABET,UFABET

เนการา บรูไน ดารุสซาลาม

เนการา บรูไน ดารุสซาลาม ประเทศที่ตั้งอยู่บนเกาะบอร์เนียว ติดกับทะเลจีนใต้ โด่งดังเรื่องการส่งออกน้ำมัน และมีสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่น

เที่ยวที่ เนการา บรูไน ดารุสซาลาม

The Istana Nurul Iman Palace

ยิ่งกว่าอลังการงานสร้าง ก็อลังการพระราชวังสร้าง กับ “อิสตานา นูรุล อิมาน” พระราชวังที่ได้รับการยกย่องว่าใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งใหญ่กว่าพระราชวังบักกิ้งแฮม 3 เท่า และพระราชวังแวร์ซาย 4 เท่า ภายในถูกตกแต่งด้วยความประณีตงดงามจากวัสดุชั้นเลิศและของที่ขาดไม่ได้อย่างทองคำ ซึ่งประกอบไปด้วยห้องต่างๆ 1,788 ห้อง, ห้องน้ำ 257 ห้อง และสระน้ำ 5 สระ นอกจากนี้ ยังมีห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ซึ่งบรรจุคนได้มากถึง 5,000 คน ยัง ยัง ไม่จบที่นี่ยังมี Ferrari และ Rolls Royces ที่สั่งทำพิเศษคันเดียวในโลก, เครื่องบินโบอิ้ง 747-400 มูลค่ากว่า 200 ล้านดอลลาร์ ,เครื่องบินส่วนพระองค์อีก 6 ลำ และคอกม้าติดแอร์สำหรับม้าแข่งโปโลขององค์สุลต่าน 200 ตัว ไม่ตาร้อนตอนนี้จะให้ตาร้อนตอนไหน แต่ใครที่ร้อนใจอยากไปดูตอนนี้เราขอให้ใจเย็นก่อน เพราะพระราชวังแห่งนี้จะเปิดให้เข้าชมเพียงปีละครั้งหลังเดือนรอมฎอน หรือหลังพิธีถือศีลอดเป็นต้นไปเท่านั้น

เนการา บรูไน ดารุสซาลาม

Gadong Night Market

สายกินต้องไม่พลาด เดินแบกท้องไปบุกตลาดกาดง ตลาดนัดของกินยามค่ำคืนซึ่งเปิดตั้งแต่บ่าย 3 ถึงเที่ยงคืน ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องอาหารถูก และอร่อย ให้ทุกคนได้เติมอาหารจนหนักท้อง แต่ไม่หนักกระเป๋า โดยเต็มไปด้วยอาหารมากมายละลานตาทั้งคาวหวานจนเลือกกินไม่ถูกเลยทีเดียวตั้งแต่อาหารมลายู จีน อินเดีย ญี่ปุ่น และอาหารตะวันตก อีกทั้งยังมีทุเรียนพันธุ์บอร์เนียว ซึ่งเป็นทุเรียนพันธุ์หายากให้เราได้ลองชิมอีกด้วย บอกเลยว่าถ้าน้ำหนักขึ้นหลังกลับไทย ไม่ต้องสงสัยว่ามาจากไหน

เนการา บรูไน ดารุสซาลาม

Billionth Barrel Monument

อนุสาวรีย์น้ำมันหนึ่งล้านบาร์เรล สัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่งของบรูไนซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำมันอันดับต้นๆของโลกที่น่าแวะไปถ่ายรูป หรือเซลฟี่เป็นที่ระลึก ซึ่งอนุสาวรีย์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลอง และจารึกประวัติศาสตร์อันสำคัญของบรูไนที่สามารถผลิตน้ำมันได้สูงถึง 1 พันล้านบาร์เรลใน ค.ศ. 1991 โดยอนุสาวรีย์แห่งนี้ตั้งอยู่ที่เซอเรีย เมืองศูนย์กลางของกิจการน้ำมันในบรูไน

เนการา บรูไน ดารุสซาลาม

Yayasan Sultan Haji Hassanal Bolkiah Complex

ถึงเวลาสวรรค์ของนักช้อปกับศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศบรูไน ที่เรียกกันสั้นๆว่า Yayasan Complex ซึ่งเป็นแหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมกลางกรุงบันดาร์เซอรีเบอกาวัน เป็นศูนย์รวมสินค้าตั้งแต่ของฝาก ของที่ระลึก สินค้าพื้นเมืองของคนท้องถิ่น สินค้าประจำชาติ เสื้อผ้า อัญมณี และของแฟชั่น โอ้ย เยอะจริงๆ แถมทุกอย่างก็ยังราคาไม่แพงอีกด้วย และถ้ายังช้อปไม่หนำใจใกล้ๆก็ยังมีห้างกาดง (Gadong) ให้คุณได้ช้อปกันต่ออีก ซึ่งมีสินค้าหลากหลายและแหล่งบันเทิงครบครันให้คุณได้ใช้จ่ายกันมันมือเลย

เนการา บรูไน ดารุสซาลาม

Tutong Beach

รับลมเย็นๆ พร้อมเพลิดเพลินเสียงคลื่นที่ซัดเข้าหาดตูตง ชายหาดที่มีชื่อเสียงที่สุดในบรูไน โดยมาพร้อมกับทรายขาวสะอาด และน้ำทะเลสีเขียวมรกตชวนมอง ชาวบรูไนเรียกชายหาดนี้ว่า ปันไตตูตง ซึ่งมีรีสอร์ทที่พักอำนวยความสะดวกครบครัน และหากใครชอบอาหารทะเลที่นี่ก็มีร้านอาหารทะเลสดไว้รองรับมากมาย แถมยังมีรถให้เช่าขับเที่ยวชายหาด รวมทั้งมีเรือเฟอร์รี่ให้เช่าออกไปชมความงามของท้องทะเล หรือใครที่อยากออกไปไหนก็นั่งชิลรอชมพระอาทิตย์ตก สร้างบรรยากาศโรแมนติกให้กับทริปกันสักหน่อย

เนการา บรูไน ดารุสซาลาม

Jerudong Park

สวนสนุกเจรูดง สถานที่พักผ่อนของครอบครัวที่ให้เด็กๆ หรือคนที่มีหัวใจยังเด็กได้มาสนุกสุดเหวี่ยงกันอยู่ภายในพื้นที่อันกว้างขวาง และใหญ่ยิ่งกว่าสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ฮ่องกง ซึ่งมาพร้อมกับครื่องเล่นมากมาย เช่น รถไฟเหาะ, ล่องแก่ง หรือ หอคอยทิ้งดิ่ง ที่รอให้เราไปสนุกโดยไม่ต้องทนต่อคิวตากแดดร้อนๆ เพราะนี่เปิดให้เล่นตั้งแต่ช่วง 4 โมงเย็นถึงเที่ยงคืน นอกจากนี้ยังมีสวนสาธารณะที่ถูกตกแต่งอย่างงดงาม และหรูหรา พร้อมแสง สี เสียงจากการแสดงต่างๆ เช่น น้ำพุเต้นระบำ แถมยังมีรีสอร์ทระดับห้าดาวไว้ให้พักผ่อนอีกด้วย

Kampong Ayer

สัมผัสวิถีชีวิตชาวบรูไนแบบดั้งเดิม ผ่านหมู่บ้านกัมปงไอเยอร์ หมู่บ้านกลางน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก (ที่สุดในโลกอีกแล้วว) ตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำบรูไน ซึ่งชาวยุโรปยุคแรกๆที่เข้ามา เรียกหมู่บ้านกลางน้ำแห่งนี้ว่า เวนิชแห่งตะวันออก ภายในแบ่งออกเป็นหมู่บ้านเล็กๆ อีก 42 หมู่บ้าน เชื่อมต่อกันเป็นระยะทางกว่า 30 กิโลเมตร และมีประชากรอาศัยอยู่กว่า 30,000 คน โดยเราสามารถเยี่ยมชมวิถีชีวิต และการคมนาคมซึ่งสัญจรกันโดยใช้เรือพาย หรือชมสถาปัตยกรรมโบราณจากบ้านเรือนนับพันบนแม่น้ำบรูไนที่ใช้เสาไม้ค้ำยันเป็นหลักอยู่ด้านล่าง นอกจากนึ้ยังได้รับประทานของท้องถิ่น และน้ำชาแสนอร่อยอีกด้วย

