สถานที่เช็คอินประเทศลาว

สถานที่เช็คอินประเทศลาว ประเทศที่มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย มีธรรมชาติวิวสวย บรรยากาศดี มีวัดวาอารามและสถานที่สำคัญมากมาย

สถานที่เช็คอินประเทศลาว ที่ไม่ควรพลาด

พระบรมมหาราชวังหลวงพระบาง

พระบรมมหาราชวังหลวงพระบาง ตั้งอยู่กลางเมืองหลวงเก่าหลวงพระบาง สร้างขึ้นมาตั้งแต่ ค.ศ. 1904 เพื่อเป็นที่พำนักของพระบาทสมเด็จพระเจ้าศรีสว่างวงศ์ หรือเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ พระมหากษัตริย์องค์ที่ 12 ราชอาณาจักรล้านช้างหลวงพระบาง และถือว่าเป็นกษัตริย์พระองค์แรกแห่งพระราชอาณาจักรลาวด้วย โดยตัวพระบรมมหาราชวังหลวงพระบางจะเป็นอาคารสถาปัตยกรรมแบบโคโรเนียลผสมผสานกับศิลปะแบบล้านช้าง เปิดให้เข้าชมห้องบรรทม ห้องทรงงาน ห้องพระโรงใหญ่ ห้องพิธีการ และห้องรับแขก พร้อมทั้งยังมีข้าวของเครื่องใช้ ฉลองพระองค์ของกษัตริย์ พระราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ โบราณวัตถุที่สำคัญของประเทศลาว และของขวัญจากนานาประเทศจัดแสดงอยู่ด้วย ทั้งนี้ทางด้านหน้าของพระบรมมหาราชวังหลวงพระบาง จะเป็นที่ตั้งของหอพระบาง อันเป็นที่ประดิษฐานของพระบางพุทธลาวัลย์ พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของหลวงพระบาง สามารถเข้าไปกราบไหว้ขอพรและเที่ยวชมกันได้

สถานที่เช็คอินประเทศลาว

เมืองเก่าหลวงพระบาง

เมืองเก่าหลวงพระบาง ตั้งอยู่โดยรอบของพระบรมมหาราชวังหลวงพระบาง ตั้งแต่ริมฝั่งแม่น้ำโขงไล่เลยไปเรื่อยจนถึงริมฝั่งแม่น้ำคาน โดยบริเวณเมืองเก่านี้จะมีอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ตั้งเรียงรายสองฟากฝั่งถนน บางหลังได้รับการปรับปรุงจนสวยงามกลับมามีชีวิตชีวา บ้างก็กลายมาเป็นที่พัก ร้านอาหาร ร้านกาแฟชิคๆ ซึ่งจะสลับคั่นด้วยวัดสวยๆ บรรยากาศเงียบสงบ จะเดินเที่ยวหรือขี่จักรยานก็ได้ จุดเช็กอินที่น่าสนใจในเขตเมืองเก่าหลวงพระบาง อาทิ วัดเชียงทอง, วัดใหม่สุวรรณภูมาราม, พระบรมมหาราชวังหลวงพระบาง, พระธาตุภูสี, ตลาดดารา, วัดมหาธาตุ, เป็นต้น

สถานที่เช็คอินประเทศลาว

พระธาตุหลวง เวียงจันทน์

พระธาตุหลวง เวียงจันทน์ ปูชนียสถานที่สำคัญของเมืองหลวงพระบาง ตั้งอยู่ใจกลางเมือง โดดเด่นด้วยพระธาตุสีเหลืองทองอร่าม สูงราวๆ 45 เมตร พระธาตุตรงกลางมีรูปทรงคล้ายกับดอกบัวตูม รายล้อมด้วยพระธาตุองค์เล็กโดยรอบอีก 30 องค์ ซึ่งพระธาตุเล็กๆ เหล่านี้ก็มีแผ่นทองคำอยู่ด้วย ทั้งนี้ก็มีหอไหว้ทั้ง 4 ด้าน และมีบันไดขึ้นหอไหว้ทุกด้าน ในแต่ละปีจะมีการจัดงานนมัสการพระธาตุหลวงในวันขึ้น 13 ค่ำ เดือน 12 ประชาชนจะมาร่วมงานกันอย่างคึกคัก บรรยากาศสนุกสนาน

สถานที่เช็คอินประเทศลาว

สวนพระ เวียงจันทน์

สวนพระ เวียงจันทน์ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า เชียงควน (Xieng Khuan) ตั้งอยู่ทางใต้ของเมืองเวียงจันทน์ ห่างจากตัวเมืองราวๆ 20 กิโลเมตร แต่อยู่ห่างจากฝั่งจังหวัดหนองคายบริเวณสะพานมิตรภาพหนองคาย เพียงแค่ราวๆ 10 กิโลเมตรเท่านั้น ตัววัดอยู่ใกล้กับลำน้ำโขง โดดเด่นด้วยรูปปั้นของพระพุทธรูปและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามศาสนาพุทธและฮินดูมากกว่า200องค์ ซึ่งตั้งกระจายตัวอย่างสวยงามอยู่รอบๆ สวน และยังร่มรื่นด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ บรรยากาศเงียบสงบ