Ulu Temburong National Park

พักสายตาจากแสงทองของทองคำเปลี่ยนมาชมแสงของธรรมชาติที่มีมูลค่าไม่แพ้กันบ้าง ผ่านอุทยานแห่งชาติอูลู เทมบูรง ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “มงกุฎสีเขียวแห่งบรูไน” ใครที่เป็นสายธรรมชาติบอกเลยว่าไม่ควรพลาด เพราะเราจะได้อยู่ท่ามกลางภูเขา น้ำตก ทะเลสาบ และลำธารใสสะอาดที่สามารถมองเห็นสัตว์ใต้น้ำ ซึ่งภายในอุทยานก็จะมีกิจกรรมต่างๆให้เราทำมากมายจนไม่รู้สึกเบื่อ อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการตกปลา แคมป์ปิ้ง ล่องเรือ หรือส่องสัตว์หาชมยากอย่างลิงจมูกยาว หรือผีเสื้อราชาถุงทองบรุค เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีไฮไลต์สุดเด็ดที่พร้อมพิชิตใจนักท่องเที่ยวอย่าง Canopy Walkway ทางเดินลอยฟ้าที่จะให้เราได้เห็นวิวธรรมชาติจากมุมสูงอย่างเต็มตา และได้สูดอากาศบริสุทธิ์อย่างเต็มปอดกันไปเลย

Royal Regalia Museum

สัมผัสความยิ่งใหญ่ของราชวงศ์ และประวัติขององค์สุลต่าน กับพิพิพิธภัณฑ์รอยัลเรกกาเลีย พิพิธภัณฑ์ที่ถูกยกย่องว่ามีสมบัติล้ำค่า และน่าชื่นชมที่สุดในทวีปเอเชีย ตั้งอยู่ใจกรุงบันดาร์เซอรีเบอกาวันเช่นกัน ซึ่งเป็นสถานที่ที่รวบรวมข้าวของ เครื่องใช้ของสุลต่านองค์ปัจจุบันซึ่งล้วนแล้วแต่ไม่สามารถประเมินค่าออกมาได้ หรือถ้าจะให้ประเมินก็คงต้องมีคนช็อกไปตามๆกันแน่ๆ โดยทุกอย่างในนี้ล้วนทำขึ้น หรือประกอบด้วยทองคำ เช่น ราชรถทองคำ ฉลองพระองค์ทองคำ เครื่องทรงทองคำ หรือแม้แต่อาวุธก็ยังเป็นทองคำ รวมทั้งยังมีเครื่องราชบรรณาการจากประเทศต่างๆ ที่มีความงดงาม และหาดูได้ยาก เช่น คริสตัล หยก งาช้าง เป็นต้น ใครที่ได้มารับรองจะรู้สึกไม่อยากออกไปไหนเลยทีเดียว

Sultan Omar Ali Saifuddin

มัสยิดที่สวยที่สุดของโลกหรือมัสยิดที่ใครหลายคนเรียกกันว่ามินิทัชมาฮาล ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองกรุงบันดาร์เซอรีเบอกาวัน เมืองหลวงของประเทศบรูไน ซึ่งถูกออกแบบและดำเนินการสร้างโดยสุลต่านโอมาร์ อาลี ไซฟัดดินที่3 สุลต่านองค์ที่ 28 ของบรูไน และเป็นที่มาของชื่อมัสยิดแห่งนี้ ภายในมัสยิดประดับตกแต่งด้วยหินอ่อนจากอิตาลี โคมคริสตัลจากประเทศอังกฤษ และพรมเส้นใยพิเศษทอจากประเทศซาอุดิอาระเบีย ซึ่งถูกผสมผสานกับสถาปัตยกรรมแบบอิสลาม ภายนอกจะเห็นเป็นโดมทองคำโดดเด่นชวนให้มองด้วยความสูงที่มากถึง52เมตร ซึ่งถูกสร้างจากคำบริสุทธิ์มากถึง3.3 ล้านแผ่น

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ https://pizzaandfooditalia.com

เกมสนุกแถบได้ตัง : SlotxoSlotxo PGSLOTGAME , PGSLOT , PGSLOT

สนับสนุนโดย : SLOTXO,UFABET,UFABET ,UFABET,UFABET

เที่ยวมาเก๊าแบบจัดเต็ม

เที่ยวมาเก๊าแบบจัดเต็ม หากพูดถึงมาเก๊าแล้ว มักจะนึกถึงลาสเวกัสตะวันออก เมืองแห่งคาสิโน แต่มาเก๊ายังมีอะไรน่าสนใจอีกมากมายเลยทีเดียว

สถานที่ เที่ยวมาเก๊าแบบจัดเต็ม

1. Macau Fisherman’s Wharf

มาเก๊า ฟิชเชอร์แมน วาร์ฟ (Macau Fisherman’s Wharf) คือเมืองจำลองที่สร้างในพื้นที่ขนาดใหญ่ โดยแต่ละโซนก็จะแบ่งออกเป็นธีมต่างๆ ที่แตกต่างกัน ได้แก่ โซนของท่าเรือแห่งราชวงศ์ (Dynasty Wharf) ที่จะมีอาคารสถาปัตยกรรมของจีนในยุคราชวงศ์ถัง, โซนประเทศตะวันออกผสมผสานกับประเทศแถบตะวันตก (East Meets West) ซึ่งจะห้อมล้อมไปด้วยสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกและตะวันออก และโซนท่าเรือแห่งตำนาน (Legend Wharf) เป็นพื้นที่ของร้านค้า โรงแรม ร้านอาหาร และคาสิโน ฯลฯ ทั้งนี้ภายในโซนต่างๆ ก็จะมีทั้งจุดถ่ายรูป ร้านค้า ร้านอาหาร ให้เราได้เที่ยวและพักผ่อนได้อย่างเพลิดเพลิน

เที่ยวมาเก๊าแบบจัดเต็ม

2. Kun Iam Statue

รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม (Kun Iam Statue) อีกแหล่งท่องเที่ยวห้ามพลาดในมาเก๊า ก็คือรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมที่ตั้งอยู่กลางทะเลบริเวณ Outer Harbour ทางใต้ของฝั่งมาเก๊านั่นเอง ลักษณะเป็นรูปปั้นทองสำริดที่มีหน้าตาผสมกันระหว่างจีนและยุโรป ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร บนฐานดอกบัวอีก 4 เมตร ยื่นออกไปในทะเลเป็นระยะทาง 60 เมตร โดยฐานของดอกบัวนี้ได้ถูกสร้างให้เป็นสถานที่จัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับเจ้าแม่กวนอิม ศาสนาพุทธ และศาสนาเต๋า

เที่ยวมาเก๊าแบบจัดเต็ม

3. City of Dreams

ซิตี้ ออฟ ดรีม (City of Dreams) เป็นโรงแรม และคาสิโนขนาดใหญ่อีกแห่งหนึ่งของมาเก๊า ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ กับเวเนเชี่ยนมาเก๊า โดยซิตี้ ออฟ ดรีม จะมีชื่อเสียงทางด้านโชว์มากกว่า โดยโชว์ที่มีชื่อเสียงและคนดูให้การต้อนรับมากที่สุดก็คือ โชว์นางเงือกบนหน้าจอโปรเจ็กเตอร์โค้งมนขนาดยักษ์ ที่ดูคล้ายๆ กับแท็งค์น้ำในอะควาเรียม และอีกโชว์ก็คือ House of the Dancing Water เป็นการเต้นระบำโชว์ควบคู่ไปกับการแสดงของน้ำพุที่ยิ่งใหญ่อลังการดาวล้านดวงเลยทีเดียว

เที่ยวมาเก๊าแบบจัดเต็ม

4. Macau Museum of Art

พิพิธภัณท์ศิลปะมาเก๊า (Macau Museum of Art) ตั้งอยู่ในอาคาร Cultural Center โดยมีทั้งหมด 5 ชั้น ซึ่งแต่ละชั้นก็จะมีการแบ่งโซนจัดแสดงที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น ที่ชั้น 4 จะเป็นโซนจัดแสดงภาพวาด ตัวอักษร และงานเซรามิกจากประเทศจีน ส่วนชั้น 3 จะเป็นรูปภาพประวัติศาสตร์และผลงานศิลปะร่วมสมัยในสไตล์ยุโรปที่บอกเล่าเรื่องราวการใช้ชีวิตในมาเก๊า และชั้นที่ 2 จะเป็นห้องขนาดใหญ่ที่จัดแสดงผลงานพิเศษหมุนเวียนไปเรื่อยๆ นอกจากนี้ในชั้น 1 ยังเป็นที่ตั้งของร้านค้า ร้านอาหาร และคาเฟ่อีกด้วย

เที่ยวมาเก๊าแบบจัดเต็ม

5. Ruins of St.Paul’s

ประตูโบสถ์เซนต์ปอล (Ruins of St.Paul’s) เมื่อเดินทางมาเที่ยว ในมาเก๊า ฮ่องกง ทั้งที แน่นอนว่าเราจะพลาดแลนด์มาร์คของมาเก๊า อย่างประตูโบสถ์เซนต์ปอลไม่ได้ ซึ่งที่นี่ในแต่ละวันจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ทั้งกลางวันและกลางคืน โดยคนส่วนใหญ่นิยมมาถ่ายรูปคู่กับซากประตูโบสถ์ พร้อมทั้งดูร่องรอยอารยธรรมความยิ่งใหญ่ในอดีตของโบสถ์แห่งนี้ ที่เคยเป็นโรงเรียนสอนศาสนาแห่งแรกในเอเชียตะวันออก ก่อนจะถูกเพลิงไหม้เสียหายเหลือแต่ซากประตูเอาไว้ในปี 1835