สถานที่เช็คอินประเทศลาว

ปราสาทหินวัดพู จำปาสัก

ปราสาทหินวัดพู จำปาสัก ตั้งอยู่ห่างจากเมืองปากเซราวๆ 40 กิโลเมตร เป็นโบราณสถานที่สำคัญทางฝั่งลาวใต้ มีอายุมากกว่า 1,000 ปี สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 12 ตัวปราสาทตั้งอยู่บริเวณเชิงเขา มีสถาปัตยกรรมแบบขอม บริเวณโดยรอบจะมีสระน้ำใหญ่อยู่ด้านหน้า 2 สระ เลยจากสระน้ำเข้าไปจะเป็นทางเดินที่ทอดยาวเข้าสู่ตัวปราสาท โดยองค์ประธานของปราสาทจะอยู่ด้านในสุดบนเชิงเขา ถ้ามีเที่ยวช่วงฤดูฝนก็จะได้เห็นป่าเขาและบริเวณโดยรอบของปราสาทเป็นสีเขียวตัดกับสีน้ำตาลของปราสาทอย่างสวยงาม ทั้งนี้ปราสาทหินวัดพูได้รับการจดขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกเมื่อปี 2001

วัดเชียงทอง หลวงพระบาง

วัดเชียงทอง หลวงพระบาง สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของลาว เป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมสมัยล้านช้างที่งดงามและสมบูรณ์แบบ โดดเด่นด้วยพระอุโบสถหลังคาแอ่นโค้งลดหลั่นกันลงมา3ชั้น ด้านบนประดับด้วยช่อฟ้ามากถึง17ยอด หมายถึงเป็นวัดที่พระมหากษัตริย์ทรงสร้างขึ้น ประตู หน้าต่าง หน้าบัน และบริเวณโดยรอบตกแต่งอย่างงดงาม ด้านในประดิษฐานพระองค์หลวง พระพุทธรูปสมัยล้านช้างสีเหลืองทองสวยอร่าม ที่ด้านหลังของพระอุโบสถเป็นภาพต้นทองสูงใหญ่ พร้อมด้วยสัตว์ในวรรณคดี ซึ่งตกแต่งจากกระจกสีตัดสีสวยแวววับเป็นประกายงดงามทั้งยามกลางวันและกลางคืน นอกจากนี้ยังมีวิหารแดง หอพระม่าน และโรงเมี้ยนโกศให้ได้ชมกันด้วย

ปราสาทหินวัดพู จำปาสัก

น้ำตกตาดกวางสี หลวงพระบาง

น้ำตกตาดกวางสี หลวงพระบาง น้ำตกที่มีความสวยงามมากที่สุดของหลวงพระบาง ตั้งอยู่ใจกลางป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ มีลักษณะเป็นน้ำตกหินปูนขนาดใหญ่ มีทั้งหมด 4 ชั้น โดยชั้นที่สูงที่สุดมีความสูงมากถึง 75 เมตร ซึ่งสายน้ำมหาศาลจะไหลลงมาตามหน้าผาแนว 90 องศาสู่แอ่งน้ำกว้างเบื้องล่าง ก่อนจะไหลลงไปตามชั้นต่าง ๆ บางวันจะมีรุ้งกินน้ำพาดผ่านน้ำตก เป็นภาพที่สวยงามมาก มีสะพานไม้ทอดยาวลัดเลาะไปรอบน้ำตก ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินไปเที่ยวชมได้อย่างใกล้ชิด ส่วนถ้าใครอยากเล่นน้ำก็มีแอ่งน้ำในชั้นล่างๆ ให้นักท่องเที่ยวสามารถลงเล่นน้ำได้ พร้อมทั้งพื้นที่นั่งปิกนิก ร้านอาหาร และร้านกาแฟ

หนองเขียว หลวงพระบาง

หนองเขียว หลวงพระบาง เป็นเมืองท่องเที่ยวในหุบเขาขวัญใจนักท่องเที่ยวแนวแบ็กแพ็กเกอร์แห่งใหม่ของประเทศลาว ตั้งอยู่ห่างจากเมืองเก่าหลวงพระบางประมาณ140 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นเมืองเล็กๆริมคุ้งแม่น้ำอู ด้านหลังของเมืองเป็นภูเขาสูงใหญ่ บรรยากาศเงียบสงบมาก ชาวบ้านยังคงใช้ชีวิตเรียบง่าย มีวิถีชีวิตที่อยู่กับธรรมชาติอย่างแท้จริง โดยไฮไลต์ของที่นี่ก็คือ ยอดผาแดง ซึ่งเป็นหน้าผาสูงที่สามารถมองเห็นวิวเมืองหนองเขียวได้แบบ 360 องศา พร้อมกับเห็นแม่น้ำอูที่ลัดเลาะแนวภูเขากับภูเขาลูกใหญ่ที่มีรูปร่างสวยแปลกตา เต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียวชอุ่ม ถ้ามาเที่ยวหน้าฝน ก็จะได้เห็นทะเลหมอกด้วย

ประตูชัย หรือประตูไซ เวียงจันทน์

ประตูชัย หรือประตูไซ เวียงจันทน์ แลนด์มาร์กที่สำคัญของเวียงจันทน์ ตั้งอยู่ใจกลางเมือง บริเวณท้ายสุดทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของถนนล้านช้าง สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1957-1968 เพื่อสดุดีวีรชนที่ร่วมรบในการประกาศเอกราชกับฝรั่งเศส มีลักษณะเป็นประตูรูปทรงคล้ายกับอาร์กเดอทรียงฟ์เดอเลตวล หรือ ประตูชัยฝรั่งเศส แต่ตกแต่งในแบบศิลปะล้านช้าง ด้านหน้าเป็นลานน้ำพุกับสวนกว้าง ในช่วงยามเย็นจะมีการเปิดน้ำพุ บรรยากาศสวยงาม

สี่พันดอน จำปาสัก

สี่พันดอน จำปาสัก เป็นหมู่เกาะในแม่น้ำโขง บริเวณแขวงจำปาสัก โดยมีเกาะเล็กเกาะน้อยแตกย่อยออกมามากกว่า 4,000 เกาะ ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า สี่พันดอน โดยแต่ละเกาะจะมีชาวบ้านอาศัยอยู่ ส่วนใหญ่ทำอาชีพประมงและการเกษตร ภายในสี่พันดอนจะมีแหล่งท่องเที่ยวโด่งดังอยู่ 2 แห่ง คือ น้ำตกหลี่ผี และน้ำตกคอนพะเพ็ง สำหรับน้ำตกหลี่ผี จะเป็นน้ำตกที่อยู่ระหว่างดอนคอน (Don Khon) และดอน Sanlat มีลักษณะเป็นแก่งหินสีดำขนาดน้อยใหญ่ขวางลำน้ำโขง เกิดเป็นน้ำตกขนาดมหึมาที่มีพื้นที่กว้างขวาง ส่วนน้ำตกคอนพะเพ็ง จะอยู่ทางฝั่งแผ่นดินใหญ่ เกิดจากการยุบตัวของแผ่นดินในลำน้ำโขง ทำให้เกิดแก่งหินสีดำน้อยใหญ่ขวางลำน้ำโขงเช่นกัน

น้ำตกตาดฟาน จำปาสัก

น้ำตกตาดฟาน จำปาสัก น้ำตกที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ตั้งอยู่ในเมืองปากซ่อง (Paksong) ห่างจากเมืองปากเซราวๆ 37 กิโลเมตร และห่างจากด่านช่องเม็ก จังหวัดอุบลราชธานี เพียงแค่ประมาณ 80 กิโลเมตรเท่านั้น ความสวยงามของน้ำตกตาดฟานอยู่ที่การเป็นน้ำตก 2 สายไหลดิ่งลงหน้าผาสูงกว่า 100 เมตร อันเป็นปากปล่องภูเขาไฟโบราณ ท่ามกลางป่าเขาอันอุดมสมบูรณ์ แต่ไฮไลต์ของที่นี่ ก็คือ กิจกรรมแนวผจญภัย ทั้งการโหนซิปไลน์ข้ามน้ำตก และการปีนหน้าผาบริเวณน้ำตก ทั้งนี้กิจกรรมโหนซิปไลน์ก็ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวค่อนข้างมาก เพราะเป็นซิปไลน์ที่มีความสูงราวๆ 220 เมตรเลยทีเดียว และยังมีให้เลือกว่าจะโหนไปด้วยมือเฉยๆ หรือจะนั่งจิบกาแฟ รับประกันความหวาดเสียว

บลู ลากูน วังเวียง

บลู ลากูน วังเวียง ที่เที่ยวธรรมชาติที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของวังเวียง ปัจจุบันมีอยู่ด้วยกัน 3 แห่ง ซึ่งทั้งหมดมีลักษณะเป็นบ่อน้ำผุด โดยน้ำในบ่อจะเป็นสีฟ้าสวยใสเย็นฉ่ำ เนื่องจากผุดขึ้นมาจากชั้นหินด้านล่างไหลเรื่อยผ่านดินและหินขึ้นมาเรื่อยๆ จึงทำให้น้ำใส เมื่อผสมกับแร่ธาตุบางอย่างจึงทำให้มีสีฟ้า ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถที่จะลงไปเล่นน้ำได้ มีทั้งชิงช้า แพไม้ไผ่ เชือกให้กระโดดน้ำ พร้อมกับมีเสื้อชูชีพไว้บริการ

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่Https://pizzaandfooditalia.com

เช็คอิน กิน เที่ยว ที่กรุงเทพ

เช็คอิน กิน เที่ยว ที่กรุงเทพ จังหวัดที่เป็นเมืองหลวงของประเทศไทย มีย่านการค้า และสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ที่คนไทย และต่างชาติต้องไม่พลาด

10จุด เช็คอิน กิน เที่ยว ที่กรุงเทพ

1. ไอคอนสยาม

ไอคอนสยาม คือ เดสติเนชั่นที่เกิดจากการรวมพลังความคิดสร้างสรรค์ระดับชาติครั้งยิ่งใหญ่จากหัวใจคนไทยหลายภาคส่วน รวมถึงผู้เชี่ยวชาญแขนงต่างๆจากหลายประเทศร่วมสร้างสรรค์กว่า 1,000 คน และนำเสนอในรูปแบบของความวิจิตรล้ำสมัย ทำให้ที่นี่เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คใหม่ของกรุงเทพฯ การตกแต่งของไอคอนสยามนั้น เกิดจากทำงานร่วมกับศิลปินแห่งชาติ และศิลปินระดับโลกมากมาย ร่วมกันถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ของความเป็นไทย ลงในประติมากรรมชิ้นเอกน่าตื่นตาตื่นใจที่จัดแสดงอยู่ทั่วอาคาร มีร้านค้าและบริการหลากหลายมากกว่า 3,000 ผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งล้วนมีเอกลักษณ์และมีชื่อเสียงจากท้องถิ่นต่างๆ ผ่านความสุข 7 สุข คือ สุขเสน่ห์ สุขแซ่บ สุขสนุก สุขสร้างสรรค์ สุขสัมพันธ์ สุขสืบสาน และสุขสมหวัง

2. มหานคร สกายวอล์ค

มหานคร สกายวอล์ค ตั้งอยู่บนชั้น 78 ของตึกคิง เพาเวอร์มหานคร ถ้าใครอยากจะมาฟิน รับลมเย็นๆ บนดาดฟ้า ที่ได้ขึ้นชื่อว่าสูงที่สุดในประเทศไทย สามารถเดินทางมากันได้ง่ายๆ ด้วยรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีช่องนนทรี ทางออกตึกคิง เพาเวอร์ มหานคร เอาเป็นว่าสะดวกมากๆ หาไม่ยากแน่นอน