6. Venetian Macau

เวนีเชียนมาเก๊า (Venetian Macau) คือหนึ่งในสถานบันเทิง ที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น และใหญ่ที่สุดในเอเชีย เพราะภายในนอกจากจะมีคาสิโนขนาดใหญ่ไว้คอยบริการนักพนันจากทั่วทุกมุมโลกแล้ว ยังมีห้องพักสุดหรูหราไว้คอยบริการแขกผู้มาเยือนถึง 3,000 ห้อง โดยแต่ละห้องได้รับการตกแต่งอย่างดีที่สุด และมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย นอกจากนั้น เวนีเชียนมาเก๊ายังมีร้านค้าให้ช้อปกันอย่างจุใจถึง 350 ร้าน ท่ามกลางการตกต่างอย่างสวยงาม ในสไตล์ของเมืองเวนิสแห่งอิตาลีอีกด้วย

7. Macau Tower

หอคอยมาเก๊า (Macau Tower) สำหรับใครที่อยากชมวิวสวยๆ ของเกาะมาเก๊า ต้องมาที่นี่เลย มาเก๊า ทาวเวอร์ หอคอยขนาดความสูง 338 เมตร ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณทะเลสาบนามวาน และทะเลสาบไชหวัน ข้างบนนอกจากจะมีวิวในแบบพาโนราม่าให้เราได้เพลิดเพลินไปกับความสวยสงบของมาเก๊าในมุมสูงแล้ว ยังเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ทั้งร้านอาหาร คอฟฟี่ช็อป ห้องจัดนิทรรศการและสัมมนา รวมไปถึงกิจกรรมสุดตื่นเต้น อย่างการเดินรอบนอกของหอคอยบนความสูง 216 เมตร และ 233 เมตร การปีนขึ้นบนจุดสูงสุดของหอคอย และการกระโดดจากหอคอยลงสู่เบื้องล่างโดยมีสลิงคอยยึด มาที่เดียว ทั้งสนุกทั้งเสียวในคราวเดียวกันเลย

เที่ยวมาเก๊าแบบจัดเต็ม

8. St. Lawrence’s Church

โบสถ์เซนต์ลอเรนซ์ (St. Lawrence’s Church) โบสถ์เซนต์ลอเรนซ์แห่งมาเก๊า เป็นโบสถ์ 1 ใน 3 แห่งที่มีความเก่าแก่ที่สุดในมาเก๊า ซึ่งสร้างขึ้นในช่วงประมาณกลางศตวรรษที่ 16 โดยตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะ นักท่องเที่ยวสามารถเดินจากเซนาโดสแคว์ไปได้ โดยใช้เวลาในการเดินประมาณ 600 เมตร ทั้งนี้ตัวโบสถ์สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิก และตกแต่งในสไตล์บาโร้ก จึงทำให้ดูสวยงามหรูหรายิ่งกว่าโบสถ์อื่นๆ ที่เราเคยเห็นทั่วๆ ไป

9. Guia Fortress

ป้อมปราการเกีย (Guia Fortress) นี่คืออีกหนึ่งมรดกโลกของมาเก๊า ป้อมปราการเกีย เป็นป้อมปราการเก่าแก่มาตั้งแต่ปี 1622 ที่ตั้งอยู่ในจุดที่สูงที่สุดของมาเก๊า เพราะฉะนั้นที่นี่จึงเป็นชมวิวที่สามารถมองเห็นวิวได้ทั่วทั้งบริเวณเมือง ทะเล ไปจนถึงประเทศจีนเลยล่ะ นอกจากนั้นข้างๆ ป้อมปราการยังมีโบสถ์เล็กๆ แห่งหนึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ ซึ่งภายในมีภาพวาดจิตรกรรมฝาผนัง ที่เรียกว่า frescoes ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของทวีปเอเชีย และติดกับตัวโบสถ์ มีหอประภาคารสีขาวสูง 15 เมตร ที่ใช้สำหรับเฝ้าระวังข้าศึกและการเตือนภัยจากสภาพอากาศด้วย

10. A-Ma Temple

 วัดอาม่า (A-Ma Temple) เป็นวัดเก่าแก่ของ มาเก๊า ที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวจีนและชาวไทยนิยมเดินทางมากราบไหว้ขอพรเป็นอย่างมาก โดยวัดอาม่าตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะมาเก๊า ภายในวัดมีจุดกราบไหว้ขอพรอยู่หลายจุด ซึ่งแต่ละจุดจะตั้งอยู่บนเนินเขา และเมื่อเดินขึ้นบันไดไปเรื่อยๆ ก็จะมีทั้งศาลเจ้า ศาลา ประตูโบราณ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ให้ได้กราบไหว้ขอพรอยู่ทั่วทุกจุด อีกทั้งสถาปัตยกรรมภายในวัด ยังงดงามด้วยสไตล์จีนโบราณ จึงเหมาะที่จะเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดเป็นอย่างยิ่ง

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ Https://pizzaandfootitalia.com

เกมสนุกแถบได้ตัง : SlotxoSlotxo PGSLOTGAME , PGSLOT , PGSLOT

สนับสนุนโดย : SLOTXO,UFABET,UFABET ,UFABET,UFABET

ฮ่องกง เมืองบนเกาะเล็กๆ

สถานที่ท่องเที่ยว ฮ่องกง เมืองบนเกาะเล็กๆ

ฮ่องกง เมืองบนเกาะเล็กๆ ที่ถูกยกให้เป็นเขตปกครองพิเศษ ที่คนไทยนิยม มีแหล่งท่องเที่ยวสตรีทอาร์ตอยู่ทั่วเมือง และยังมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามอีกด้วย

Hong Kong Convention and Exhibition Centre

ศูนย์การประชุมและนิทรรศการฮ่องกง (Hong Kong Convention and Exhibition Centre) โดดเด่นด้วยม่านกระจกขนาดใหญ่และหลังคาอะลูมิเนียมขนาด 40,000 ตารางเมตร ที่ก่อสร้างอย่างแม่นยำเพื่อสะท้อนเสียงนกทะเล อาคารนี้เป็นที่รู้จักทั่วโลกในชื่อ HKCEC ที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าอ่าว ใช้เทคนิคการก่อสร้างจากบนลงล่าง เพื่อแก้ปัญหาเรื่องที่ดินที่มีอยู่อย่างจำกัด เป็นความก้าวหน้าขั้นสูง ที่ได้รับรางวัลจากหลายอุตสาหกรรม อาคารนี้ยังเป็นสถานที่สำหรับประกอบงานพิธีการส่งมอบคืนเกาะฮ่องกง เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 1997 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เจ้าอาณานิคมอังกฤษ ได้ส่งมอบเกาะคืนแก่สาธารณะรัฐประชาชนจีน และเขตปกครองพิเศษฮ่องกง เป็นเหตุการณ์สำคัญที่ต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์

Temple Street Night Market

ตลาดกลางคืนเทมเปิลสตรีท (Temple Street Night Market) ตลาดนัดริมถนนที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ให้สนุกกับการช้อปปิ้งสินค้าต่างๆ มากมาย เช่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ อุปกรณ์ชงชา อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หยก และของโบราณต่างๆ เป็นต้น และสนุกกับการต่อรองราคา หลักการต่อราคาของที่นี่ ต้องต่อให้ได้เกินครึ่งหนึ่งของราคาที่ตั้งเอาไว้ ไม่อย่างนั้นจะได้ของแพงไปไม่รู้ตัว นอกจากจะได้เลือกซื้อสินค้าที่ชื่นชอบแล้ว ที่ตลาดแห่งนี้ยังมีอาหารเลิศรสให้ลิ้มลองในราคาเบาๆ อร่อยอย่าบอกใคร

ฮ่องกง เมืองบนเกาะเล็กๆ

Clock Tower

หอนาฬิกา (Clock Tower) หอนาฬิกาเก่าสูง 44 เมตร สร้างขึ้นในปี 1915 ก่อนหน้านั้น เคยเป็นส่วนหนึ่งของสถานีรถไฟเกาลูน แคนตัน ครั้งหนึ่งเมื่อสมัยก่อสร้างหอนาฬิกา ได้หยุดชะงักลงเมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 และข้อจำกัดด้านงบประมาณ จึงสร้างได้เพียงหอคอยที่สร้างจากอิฐสีแดงและหินแกรนิตเท่านั้น และใช้เวลาอีกหลายปีจึงสร้างเป็นหอนาฬิกาได้สำเร็จ สถานีซึ่งเคยคับคั่งไปด้วยผู้คนแห่งนี้ ปัจจุบันได้เลิกให้บริการไปแล้ว เนื่องจากสถานีรถรางแห่งใหม่เปิดให้บริการ และสถานีเก่าถูกรื้อทิ้งไป หลงเหลือไว้เพียงแต่หอนาฬิกา ยังคงถูกเก็บรักษาไว้เป็นอนุสรณ์สถาน ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นยุครุ่งเรืองของเครื่องจักรไอน้ำ เป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่งดงาม โดยเฉพาะขาวจีนอพยพนับล้านคนซึ่งเดินทางผ่านสถานีแห่งนี้เพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่

ฮ่องกง เมืองบนเกาะเล็กๆ

Avenue of Stars

อะเวนิว ออฟ สตาร์ (Avenue of Stars) เป็นสถานที่รำลึกถึงบุคคลที่มีส่วนทำให้ฮ่องกงกลายเป็น “ฮอลลีวูดแห่งตะวันออก” อยู่ริมอ่าววิคตอเรีย มีรูปปั้นบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับภาพยนตร์ของฮ่องกง โดยเฉพาะรูปปฏิมากรรมขนาดเท่าตัวจริงของวีรบุรุษกังฟู บรูซ ลี มีแผ่นจารึกเกียรติคุณ รอยประทับมือของนักแสดง มีบรรยากาศคึกคักตลอดเวลา มีการแสดงต่างๆ ทั้งดนตรี ละคร เต้นรำ และนอกจากนี้ ยังเป็นจุดชมการแสดงแสงสีเสียงในชุด Symphony of Lights อันยิ่งใหญ่อีกด้วย

ฮ่องกง เมืองบนเกาะเล็กๆ

Ocean Park Hong Avenue of Stars

โอเชี่ยนปาร์คฮ่องกง (Ocean Park Hong Kong) เปิดในปี 1977 ตั้งอยู่ทางใต้ของเกาะฮ่องกง ครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 870,000 ตารางกิโลเมตร เป็นสวนสนุกสัตว์ทะเลระดับโลก มีความสนุกที่แฝงไปด้วยความรู้อยู่มากมายบนพื้นที่ที่แบ่งออกเป็นโซนต่างๆ ทั้ง ดินแดนแห่งขั้วโลก Polar Adventure, ชมความเป็นมาของฮ่องกงในอดีต Old Hong Kong, เครื่องเล่นรถไฟเหาะตีลังกาสุดหวาดเสียว Thrill Mountain, โลกแห่งพืชไม้นานาพันธุ์ Rainforest, สวนสนุกทางทะเล Aqua City และ สัตว์หายากในเอชีย Amazing Asian Animals

ฮ่องกง เมืองบนเกาะเล็กๆ

The Peak

เดอะพีค (The Peak) คือจุดสูงสุดของเกาะฮ่องกง เป็นจุดชมวิวที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ที่สามารถชมทัศนียภาพของเมืองฮ่องกงได้ทั้งเกาะ ทั้งตึกระฟ้า อ่าววิคตอเรีย เนินเขาสีเขียว สามารถชมวิวที่ปรับเปลี่ยนไปในแต่ละช่วงเวลา ทั้งชมวิวในตอนกลางวัน ท้องฟ้าเปลี่ยนสีในพลบค่ำ และแสงสีในยามราตรี

ฮ่องกง เมืองบนเกาะเล็กๆ

Ladies’ Market

เลดี้ส์มาร์เก็ต (Ladies’ Market) สวรรค์แห่งการช้อปปิ้งของสาวๆ เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวฮ่องกง ที่ขายเสื้อผ้า เครื่องประดับ และของที่ระลึกในราคาย่อมเยา มีร้านค้าขนาดเล็กๆ ให้เดินเล่นกันอย่างเพลิดเพลินกว่า 100 ร้าน บนถนนทอดยาวตลอด 1 กิโลเมตร มีของให้เลือกเยอะมาก และมีราคาถูกสามารถต่อรองได้ เหมาะแก่การซื้อเป็นของฝาก แม่ค้าบางร้านพูดภาษาไทยได้ด้วย

ฮ่องกง เมืองบนเกาะเล็กๆ

Hong Kong Disneyland

ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ (Hong Kong Disneyland) ดินแดนมหาสนุก ที่ทุกคนจะได้ตื่นตาตื่นใจไปกับ การแสดงขบวนพาเหรดที่ main street ที่นำทัพโดยเหล่าตัวการ์ตูนดิสนีย์ ที่ชื่นชอบ การแสดงแสงสีเสียงยิ่งใหญ่อลังการ พร้อมไปต่อกับเครื่องเล่นหลากหลายชนิด ที่มีให้เลือกเล่นเลือกชมถึง 4 อาณาจักรได้แก่ เมนสตรีท ยูเอสเอ, แฟนตาซีแลนด์, แอดเวนเจอร์แลนด์ และทูมอโรแลนด์ ที่สำคัญอย่าลืมพกน้ำเปล่าไปด้วย ทางดิสนีย์แลนด์ให้สิทธิ์พกเข้าไปได้คนละ 1 ขวด

ฮ่องกง เมืองบนเกาะเล็กๆ

Golden Bauhinia Square

โกลเด้น โบฮิเนีย สแควร์ (Golden Bauhinia Square) รูปปั้น ที่ตั้งอยู่ตรงลานด้านหน้าศูนย์การประชุมและนิทรรศการฮ่องกง โบฮิเนียเป็นสัญลักษณ์ประจำฮ่องกง ซึ่งรัฐบาลกลางได้ส่งให้เป็นของขวัญแก่ฮ่องกง เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการส่งมอบคืนฮ่องกงให้กับจีน ในปี 1997 และยังเป็นเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ เป็นอนุสาวรีย์การรวมประเทศที่มีแผ่นจารึกลายมือของประธานาธิบดี เจียงเจ๋อหมิน ผู้เป็นตัวแทนประเทศจีนในพิธีการส่งมอบเกาะ นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังมีโอกาสได้ชื่นชมพิธีการเชิญธงขึ้นสู่ยอดเสา ซึ่งจัดขึ้นทุกวันอย่างเอิกเกริกและเพื่อเป็นสัญลักษณ์รำลึกถึงเหตุการณ์นี้ แต่หากต้องการชมพิธีอย่างเต็มรูปแบบ ต้องมาชมทุกวันที่ 1 ของเดือน จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจฮ่องกงเชิญธงขึ้นสู่ยอดเสา มีพลปืนในชุดเครื่องแบบเต็มยกให้การอารักขา มีการบรรเลงเพลงชาติโดยวงดุริยางค์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตามด้วยการแสดงดนตรีจากวงเครื่องเป่าของเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกเป็นเวลา 10 นาที

Tsim Sha Tsui Promenade

จิมซาโจ่ยพรอมเมอนาด (Tsim Sha Tsui Promenade) เป็นสถานที่เดินเล่น ย่านจิมซาโจ่ย เป็นที่เที่ยวฮ่องกงที่สามารถเดินเล่นผ่อนคลายความตึงเครียดได้ดีทีเดียว ในทุกๆ เย็นจะมีผู้คนมาร้องเพลงกันเป็นกลุ่มๆ สัมผัสกับอากาศบริสุทธิ์ และชื่นชมบรรยากาศริมน้ำ มีเรือเฟอรรี่หลากหลายสีข้ามฟากไปมา ได้มองเห็นการแสดง Symphony of Lights ได้อย่างชัดเจน

วัดซิกซิกหยวน หว่องไท่ซิน

วัดซิกซิกหยวน หว่องไท่ซิน หรือ วัดหวังต้าเซียน ได้รับอิทธิพลมาจาก 3 ศาสนา (ศาสนาพุทธ ลัทธิเต๋า ลัทธิขงจื้อ) สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงในอดีตกาล หลวงพ่อหว่องไทซิน (ฮวงชูปิง) ซึ่งเกิดในศตวรรษที่ 4 และกลายเป็นเทพที่เขาเหิงซาน ในปี 1915 โดยนักพรตลัทธิเต๋าได้นำภาพอันศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อหว่องไทซิน เดินทางจากประเทศจีนมายังฮ่องกง เพื่อนำมาเก็บรักษาไว้ที่วัดหว่องไท่ซิน เป็นภาพวาดอันล้ำค่าที่ได้เก็บรักษาเอาไว้เป็นอย่างดีจนถึงปัจจุบัน ตัวอาคารต่างๆ ถูกตกแต่งอย่างปราณีตงดงามจนเป็นที่เลื่องลือ มีโครงสร้างต่างๆ ที่เป็นตัวแทนของธาตุแห่งการพยากรณ์ทั้งห้า ได้แก่ ศาลาสำริด(โลหะ) หอเก็บคัมภีร์(ไม้) น้ำพุ(น้ำ) ศาลเจ้า(ไฟ) และกำแพงดิน(ดิน) ภายในบริเวณวัดแห่งนี้ยังมีสิ่งก่อสร้างอื่นๆที่น่าสนใจ ได้แก่ ศาลา 3 เทพ ศาลาขงจื้อ และสวนพรอันประเสริฐ ตกแต่งอย่างหรูหราด้วยศิลปะลวดลายจีน สถานที่แห่งนี้ จึงกลายเป็นศูนย์กลางทางศาสนาที่สำคัญ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ชาวฮ่องกงเลื่อมใสศรัทธาเป็นอย่างมาก เชื่อว่าสามารถทำให้ความปรารถนาของทุกคนเป็นจริงได้