3. ตลาดนัดรถไฟรัชดา

ตลาดนัดรถไฟรัชดา แหล่งรวมของคลาสสิค ที่เหล่าฮิปสเตอร์ทั้งหลายชื่นชอบกัน และยังคงกลิ่นอายเอกลักษณ์ของตลาดนัดรถไฟไว้อย่างครบถ้วน ทั้งร้านอาหารอร่อยไม่เหมือนที่ไหน ร้านรวงขายเสื้อผ้าเด็กแนว รวมไปถึงของตกแต่งบ้านสุดคลาสสิคที่หาจากที่ไหนได้ยาก ถึงแม้ว่าจะไม่ใหญ่โต และมีของให้เยอะแยะอย่างตลาดนัดรถไฟ ศรีนครินทร์ แต่ถ้าพูดถึงบรรยากาศรวมๆ และการเดินทางที่สะดวกกว่าด้วยรถไฟใต้ดิน ก็ถือว่าโอเคเลยทีเดียว

4. ตลาดนัดจตุจักร

ตลาดนัดจตุจักร เป็นแหล่งช้อปปิ้งยอดฮิต ของชาวไทย และชาวต่างชาติ เปิดในวันเสาร์-อาทิตย์ ส่วนวันพุธและพฤหัสบดีจะเป็นตลาดค้าส่งต้นไม้ ที่นี่ไม่มาไม่ได้ เพราะเป็นแหล่งรวบรวมข้าวของเครื่องใช้ แฟชั่นเสื้อผ้าหน้าผม แหล่งขายสัตว์เลี้ยงจากฟาร์ม เรียกได้ว่า มีตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบเลย ไม่มีที่ไหนในโลกที่จะเหมือนที่นี่ได้อีกแล้ว

5. ตลาดน้ำขวัญเรียม

ตลาดน้ำขวัญเรียม เป็นตลาดน้ำกลางกรุงริมคลองแสนแสบที่ร่มรื่น เชื่อมสองฝั่งระหว่างวัดบำเพ็ญเหนือ เสรีไทย 60 และ วัดบางเพ็งใต้ รามคำแหง 187 ด้วยสะพานเรือที่เชื่อมระหว่างวัดบำเพ็ญเหนือและวัดบางเพ็งใต้ ที่นี่จึงเป็นตลาดน้ำแห่งแรกที่มีสะพานเรือเชื่อมต่อวัฒนธรรมสองฝั่งคลองให้อยู่ร่วมกัน ไฮไลท์ของที่นี่นอกจากจะได้รำลึกถึงบรรยากาศเก่าๆ สมัยกรุงรัตนโกสินทร์แล้ว ยังได้บรรยากาศวิถีชีวิตชาวไทย ทั้งตักบาตรพระทางเรือในทุก วันเสาร์ – อาทิตย์ ฟังธรรม และดูการละเล่นไทยๆ มากมายริมคลองแสนแสบที่มีประวัติมายาวนาน และร่มรื่นแห่งนี้ ภายในตลาดยังมีของอร่อย ของใช้ต่างๆ ให้ได้ลองชิม และช้อปเป็นของฝากกลับบ้านมากมาย

6. ย่านบางรัก เจริญกรุง

ย่านบางรัก เจริญกรุง เป็นที่ที่มีบรรยากาศสบายๆ ไปเดินเล่น เที่ยวถ่ายรูป และมีของอร่อยมากมาย มีที่เที่ยวชิคๆ ให้นั่งชิล มีร้านติ่มซำชื่อดัง ซึ่งทีเด็ดของร้านนี้คือ เมนูทั้งหลายจะทำโดยเชฟชื่อดังจากโรงแรมแชงกรีลานั่นเอง แต่ละเมนูของที่นี่คือราคาถูกมาก แถมรสชาติยังเทียบกับบุฟเฟต์ติ่มซำของโรงแรมแพงๆ ได้เลยทีเดียว มีขนมจีบกุ้ง ฮะเก๋า เสี่ยวหลงเปา กินคู่กับน้ำชาและเก๊กฮวย ใครอยากกินติ่มซำคุณภาพดีในราคาถูก ตามมากินร้านนี้ให้ได้เลย

7. ตลาดน้ำตลิ่งชัง

ตลาดน้ำตลิ่งชัน เป็นตลาดน้ำใจกลางเมืองที่ยังคงความเป็นธรรมชาติ และวิถีชีวิตชาวบ้านริมน้ำ สองฝั่งคลอง ที่แวดล้อมไปด้วยสวนกล้วยไม้สวนผัก และผลไม้พื้นบ้านไว้ได้อย่างครบถ้วน ตลาดน้ำแห่งนี้ยังคงบรรยากาศแบบชาวบ้าน และอาหารรสชาติอร่อยแบบท้องถิ่นสมัยโบราณ ห่างไกลจากมลพิษบนท้องถนน มีเรือแพให้นั่งชิมอาหารอร่อยริมน้ำลมโชยเย็นสบายอีกด้วย ไฮไลท์ของที่นี่ก็คือ การมานั่งอร่อยกับอาหารทะเล และน้ำจิ้มแซ่บๆ บนแพ ได้ทั้งบรรยากาศ และความอร่อยแบบพื้นบ้าน และราคาของอาหารที่ไม่แพง นอกจากนี้ยังมีพืชผักพื้นบ้าน ผลไม้สดจากสวนมาวางขาย รวมไปถึงงานหัตถกรรมดีๆจากภูมิปัญญาชาวบ้านอีกด้วย

8. เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ ฟรอนต์

เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ ฟรอนต์ ที่นี่เป็นโกดังเก่าริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งในสไตล์ Shopping Street ที่แตกต่างด้วยไอเดียสุดล้ำของตำนานเจ้าสัวยังมีไฟอย่างคุณเจริญ สิริวัฒนภักดี พลิกฟื้นพื้นที่ร้างให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่สุดชิลล์ แสนสบาย และเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความสุขกับการเดินย่ำราตรีของคนเมืองที่จะได้มา ช้อป ชม ชิม และชิลล์กันอย่างสุดเหวี่ยง บรรยากาศ และสไตล์การตกแต่งของที่นี่รักษากลิ่นอายดั้งเดิมเอาไว้เป็นอย่างดีด้วยโครงสร้างแบบเดิมๆ ของโกดังท่าเรือที่ให้ความรู้สึกของเมืองท่าที่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์ และสีสันยามค่ำคืน

9. SeaLife Bangkok Ocean World

SeaLife Bangkok Ocean World เอาใจเด็กๆด้วยการพาดำดิ่งไปสู่โลกใต้ท้องทะเลกับ Turtle Fest อาณาจักรเต่าทะเล ภายใต้ความร่วมมือกับกรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง ที่นี่มีมีโซนสัตว์น้ำมากมาย ที่จะทำให้ทุกคนดื่มด่ำไปกับโลกใต้ท้องทะเลอย่างแท้จริง มีโซนป่าดิบชื้น ที่จะมีตัวออตเตอร์น่ารัก ๆ อุโมงค์ใต้ทะเล ที่ทำให้เราได้ใกล้ชิดกับเหล่าปลาใต้ท้องทะเลมากขึ้น มหัศจรรย์ไปกับโลกน้ำแข็งที่มีเพนกวินน่ารัก ๆ และโซนอื่น ๆ อีกมากมาย

10.เยาวราช

เยาวราช หรือไชน่าทาวน์เมืองไทย ถือเป็นแหล่งของกินสุดฮิตของวัยรุ่น และคนทำงานที่ชอบซอกแซกหาของกินอร่อย ๆ ยามค่ำคืน ซึ่งร้านมีอาหารจำนวนมาก ในย่านนี้ที่ไม่ทำให้ผิดหวังจริง ๆ ทั้งของคาวของหวานเรียกได้ว่าถูกใจและถูกปากมากๆ ที่นี่เป็นอีกย่านที่น่าเที่ยวมากๆ ในกรุงเทพฯ เพราะนอกจากจะเต็มไปด้วยศาลเจ้า วัดจีน วัดไทยมากมายแล้ว ทีเด็ดของที่นี่ก็คือ มีร้านอาหารให้เลือกอิ่มอร่อยกัน แบบตลอดเส้นทางทั้งกลางวัน ไปยันกลางคืน สายกินก็ต้องไม่พลาดแวะมาเด็ดขาด สำหรับใครที่อยากเติมพลังให้กับตัวเอง ด้วยของกินอร่อย ๆ เหล่านี้ ก็แวะเวียนกันไปได้ทุกวัน

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ Https://pizzaandfooditalia.com

แหล่งท่องเที่ยว จังหวัดอุทัยธานี

แหล่งท่องเที่ยว จังหวัดอุทัยธานี เป็นจังหวัดเล็กๆ แต่มีแหล่งท่องเที่ยวอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิต ที่ทำให้ไม่เบื่อแน่นอน

10 แหล่งท่องเที่ยว จังหวัดอุทัยธานี

1. วัดถ้ำเขาวง

วัดถ้ำเขาวง เป็นวัดที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก เอกลักษณ์ของวัดนี้คือ วิหารแก้ว 100 เมตร ตกแต่งประดับประดาไปด้วยแก้วใสวาววับทั้งภายในและภายนอก ภายในวิหารแก้วนี้ มีโลงบรรจุองค์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ซึ่งเป็นที่ศรัทธานับถือของประชาชนทั่วไป ถัดไปอีกด้านมีปราสาททองคำ ซึ่งตกแต่งด้วยทองคำตระการตา และถูกสร้างด้วยฝีมือที่มีความประณีตงดงาม สถานที่นี้ถือว่าเป็นจุดท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของจังหวัดอุทัยธานี อยู่ที่ เชิงเขาวง ต.บ้านไร่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี ตัววัดเป็นอาคาร 4 ชั้น ออกแบบเหมือนเรือนไทยยกใต้ถุน แบ่งสัดส่วนการใช้งานเป็น 4 ส่วน คือ ใต้ถุนเป็นลานเอนกประสงค์และร้านขายของ ชั้นที่ 2 เป็นวิหาร ชั้นที่ 3 เป็นกุฏิ และชั้นที่ 4 เป็นโบสถ์ สร้างด้วยไม้สักและไม้มะค่า เป็นวัดที่มีความงดงามมาก บริเวณโดยรอบสวยงาม ร่มรื่น มีฉากหลังเป็นเขาหินปูนสูงตระหง่าน ด้านหน้าวัดมีสวนไม้ดัดและบ่อน้ำ ในบ่อมีปลาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ห่างจากตัววัดไปทางด้านหลังจะมีถ้ำอยู่หลายถ้ำ เป็นทั้งที่นั่งวิปัสสนาสำหรับพระภิกษุ มีถ้ำค้างคาว และถ้ำที่มีหินงอกหินย้อยให้ชมกัน ระหว่างทางเดินไปชมถ้ำ จะผ่านน้ำตกเทียมที่ดูเข้ากับบรรยากาศ เมื่อมาเยือนวัดแห่งนี้ จะรู้สึกสบายทั้งใจที่สงบจากการทำบุญ และกายที่ได้พักผ่อน เหมือนมาตากอากาศในรีสอร์ทนั่นเอง