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ Https://pizzaandfooditalia.com

เกมสนุกแถบได้ตัง : SlotxoSlotxo PGSLOTGAME , PGSLOT , PGSLOT

สนับสนุนโดย : SLOTXO,UFABET,UFABET ,UFABET,UFABET

สถานที่ท่องเที่ยวสิงคโปร์ที่ห้ามพลาด

สถานที่ท่องเที่ยวสิงคโปร์ที่ห้ามพลาด เป็นประเทศเดียวในโลกที่ไม่มีเมืองหลวง แต่มี Landmark น่าเที่ยวเยอะมาก และอยู่ไม่ไกลจากเมืองไทยอีกด้วย

10 สถานที่ท่องเที่ยวสิงคโปร์ที่ห้ามพลาด

1. Singapore Flyer

Singapore Flyer เป็นหนึ่ง Landmark อันเป็นไฮไลท์ของสิงคโปร์ กับ Observation Wheel หรือชิงช้าสวรรค์สำหรับชมวิวเมืองมุมสูง ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย ด้วยความสูง 165 เมตรหรือเทียบเท่าตึก 42 ชั้น ตั้งอยู่ริมอ่าว Marina Bay ประกอบไปด้วยแคปซูลจำนวน 28 แคปซูล แต่ละแคปซูลบรรจุผู้โดยสารได้ 28 คน อันเป็นเลขมงคลตามหลักโหราศาสตร์จีน ที่จะพาไปชมวิวมุมสูงแบบพาโนรามาทั่วอ่าว Marina Bay อันสวยงามตระการตา

สถานที่ท่องเที่ยวสิงคโปร์ที่ห้ามพลาด

2. Merlion Park

Merlion Park Landmark อันเป็นสัญลักษณ์ของสิงคโปร์ คือสิ่งที่พลาดไม่ได้เลย เพราะถ้าพลาดถือว่ามาไม่ถึงสิงคโปร์เลยทีเดียว กับ Merlion Park รูปปั้น Merlion สุดชิคความสูง 8.6 เมตรพ่นน้ำริมอ่าว Marina Bay ซึ่งถือเป็นกิมมิคของเมืองสิงคโปร์ นอกจากจะเป็นที่ Check – In สุดฮอตที่ห้ามพลาดแล้ว ยังเป็นจุดชื่นชมทัศนียภาพ รับลมเย็น ๆบริเวณปากแม่น้ำสิงคโปร์ ริมอ่าว Marina Bay ซึ่งรายล้อมด้วย Landmark สำคัญๆ ของสิงคโปร์ทั้งโรงละคร Esplanade, Singapore Flyer และ Marina Bay Sand อันสวยงามไปพร้อมๆกันด้วย

สถานที่ท่องเที่ยวสิงคโปร์ที่ห้ามพลาด

3. Marina Bay Sands

Marina Bay Sands อาคารขนาดใหญ่ซึ่งมีรูปร่างคล้ายเรืออยู่ด้านบนอันเด่นสะดุดตา ที่เป็นทั้ง Landmark สำคัญและที่ท่องเที่ยวสุดฮิตของสิงคโปร์ ซึ่งรวบรวมทั้งโรงแรมสุดหรูระดับ 5 ดาวพร้อมสระว่ายน้ำแบบ Infinite Edge Pool ที่ชั้นดาดฟ้า ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ จุดชมวิว Sands SkyPark Observation Deck บนตึกสูง กับทิวทัศน์แบบพาโนรามา 360 ที่ระดับความสูงจากชั้น 57 ของอาคาร ร้านอาหารบนชั้น 55 ที่ได้ทั้งอิ่มเอมกับอาหารรสเลิศ เครื่องดื่มเย็นๆ และชมบรรยากาศยามค่ำคืนเหนืออ่าว Marina ในมุมสูง พื้นที่จัดแสดงแสงสีเสียงและน้ำพุ Wonder Full Light & Water กลางแม่น้ำสิงคโปร์ และคาสิโนไว้ด้วยกันในที่เดียว ที่ทำให้ Marina Bay Sands แห่งนี้กลายเป็นที่ท่องเที่ยวที่พลาดไม่ได้ของสิงคโปร์

สถานที่ท่องเที่ยวสิงคโปร์ที่ห้ามพลาด

4. Sentosa Merlion

Merlion Tower ความสูง 37 เมตร หรือ 12 ชั้น ที่จัดเป็นตัวใหญ่ที่สุดของสิงคโปร์ ตั้งอยู่บนเกาะเซนโตซ่า ที่นอกจะเป็นสัญลักษร์สุดอลังการของสิงคโปร์อีกตัวหนึ่งแล้ว ยังเปิดให้นักท่องเที่ยวปีนขึ้นไปภายในตัวของเจ้า Merlion ตัวนี้เพื่อชมวิวมุมสูงของเกาะเซนโตซ่าอีกด้วย มาสิงคโปร์ทั้งทีก็ต้อง Check In และถ่ายรูปคู่กับ Merlion ให้ครบ

สถานที่ท่องเที่ยวสิงคโปร์ที่ห้ามพลาด

5. Universal Studio Singapore

Universal Studio Singapore สวนสนุกชื่อดังระดับโลกกับ Theme Park ในคอนเซ็ปต์หนัง Hollywood ที่รวบรวมทั้งเครื่องเล่นและกิจกรรมมากมายเอาไว้บนเกาะเซนโตซ่า นอกจากเครื่องเล่นทั้ง 18 เครื่องที่มีเฉพาะที่นี่เท่านั้นแล้ว ยังมีการแสดง และโชว์อีกมากมาย ไปจนถึงฉากในภาพยนตร์เรื่องดังที่นำมาจำลองขั้นตอนการถ่ายทำให้ได้สัมผัสประสบการณ์เสมือนจริงอย่างใกล้ชิด

6. Fort Canning Park Singapore

Fort Canning Park Singapore สวนสาธารณะใหญ่ใจกลางเมืองสิงคโปร์ รายล้อมไปด้วยต้นไม่น้อยใหญ่สีเขียวขจีมากมาย ที่ไม่ได้เป็นเพียงปอด และสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวสิงคโปร์เท่านั้น แต่ด้วยดีไซน์และการออกแบบสวนเก๋ ๆ   และโดดเด่น ยังทำให้ Fort Canning Park กลายเป็น Location ถ่ายรูปชิค ๆ และเป็นสถานที่ Check –In สุดฮอตของวันรุ่นสิงคโปร์ และนักท่องเที่ยว

7. Garden by the Bay

Garden by the Bay สวนพฤกษศาสตร์แห่งโลกอนาคตขนาดใหญ่ยักษ์ริมอ่าว Marina บนเนื้อที่กว่า 250 เอเคอร์ ซึ่งถูกสร้างขึ้นจากน้ำมือมนุษย์ เริ่มตั้งแต่การถมทะเล ไปจนถึงการออกแบบโครงสร้างสุดอลังการ นอกจากภาพลักษณ์ของสถาปัตยกรรมด้านนอกอันโดนเด่นแล้ว พื้นที่ด้านในเองก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ด้วยไฮไลท์ถึง 3 อย่างของที่นี่อันได้แก่ เรือนกระจกปรับอากาศติดแอร์ทรงโดมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีเนื้อที่ใหญ่กว่าสนามฟุตบอลถึง 2 เท่า ภายในประกอบไปด้วย 2 ไฮไลท์เด็ดอย่าง Flower Dome โดมความสูง 38 เมตรที่รวบรวมดอกไม้เมืองหนาว และพรรณไม้เขตร้อนชื้นแถบเมดิเตอร์เรเนียน และ Cloud Forest โดมที่รวมพันธุ์พืชในเขตป่าดิบชื้น ซึ่งบรรจุน้ำตกในร่มที่ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

8. MINT Museum of Toys

MINT Museum of Toys มินท์ มิวเซียม ออฟ ทอย จัดแสดงของเล่นย้อนยุคสุดวินเทจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งได้รวบรวมของเล่นโบราณ และของเล่นสมัยใหม่กว่า 50,000 ชิ้นจาก 40 ประเทศ ในพื้นที่จัดแสดงทั้ง 4 ชั้นที่แต่ละชั้นมี Theme ที่ไม่เหมือนกัน อันได้แก่ Outer Space, Character, Childhood Favorite และ Collectable