2. หุบป่าตาด

หุบป่าตาด อยู่ที่ ต. ทุ่งนางาม อ. ลานสัก จ.อุทัยธานี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขา มีความสวยงามและอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติคล้ายกัยป่าดึกดำบรรพ์ เมื่อเดินทะลุปากถ้ำซึ่งเป็นโพรงมืดระยะทาง 100 เมตรเข้าไป จะมองเห็นแสงสว่างรำไรอยู่ที่ปลายทาง และเราจะพบกับห้องโถงของป่าใหญ่ที่ถูกซ่อนเอาไว้อย่างมิดชิด ภายในโถงใหญ่แห่งนี้ประกอบไปด้วยพันธุ์ไม้โบราณจำนวนมาก นอกจากนี้ที่นี่ยังมี กิ้งกือมังกรสีชมพู สัตว์ที่ได้รับการประกาศให้เป็นสุดยอดการค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่อันดับ3ของโลก ซึ่งในประเทศไทยพบได้ที่นี่เพียงแห่งเดียวเท่านั้น 

3. เขาสะแกกรัง

เขาสะแกกรัง อยู่ที่ ตำบลน้ำซึม อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี ในอดีต เรียกที่นี่กันว่าเขาแก้ว เป็นที่ตั้งของวัดสังกัสรัตนคีรี ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2443 ยอดเขาสะแกกรัง เป็นดินแดนที่ชาวอุทัยยกให้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ภายในวัด เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมือง ของเมืองของจังหวัดอุทัยธานีนั่นเอง

4. วัดจันทราราม (วัดท่าซุง)

วัดจันทราราม (วัดท่าซุง) อยู่ที่ ตำบลน้ำซึม อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี เป็นวัดที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก วัดนี้มีวิหารแก้ว 100 เมตร เป็นเอกลักษณ์ ตกแต่งประดับไปด้วยแก้วใสวาววับ ทั้งภายในและภายนอก ภายในวิหารแก้วนี้ มีโลงบรรจุองค์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ซึ่งเป็นที่ศรัทธานับถือของประชาชนทั่วไป มีปราสาททองคำ ซึ่งตกแต่งด้วยทองคำตระการตา และสร้างด้วยฝีมือที่มีความประณีตงดงาม สถานที่นี้แห่งนี้ ถือว่าเป็นจุดท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของจังหวัดอุทัยธานี ที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

5. วัดผาทั่ง

วัดผาทั่ง อยู่ที่ ตำบลห้วยแห้ง อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี เป็นอีกหนึ่งวัด ที่ควรมาท่องเที่ยวเมื่อมาจังหวัดแห่งนี้ เพราะมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดในจังหวัด ประดิษฐานอยู่ที่วัดแห่งนี้ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ หลวงพ่อโต ที่ชาวบ้านให้ความนับถือ นอกจากนี้ในบริเวณวัดผาทั่ง ยังมีต้นสาระ ซึ่งเป็นต้นไม้ที่พระพุทธเจ้าประสูตร

6. ถ้ำพุหวาย

ถ้ำพุหวาย ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติพุเตย สภาพโดยทั่วไปเป็นภูเขาหินปูนสูงชันสลับซับซ้อน เป็นถ้ำที่ใหญ่ ภายในถ้ำกว้างขวาง มีหินงอกหินย้อย รูปเจดีย์ อ่างน้ำ ทางเข้าถ้ำอยู่บนไหล่เขาซึ่งต้องเดินขึ้นไป มีอากาศที่ถ่ายเทได้สะดวก มีโพรงทะลุถึงด้านตรงข้ามของภูเขา และมีค้างคาวอาศัยอยู่ถึง 9 ชนิด คือ ค้างคาวชนิดใช้ฟันหน้ากินผลไม้ ค้างคาวมงกุฎยอดสั้นเล็ก ค้างคาวหน้ายักษ์เล็ก ค้างคาวปีกถุงเคราดำ ค้างคาวหน้ายักษ์ทศกรรณ ค้างคาวปีกพับดำใหญ่ ค้างคาวมงกุฎจมูกใหญ่ ค้างคาวยักษ์สามหลืบ และค้างคาวยอดปีกกล้วยไม้

7. น้ำตกผาร่มเย็น

น้ำตกผาร่มเย็น อยู่ที่ บ้านใหม่ร่มเย็น ตำบลเจ้าวัด อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี น้ำตกแห่งนี้ เมื่อมองจากถนน จะเห็นน้ำตกลงมาจากผาสูงเป็นสายเดียว จนผ่านหน้าผาดิน ที่มีมอสสีเขียวเกาะอยู่มากมาย น้ำตกจะแยกออกเป็นเหมือนม่านน้ำบางๆ สู่ลำธารเบื้องล่าง จนทำให้ชาวอุทัยธานีบอกว่า น้ำตกผาร่มเย็นแห่งนี้ เป็นน้ำตกที่สวยที่สุดของจังหวัดอุทัยธานีอีกด้วย

8. วัดอุโปสถาราม (วัดโบสถ์มโนรมย์)

วัดอุโปสถาราม หรือมีชื่อเดิมว่า วัดโบสถ์มโนรมย์ อยู่ที่ ตำบลอุทัยใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสะแกกรัง ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับตลาดสดเทศบาลเมืองอุทัยธานี สันนิษฐานว่าวัดแห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ภายในวัดมีโบราณสถาน และโบราณวัตถุที่ทรงคุณค่าหลายอย่าง เป็นวัดเก่าแก่ที่มีศิลปะทางด้านสถาปัตยกรรมที่หลากหลาย ทั้งมณฑปทรงแปดเหลี่ยม ที่ออกไปทางสถาปัตยกรรมตะวันตก และถือได้ว่าเป็นวัดที่มีความงดงามเป็นอย่างยิ่ง

9. ปราสาททองคำ

ปราสาททองคำ (กาญจนาภิเษก) ก่อสร้างด้วยการก่ออิฐฉาบปูน ประดับลวดลายไทย ปิดทองคำเปลว ติดกระจก ใช้เป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่ญาติโยมถวาย รอบนอกปราสาทแห่งนี้ ยังได้ใช้ทองคำเปลวปิดรอบปราสาทอีกด้วย

10. บ้านสวนจันทิตา

บ้านสวนจันทิตา อยู่ที่ ตำบลสะแกกรัง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี เป็นที่พักโฮมสเตย์ แบบบ้านไม้ 4 หลัง ตั้งแทรกอยู่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ ซึ่งทั้ง 4 หลังเชื่อมต่อกันทั้งหมด บ้านแต่ละหลังจะมีความสูงไม่เท่ากัน เพราะจะทำให้ดูมีมิติ และระบายอากาศได้ดี ภายในบ้านโปร่งสบาย เน้นให้เราเห็นธรรมชาติได้แบบพาโนรามา อีกทั้งบรรยากาศโดยรอบยังร่มรื่นด้วยพรรณไม้หลายชนิด แถมที่พักราคาไม่แพงด้วย เพียงหลังละ 2,000 บาทเท่านั้น ถ้าหากอยากมาพักผ่อนที่นี่ ก็ต้องจองล่วงหน้านานหน่อย

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ Https://pizzaandfooditalia.com

รวมแหล่งท่องเที่ยว จังหวัดชัยนาท

รวมแหล่งท่องเที่ยว จังหวัดชัยนาท ชัยนาทเป็นจังหวัดเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ภาคกลางตอบบน อยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา และยังมีโบราณสถานที่ล้ำค่าอีกด้วย

รวมแหล่งท่องเที่ยว จังหวัดชัยนาท ที่ไม่ควรพลาด

วัดมหาธาตุ

วัดมหาธาตุ ตั้งอยู่ที่ ตำบลแพรกศรีราชา อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท เดิมมีชื่อว่าวัดพระธาตุ หรือวัดหัวเมือง เป็นวัดเก่าแก่โบราณคู่เมืองแพรกหรือเมืองสรรค์ โดยจากรูปแบบศิลปะทำให้มีการสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นก่อนสมัยอยุธยาแต่ได้รับการบูรณะในสมัยอยุธยา วัดมหาธาตุ มีโบราณสถานที่น่าสนใจ และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ คือ พระปรางค์กลีบมะเฟือง สร้างด้วยอิฐถือปูน 3 องค์ พระปรางค์มีลักษณะคล้ายกลีบมะเฟือง ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยม เป็นศิลปะสมัยลพบุรี รวมถึงพระวิหาร และหมู่เจดีย์ต่างๆ ที่สร้างด้วยศิลปะที่มีความงดงามมาก

วัดพระแก้ว

วัดพระแก้วเป็นวัดเก่าแก่ ตั้งอยู่ที่ ตำบลแพรกศรีราชา อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท อยู่ห่างจากตัวเมืองชัยนาท23กิโลเมตร เป็นวัดที่มีโบราณสถานที่สำคัญอีกวัดหนึ่ง เนื่องจากมีองค์เจดีย์สี่เหลี่ยมที่มีความงดงาม องค์เจดีย์นี้มีผู้กล่าวถึงว่า เป็นราชินีแห่งเจดีย์ทั้งมวลในเอเซียอาคเนย์เป็นเจดีย์แบบละโว้ทรงสูง ผสมกับเจดีย์ทวาราวดีตอนปลาย ฐานเรือนธาตุแบบลดท้องไม้ เป็นศิลปะสมัยสุโขทัยผสมกับสมัยศรีวิชัย บริเวณด้านหน้าเจดีย์มีวิหารหลวงพ่อฉาย ด้านหลังองค์หลวงพ่อฉายมีทับหลังแกะสลักติดอยู่ วัดนี้จึงเป็นอีกวัดหนึ่ง ที่มีความสำคัญของจังหวัดชัยนาท

วัดปทุมธาราม

วัดปทุมธาราม ตั้งอยู่ที่ ตำบลหนองบัว สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด คือ วิหารที่ประดิษฐานพระพุทธรูป รูปเหมือนหล่อ หลวงปู่ศุข กรมหลวงชุมพรฯ หลวงพ่อจากอดีตเจ้าอาวาส เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน คือ พระครูปทุมชัยกิจ หรือ หลวงปู่นะ ฐิตปัญโญ เจ้าอาวาสวัดปทุมธารามเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ที่ชาวบ้านให้ความเลื่อมใส ภายในวัดเป็นที่ตั้งของพระมหาเจดีย์ศรีชัยนาท เป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดชัยนาท สร้างเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อประดิษฐานเป็นที่ตั้งของพระบรมสารีริกธาตุขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกะพุทธเจ้า และพระอรหันต์ เพื่อเป็นที่สักการะกราบไหว้ของคนไทย และคนต่างชาติที่เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา

วัดธรรมามูลวรวิหาร

วัดเก่าแก่ของชัยนาท ตั้งอยู่ที่ ต.ธรรมามูล อ.เมือง ชัยนาท สร้างอยู่บนไหล่เขาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา หากมาเที่ยวชัยนาท ต้องไม่พลาดแวะสักการะขอพรหลวงพ่อธรรมจักร พระพุทธรูปปางห้ามญาติ เพื่อความเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ ยังมีบันได 565 ขั้น ในการเดินขึ้นไปนมัสการวิหารพระนาคบนยอดเขา พร้อมกับชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยา จากมุมสูงได้อีกด้วย