9. National Gallery Singapore

National Gallery Singapore อีกหนึ่งที่ท่องเที่ยวที่สายอาร์ทไม่ควรพลาด กับหอศิลป์แห่งชาติสิงคโปร์ สถานที่ท่องเที่ยวน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดเมื่อปี 2015 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รวบรวมผลงานทางศิลปะทั้งภาพวาดและงานปะติมากรรมที่น่าสนใจมาไว้ที่หอศิลป์แห่งนี้ โดยตัวหอศิลป์ทั้งภายนอกและภายใน เป็นอาคารสไตล์โคโลเนียลผสมโมเดิร์น ที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมเก่าสุดคลาสสิกและความโฒเดิร์นทันสมัยเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว พื้นที่ภายในแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ City Hall Wing และ Supreme Court Wiing ซึ่งตรงกลางมีสะพานเชื่อมอาคารทั้ง 2 เข้าด้วยกัน

10. S.E.A. Aquarium

S.E.A. Aquarium พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ Aquarium ที่ใหญ่ที่สุดของสิงคโปร์ ซึ่งรวบรวมสัตว์ทะเลมากกว่า 100,000 ชนิด เกือบ 800 สวยพันธุ์ไว้ภายใน Tank น้ำกระจกขนาดใหญ่แบบ Super Big Size และอุโมงค์ทางเดินกระจกใต้น้ำ ที่จะพาไปสัมผัสเหล่าสัตว์น้ำน้อยใหญ่อย่างใกล้ชิดและเป็นธรรมชาติ เหมือนดำลงไปอยู่ใต้ท้องมหาสมุทรอันเป็นบ้านของสัตว์น้ำทั้งหลายที่แหวกว่ายอย่างอิสระ โดยพระเอกอันเป็นไฮไลท์ของ S.E.A.Aquarium แห่งนี้ ได้แก่ ลามเสือดาว, ปลากระเบนแมนตา และ Goliath Grouper

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ Https://pizzaandfooditalia.com

เกมสนุกแถบได้ตัง : SlotxoSlotxo PGSLOTGAME , PGSLOT , PGSLOT

สนับสนุนโดย : SLOTXO,UFABET,UFABET ,UFABET,UFABET

สถานที่ยอดฮิต ที่มาเลเซีย

สถานที่ยอดฮิต ที่มาเลเซีย ประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีความหลากหลายทั้งทางด้านศิลปวัฒนธรรม และสถาปัตยกรรม และยังมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์อยู่อย่างมาก

10 สถานที่ยอดฮิต ที่มาเลเซีย

1. Cameron Highlands

ชมไร่ชา เที่ยวฟาร์มผีเสื้อ และชิมสตอเบอรี่ ที่คาเมรอน ไฮแลนด์ (Cameron Highlands) พื้นที่ราบสูงทางตอนเหนือที่สูงที่สุดของมาเลเซีย  ที่มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี บรรยากาศเงียบสงบ  รายล้อมด้วยขุนเขาสูง และเนินไร่ชาอันเขียวขจีที่ถูกปลูกเล่นระดับตามแนวเนินเขา ทั่วทั้งบริเวณหุบเขาสุดสายตา โดยมีไร่ชาชื่อดังที่ใหญ่ที่สุดอย่าง ไร่ชา Boh ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชมไร่ชาอย่างใกล้ชิด นอกจากไร่ชาแล้ว ที่คาเมรอน  ไฮแลนด์ ยังเป็นสวรรค์ของคนรักสตอว์เบอรี่  เพราะที่ยังมีฟาร์มสตอว์เบอรี่ลูกใหญ่ยักษ์ อย่าง Big Red Strawberry Farm ฟาร์มสตอว์เบอรี่คุณภาพเยี่ยม ที่นอกจากสตอว์เบอรี่ยังมาพร้อมของหวานอีกหลากหลายเมนู

สถานที่ยอดฮิต ที่มาเลเซีย

2.  Batu Caves

Batu Caves (ถ้ำบาตู) ถ้ำศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดู ในเขาหินปูนอายุราว 400 ล้านปี ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของรัฐสลังงอร์ ซึ่งอยู่ตอนเหนือของกรุงกัวลาลัมเปอร์ ถูกสร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายแก่พระขันธกุมาร โดยมีเทวรูปพระขันธกุมารความสูงถึง 42.7 เมตร อยู่บริเวณปากถ้ำด้านหน้า นอกจากความสวยงามของถ้ำหินปูนธรรมชาติสุดอลังการ  และความงดงามของศิลปะฮินดู ยังคงเป็นจุดชมวิวและทัศนียภาพของเมืองสลังงอร์ในมุมสูงอีกด้วย

สถานที่ยอดฮิต ที่มาเลเซีย

3. Petronas Twin Towers

ตึกแฝดปิโตรนาส  (Petronas Twin Towers) ที่เที่ยวที่ต้องแนะนำในมาเลเซีย ก็คงหนีไม่พ้น Landmark อันโด่งดังของเมืองหลวงอย่าง Kuala Lumpur กับตึกแฝดปิโตรนาส (Petronas Twin Towers) ตึกแฝดที่สูงที่สุดในโลก ด้วยความสูง  452 เมตรจำนวน 88 ชั้น ซึ่งมีสะพานลอยฟ้าเชื่อมต่อสองอาคารไว้ด้วยกันที่ชั้น 41 และชั้น 42 และมีจุดชมวิวเมืองมุมสูงแบบพาโนรามาที่ชั้น 86 ภายในพื้นที่ของตึกแฝดปิโตรนาสประกอบไปด้วยห้างสรรพสินค้า พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ศูนย์ประชุม และและศูนย์วิทยาศาสตร์สุดทันสมัย มาเยือนมาเลเซียทั้งที ถ้าไม่ได้มาเยี่ยมตึกแฝดปิโตรนาสแห่งนี้ ถือว่ามาไม่ถึงมาเลเซียนะบอกเลย

สถานที่ยอดฮิต ที่มาเลเซีย

4. LEGO LAND

สวนสนุกเลโก้แลนด์ มาเลเซีย (LEGOLAND Malaysia) สวรรค์ของคนรักของเล่นและเด็กๆ กับ Theme Park ระดับโลกอันโด่งดังอย่างเลโก้ โดยเลโก้แลนด์ มาเลเซียนับเป็นสวนสนุกเลโก้แลนด์แห่งที่ 6 ของโลก และเป็นแห่งแรกของเอเชีย ภายในออกแบบตกแต่งไปด้วยเรื่องราวและชิ้นส่วนของเลโก้ และมีเครื่องเล่นมากกว่า 40 ชนิด  โดยแบ่งออกเป็น 7 โซนด้วยกัน คือ โซน Miniland เป็นการจำลอง Landmark สำคัญๆ ในเอเชียด้วยตัวต่อเลโก้ โซน The Beginning บริเวณหน้าสวนสนุกซึ่งเป็นร้านค้า ร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึก ต่อไปก็เป็นโซนของเครื่องเล่นและสวนสนุก อันได้แก่ โซน Lego Technic, โซน Lego Kingdom, โซน Imagination, โซน Land of Adventure และโซนสุดท้ายซึ่งเป็นสวนน้ำกับ โซน Water Park สวนน้ำ Theme ตัวต่อแห่งแรกในเอเชีย

สถานที่ยอดฮิต ที่มาเลเซีย

5. Lost World of Tambun

สวนสนุกลอสต์เวิลด์ออฟตัมบุน (Lost World of Tambun) Theme Park ที่นำเสนอเรื่องราวความเป็นมา และมรดกทางวัฒนธรรมของมาเลเซีย อย่างอุตสาหกรรมเหมืองดีบุกที่เก่าแก่ที่สุดในมาเลเซีย ท่ามกลางธรรมชาติและภูเขาหินปูนเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 400 ปี ภายในพื้นที่สวนสนุก Lost World of Tambun แบ่งออกเป็น 6 Theme โซน  ที่มีทั้งสวนสนุก สวนน้ำพุร้อนกลางคืน สวนสัตว์ที่ได้รวบรวมสัตว์ไว้มากกว่า 55 สายพันธุ์ Adventure Park และโซนสวนน้ำที่มีทะเลเทียมที่ใหญ่ที่สุดในมาเลเซียอีกด้วย

สถานที่ยอดฮิต ที่มาเลเซีย

6. The Habitat Penang Hill

The Habitat Penang Hill Landmark แห่งใหม่ของปีนัง หรือ บูกิต เบนดีรา (Bukit Bendera) กับทางเดิน Skywalk รูปลักษณ์โดดเด่นบนเนินเขาของเกาะปีนังที่ความสูง 820 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษณ์ (Eco-Tourism) ที่จะทำให้ได้สัมผัสธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของเกาะปีนังอย่างใกล้ชิด พร้อมทัศนียภาพสุดอลังการของจุดชมวิวมุมสูงแบบ 360 องศา ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกลสุดสายตาทั่วทั้งเกาะปีนัง สะพานปีนัง และเมืองจอร์จทาว์น

สถานที่ยอดฮิต ที่มาเลเซีย

7. Mount Kinabalu

Mount Kinabalu (ยอดเขาคินาบาลู) ภูเขาแห่งความตาย ภูเขาหินสีเทาดำอันศักดิ์สิทธิ์ของชาว Saba และเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดท่ามกลางป่าดงดิบบนเกาะบอร์เนียว รัฐซาบาห์ ซึ่งถือเป็นไฮไลท์ของสถานที่เที่ยวสุดท้าทาย และเป็นที่ Check-In ยอดฮิตของเหล่าผู้พิชิตยอดเขาสูง ที่ความสูง 4,092 เมตรจากระดับน้ำทะเล รูปร่างสวยงามแปลกตา ในอุทยานแห่งชาติคินาบาลู (Kinabalu National Park) อันเป็นมรดกโลกแห่งแรกของประเทศมาเลเซียจากยูเนสโก

8. Langkawi Sky Bridge

Langkawi Sky Bridge (สะพานลังกาวีสกาย) อีกหนึ่งไฮไลท์และ Landmark ของเกาะลังกาวี  รัฐเกดะห์ ซึ่งอยู่ห่างจากเกาะตะรุเตาในจังหวัดสตูลของไทยเพียง 4 กิโลเมตรเท่านั้น  กับ Langkawi Sky Bridge สะพานแขวนขนาดใหญ่ความยาวกว่า 125 เมตรอันโดดเด่นท่ามกลางภูเขาและต้นไม้อันเขียวขจีบนยอดเขาความสูง 2,000 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเล ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิง Eco-Tourism กับเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติอย่างใกล้ชิดเหนือยอดไม้ และเป็นจุดชมท้องละเลอันดามัน และเกาะลังกาวีวิวมุมสูงแบบพาโนรามาที่สวยงาม

9. Mantanani Island

ดำน้ำตื้นที่เกาะมันตานานี (Mantanani Island) เกาะสวรรค์ไม่ไกลจากเมืองโกตากีนาบาลู (Kota Kinabalu) เมืองหลวงของรัฐซาบาห์ ที่มีทัศนียภาพอันงดงาม ด้วยธรรมชาติที่ยังอุดมสมบูรณ์ และความงดงามของท้องทะเล ทั้งบนผืนน้ำ และโลกใต้ท้องทะเล ชายหาดที่ยังบริสุทธิ์  ทรายละเอียดมีขาวนวล นุ่มสบายเท้า น้ำทะเลสีฟ้าใสปิ๊งจนเห็นปะการัง และปลานานาพันธ์ใต้ผืนน้ำได้อย่างชัดเจน จึงทำให้เกาะมันตานานี กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่รักธรรมชาติและท้องทะเล

สถานที่ยอดฮิต ที่มาเลเซีย

10. Georgetown, Penang

ท่องเที่ยวแหล่งมรดกโลกของยูเนสโกในเมือง Georgetown, Penang เมืองเอกของรัฐปีนังอันทรงเสน่ห์ของการผสมผสานรากเหง้าแห่งวัฒนธรรมและอารยธรรมระหว่างจีนและยุโรป ที่แสดงออกมาทางสถาปัตยกรรมอาคารบ้านเรือนที่เก่าแก่สวยงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนทำให้จอร์จทาว์นได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น World Heritage Site จากองค์การ UNESCO ในปี 2008 นอกการศิลปะทางสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นแล้ว เมืองจอร์จทาว์นยังเป็นที่รวมตัวของศิลปิน Street Art ชาวมาเลย์ ที่พากันแสดงฝีมือวาดภาพกราฟฟิกบนกำแพงอาคารต่างๆ จนกลายเป็นอีกหนึ่งกิมมิคของเมืองที่ช่วยทำให้เมืองจอร์จทาว์นดูมีชีวิตชีวาและน่าสนใจขึ้นอีกด้วย

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ Https://pizzaandfooditalia.com

เกมสนุกแถบได้ตัง : SlotxoSlotxo PGSLOTGAME , PGSLOT , PGSLOT

สนับสนุนโดย : SLOTXO,UFABET,UFABET ,UFABET,UFABET

เที่ยวสไตล์ยุโรป ประเทศเบลเยี่ยม

เที่ยวสไตล์ยุโรป ประเทศเบลเยี่ยม ประเทศเล็กๆที่มีบรรยากาศสงบสวยงาม เป็นประเทศเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,000 ปี สวยงาม ปลอดภัย และบรรยากาศโรแมนติก

10สถานที่ เที่ยวสไตล์ยุโรป ประเทศเบลเยี่ยม

1. Grand Palace หรือ Grong Plas

Grand Palace หรือ Grong Plas หนึ่งในจตุรัสที่สวยงามที่สุดในยุโรป เป็นกลุ่มอาคารที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมทั้งบาโร้ค โกธิค นีโอ-โกธิค และเป็นสถานที่ซึ่งยูเนสโก้ ยกย่องให้เป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี ค.ศ.1983 ขณะที่เดินเล่นไปตามจัตุรัสอันโอ่อ่า จะรู้สึกราวกับว่าได้ย้อนเวลาไปในประวัติศาสตร์ยุโรปยุคกลาง สิ่งก่อสร้างเด่นชิ้นหนึ่งในนั้นคือ St. Jacques-sur-Coudenberg โบสถ์ยุคศตวรรษที่ 18 และหอระฆังอันแสนงดงาม สามารถเดินขึ้นบันไดไปจนสุดเพื่อชมวิวอันน่าประทับใจของกรุงบรัสเซลส์ หรือเข้าไปในโบสถ์เพื่อชื่นชมงานตกแต่งอันแสนวิจิตร จตุรัสแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของกรุงบรัสเซลล์ ที่เหล่าบรรดานักท่องเที่ยวต้องมาเยือน และทุก 2 ปี ที่แห่งนี้จะมีการจัดเทศกาลที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก อย่างเช่น เทศกาลพรมดอกไม้ (Flower Carpet) ที่น่าตื่นตาตื่นใจอีกด้วย

เที่ยวสไตล์ยุโรป ประเทศเบลเยี่ยม

2. Atomium (อะโตเมียม)

Atomium (อะโตเมียม) สถาปัตยกรรมลูกเหล็กทรงกลม ปัจจุบันได้รับการยกย่องให้เป็นแลนมาร์คของเกรุงบรัสเซลล์ โครงสร้างเป็นรูปทรงอะตอมขนาดยักษ์ ถูกสร้างขึ้นเป็นหอแสดงนิทรรศการงาน Expo ในปี ค.ศ. 1958 มีความสูงราว 108 เมตร ประกอบด้วยลูกบอลเหล็ก 9 ลูก ลูกบอลแต่ละลูกมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 18 เมตร ภายในมีทางเดินเป็นรางเลื่อนที่มีความทันสมัย มีจุดชมวิว ห้องอาหาร และห้องแสดงงานศิลปะ อะโตเมียม เป็นสัญลักษณ์ที่มีความหมายในเชิงคุณค่าของการก้าวกระโดด สู่ยุคเทคโนโลยีใหม่หลังสงครามโลกของประเทศเบลเยียม

เที่ยวสไตล์ยุโรป ประเทศเบลเยี่ยม

3. Boulevard de Waterloo & Avenue Louise

Boulevard de Waterloo & Avenue Louise ย่านชอปปิ้งที่ฮอทที่สุดของเบลเยี่ยมในกรุงบรัสเซลล์ ตั้งอยู่บนถนนสองสายที่มีชื่อเสียงในเรื่องของการเป็นศูนย์รวมของร้านขายสินค้าของเหล่าบรรดาไฮโซจากทั่วโลก ซึ่งคือ Boulevard de Waterloo และ Avenue Louise โดยที่ Boulevard de Waterloo เป็นย่านการค้าที่ทันสมัยที่สุดและเป็นแหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมของเมืองขณะที่ Avenue Louise เป็นถนนที่เก่าแก่ที่สุดสายหนึ่ง ซึ่งถนนทั้งสองสายนี้เรียกได้ว่าเป็นจุดจำหน่ายสินค้าแบรนเนมนานาชนิดที่ทันสมัยมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ได้ช้อปปิ้งสินค้าแบรนเนมชื่อดังอาทิเช่น Gucci, Hermes, Louis Vuitton  CHANEL เป็นต้น

เที่ยวสไตล์ยุโรป ประเทศเบลเยี่ยม

4. Notre-Dame Cathedral

มหาวิหารโนเทรอดาม Notre-Dame Cathedral มหาวิหารแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลักของเมืองทัวร์เน่ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ในปี ค.ศ. 2000 มหาวิหารถูกสร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 12 โดยตัวอาคารนั้นมีความโดดเด่นด้วยแกนกลางแบบโรมาเนสก์ อีกทั้งยังได้รับการตกแต่งด้วยประติมากรรมบนหัวเสาและปีกอาคารคลุมด้วยหอคอย 5 หลัง ภายในได้รับการประดับประดาด้วยกระจกสี ภาพาวาด และอื่นๆอีกเป็นจำนวนมากและอีกจุดที่น่าสนใจคือหอระฆังแห่งทัวร์เน (Belfry of Tournai) อีกหนึ่งส่วนของมรดกโลกร่วมกับมหาวิหาร โดยหอระฆังนั้นมีความสูงประมาณ 72 เมตร เป็นหอระฆังที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศแบลเยี่ยม ปัจจุบันเป็นหนึ่งในจุดชมวิวทิวทัศน์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจากนักท่องเที่ยว

เที่ยวสไตล์ยุโรป ประเทศเบลเยี่ยม

5. Knokke-Heist

หาด Knokke-Heist เป็นเมืองชายทะเลยอดนิยมของเซเลบชาวเบลเยี่ยม เมืองนี้ส่วนใหญ่เศรษฐีชาวเบลเยี่ยมและชาวยุโรปนิยมมาปลูกวิลล่าเอาไว้เป็นบ้านพักตากอากาศ หาดทรายสวยและยาวหลายสิบกิโลเมตรเลยทีเดียว บรรยากาศสบายๆสดชื่นน่าพักผ่อนนอกจากนี้ในบริเวณใกล้ชายหาดยังเต็มไปด้วยสถานบันเทิงครบครันทั้งโรงภาพยนตร์ คาสิโน พิพิทธภัณฑ์ หอศิลป์ แหล่งชอปปิ้งสุดหรูซึ่งมีแต่สินค้าเกรดพรีเมี่ยมจากแบรนดังทั่วโลก รวมทั้งโรงแรม 5 ดาวหลากหลายสไตล์อีก 80 กว่าแห่งไว้ให้นักท่องเที่ยวเลือกพักได้ในแบบที่ชอบ

6. The Markt

จัตุรัสเดอะมาร์ก(The Markt) หรือ มาร์เก็ตสแควร์ ของเมืองบรูจส์ (Bruges) ที่ตั้งของตลาดค้าขายและที่จัดงานต่างๆ และบริเวณใกล้ๆกันยังมีจัตุรัสเดอะเบิร์ก (Burg) เป็นลานกว้างหน้าบริเวณวังเก่าซึ่งป็นศาลาว่าการเมืองในปัจจุบัน ในบริเวณใกล้เคียงยังมีหอประจำเมืองและโบสถ์ที่สวยงาม จัตุรัสนี้เป็นตลาดที่สวยงามและเป็นจุดหมายยอดนิยมของบรรดานักท่องเที่ยวทั่วโลก นักท่องเที่ยวจะได้ลิ้มลองช็อคโกแลตแฮนด์เมดแบบเต็มอิ่มโดยมีร้านขายช็อกโกแลตให้เลือกซื้อกว่า 40 ร้าน รวมทั้งร้านผ้าปักลูกไม้อันขึ้นชื่อของเบลเยี่ยมหรือลิ้มลองวาฟเฟิล ของอร่อยอีกอย่างที่หาชิมได้จากร้านข้างทาง หรือถ้าอยากชมวิวให้ทั่วเมืองบรูจส์อันสวยงามแห่งนี้ ในบริเวณจตุรัสก็มีบริการถม้าไว้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่อยากเดินอีกด้วย

เที่ยวสไตล์ยุโรป ประเทศเบลเยี่ยม

7.Mini Europe

มินิ-ยุโรป  (Mini Europe) สวนอันแสนสนุกใต้ Atomium นี้มีแบบจำลองสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของยุโรปนับร้อยๆรายการ นักท่องเที่ยวจะได้ชมหอไอเฟล หอเอนปิซา และกำแพงเบอร์ลินอันเป็นไฮไลท์ของของแบบจำลองสถานที่ท่องเที่ยวของโลกแห่งนี้ ผู้จัดทำเมืองจำลองมินิยุโรปได้ลงเงินหลายล้านดอลลาร์และลงแรงนับพันๆชั่วโมง เพื่อสร้างสรรค์แบบจำลองสถานที่สำคัญๆในสหภาพยุโรปออกมาอย่างละเอียดประณีต โดยได้นำเสนอเมืองต่างๆกว่า 80 แห่งออกมาในแบบจำลองถึง 350 รายการ นักท่องเที่ยวจะได้ชมโชว์ ที่นี่คุณจะได้ยินเสียงลั่นระฆังบิ๊กเบนและเสียงบรรเลงแมนโดลินจากเวนิส หรือจะนั่งชมธารน้ำที่ไหลผ่านสถานที่สำคัญต่างๆ นอกจากนั้นยังจะได้ชมสถาปัตยกรรมโรมันของอิตาลี ผลงานชิ้นเอกในแบบโกธิคของฮังการี และอื่นๆอีกมากมายในที่เดียวกัน ถือเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่ามาก แบบจำลองแต่ละชิ้นจะมีป้ายให้ข้อมูลชัดเจน พร้อมความรู้ทางประวัติศาสตร์ของแต่ละสถานที่อย่างครบถ้วน

เที่ยวสไตล์ยุโรป ประเทศเบลเยี่ยม

8. THE BELFORT

THE BELFORT หอระฆังเก่าแก่ของบรูจส์ตั้งอยู่ที่จตุรัส Markt หอระฆังแห่งนี้ตั้งเด่นเป็นสง่าโดยมีฉากหลังเป็นห้องฟ้าสีคราม เป็นภาพอันงดงามน่าประทับใจและเป็นสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปกันมากที่สุด หอระฆัง Belfort เป็นศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ของบรูจส์ หอระฆังขนาดใหญ่และมีความสูงถึง 83 เมตรนักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นบันได 366 ขั้นเพื่อขึ้นไปชมวิวข้างบนของหอระฆัง ที่นี่ยังเป็นจุดที่สามารถชมวิวอันสวยงามของเมืองบรูจส์ได้แบบ 360 องศา รวมถึงทัศนียภาพอันน่าประทับใจของชนบทที่อยู่ล้อมรอบเมือง ด้านล่างของหอระฆังนั้นสร้างขึ้นทีหลังในศตวรรษที่ 13โดยใช้เป็นห้องเก็บสมบัติอันเก่าแก่และของมีค่าของเมืองซึ่งถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี

9. Manneken Pis

แมนิเกนพีส (Manneken Pis) ประติมากรรมเด็กชายตัวเล็กๆมีเชื่อว่าจูเลียนสกีกำลังยืนแอ่นตัวปัสสาวะอย่างน่ารัก อนุสรณ์รูปปั้นของหนูน้อยแมนเนเก้น พิส (Manneken Pis แปลว่า เด็กชายกำลังฉี่) ตั้งอยู่ที่หัวมุมถนนเลทุฟตัดกับถนนแซน มีเรื่องเล่าขานกันว่า ในสมัยที่ฝรั่งเศสบุกเบลเยียมนั้น หนูน้อยคนนี้ใช้ปัสสาวะของตัวเองดับไฟที่ทหารฝรั่งเศสจุดขึ้นเพื่อวางเพลิง ดังนั้นกษัตริย์จึงให้สร้างรูปปั้นสัมฤทธิ์นี้ขึ้นมาเพื่อเป็นอนุสรณ์ความกล้าหาญให้หนูน้อยดังกล่าว เมื่อถึงวันเฉลิมฉลองรูปปั้นเด็กชายยืนฉี่นี้ บริษัทที่ผลิตเหล้าองุ่นต่างๆ จะบริจาคเหล้าองุ่นโดยทำให้เหล้าองุ่นไหลออกมาจากตัวรูปปั้นเพื่อให้ประชาชนในเมืองได้ชิม และรูปปั้นนี้ยังป็นไฮไลท์ของเมืองที่ใครๆต้องมาถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก

10. Dinner in The Sky

ภัตตาคารกลางเวหา ร้านอาหารสุดแหวกแนวของ ญอง ฟรองซัวส์ เกรอเนียร์ นักธุรกิจหนุ่มชาวเบลเยียม ซึ่งได้รับยกย่องให้เป็นหนึ่งในห้าร้านอาหารที่แปลกที่สุดในโลกไฮไลท์ของ Dinner in The Sky คือ ทางร้านจะนำแขก 22 คน มานั่งบนโต๊ะอาหารยาว และรถเครนก็จะทำการ ยกโต๊ะขึ้นไปที่ความสูงเหนือพื้นดิน 150 ฟุต โดยมีเชฟ และพนักงานเสิร์ฟ คอยดูแลไม่ต่างจากการทานอาหารในร้านทั่วไปเภัตตาคารกลางเวหาที่ว่านี้อยู่ในกรุงบรัสเซลส์เมืองหลวงของเบลเยี่ยม ซึ่งจะให้บริการกับลูกค้าที่ไม่กลัวความสูง ลูกค้าของภัตตาคารสามารถลิ้มรสอาหารชั้นเลิศพร้อมชมทัศนียภาพอันงดงามของเมืองบรูจส์ได้อย่างเต็มอิ่มในแบบพาโนรามา

เที่ยวสไตล์ยุโรป ประเทศเบลเยี่ยม

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ Https://pizzaandfooditalia.com

เกมสนุกแถบได้ตัง : SlotxoSlotxo PGSLOTGAME , PGSLOT , PGSLOT

สนับสนุนโดย : SLOTXO,UFABET,UFABET ,UFABET,UFABET