สวนส้มโอโชคชัย

สวนส้มโอแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ ต.ชัยนาท อ.เมือง ชัยนาท เป็นส้มโอพันธุ์ขาวแตงกวา ซึ่งเป็นผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดชัยนาท หากได้มาลองชิมกันที่สวนโชคชัยชัยนาท ก็จะอร่อยมากยิ่งขึ้น ที่นี้เป็นสวนแบบเชิงเกษตร ซึ่งทางเจ้าของสวนเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาเลือกซื้อส้มโอรสชาติหวานอมเปรี้ยวเป็นของฝาก หรือจะเดินเที่ยวชมสวนเรียนรู้เกี่ยวกับส้มโอ ก็สามารถทำได้เช่นกัน

วัดปากคลองมะขามเฒ่า

ตั้งอยู่ที่ ต.มะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท หากใครไปถึงชัยนาทต้องไปสักการบูชา พระครูวิมลคุณากร (ศุข) หรือ หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า เกจิอาจารย์ที่ผู้คนต่างเลื่อมใสศรัทธา เชื่อกันว่าใครมากราบไหว้ขอพร จะมีความสุขสมหวังและปรารถนา มีสิริมงคลต่อชีวิต และแคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง ยังเชื่อในการบูชาเครื่องรางของขลังของหลวงปู่ศุข ว่าให้คุณทั้งในด้านโชคลาภ เมตตามหานิยม และแคล้วคลาดอยู่ยงคงกระพัน ซึ่งปัจจุบันวัดปากคลองมะขามเฒ่า ได้รับการปรับปรุงจนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งของจังหวัดชัยนาท ที่นักท่องเที่ยวต้องมาแวะ

สวนนกชัยนาท

สวนนกชัยนาท ตั้งอยู่ที่ ต.เขาท่าพระ อ.เมืองจ.ชัยนาท สวนนกแห่งนี้ มีสถานที่มีชื่อเสียงมานานของจังหวัดชัยนาท เป็นทั้งที่เที่ยวและแหล่งเรียนรู้ให้เด็กๆ ที่ได้เข้ามาเที่ยว เพราะนอกจากจะได้เพลิดเพลินกับนกหลากหลายชนิดแล้ว ที่นี่ยังมีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจืด และท้องฟ้าจำลอง ที่ได้สร้างสีสันให้การเที่ยวสวนนกสนุกมากยิ่งขึ้น หรือใครที่ชื่นชอบในการถ่ายรูป ก็สามารถมาเที่ยวถ่ายรูปกันได้แบบเพลินๆ ท่ามกลางความร่มรื่นของแมกไม้นานาชนิด อย่างเพลิดเพลินกันได้ทั้งวัน

เขื่อนเจ้าพระยา

เขื่อนเจ้าพระยา ตั้งอยู่ที่ ตำบลบางหลวง อำเภอสรรพยา บริเวณรอบเขื่อน สวยงามด้วยธรรมชาติที่รายล้อม มีลมพัดเย็นๆ พัดผ่านสบายๆ หรือถ้าหากใครมาเที่ยวช่วงเดือนมกราคม นักท่องเที่ยวจะได้เจอกับฝูงนกเป็ดน้ำนับหมื่นตัว มาอาศัยอยู่บริเวณเหนือเขื่อน เป็นอีกหนึ่งภาพความสวยงามของธรรมชาติที่หาดูกันไม่ได้ง่ายๆ หรือใครจะมาเที่ยวชิลๆ ในช่วงยามเย็น ก็ฟินไม่แพ้กัน

บึงกระจับใหญ่

บึงกระจับใหญ่ ตั้งอยู่ที่ ตำบลหันคา อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท เป็นเกาะอยู่กลางบึงขนาดใหญ่ และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ รวมถึงเป็นที่อยู่ของนกเป็ดน้ำและนกปากห่างจำนวนมาก ไฮไลต์สำคัญของที่นี่นอกจากความชิลที่นักท่องเที่ยวได้สัมผัสแล้ว ยังสามารถเดินเล่นบนสะพานไม้ที่ทอดตัวยาวข้ามบึงใหญ่ นอกจากเดินเล่นถ่ายรูปได้แล้ว ยังปั่นจักรยานได้อีกด้วย ซึ่งในช่วงเวลาแดดร่มลมตก ที่นี่จะกลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ยอดฮิตที่นักท่องเที่ยว ที่สามารถมาล่องเรือชมนกนานาชนิด หรือจะเพลินไปกับบรรยากาศยามเย็น กับพระอาทิตย์ตกดินที่วิวสวยสุด ๆ

อนุสาวรีย์ขุนสรรค์

ตั้งอยู่หน้าที่ว่าการอำเภอสรรคบุรี โดยตัวอนุสาวรีย์มีขนาดเท่าครึ่งของตัวจริง และมีโลหะแบบรมดำ ในท่าทางที่ท่านถือปืนอาวุธคู่กายพร้อมต่อสู้ โดยขุนสรรค์ วีรบุรุษแห่งลุ่มแม่น้ำน้อย เป็นหนึ่งในผู้นำชาวบ้านบางระจันที่ต่อสู้กับพม่าด้วยความกล้าหาญ โดยทุกวันที่ 19 มกราคม ของทุกปี ชาวอำเภอสรรคบุรี จะทำพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณของขุนสรรค์เป็นประจำทุกปี

วัดพิชัยนาวาส

วัดพิชัยนาวาส ตั้งอยู่ที่ ตำบลบ้านเชี่ยน อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท สันนิษฐานว่า วัดนี้สร้างในสมัยอยุธยาตอนกลาง มีอายุมากกว่า 300 ปี ภายในพระอุโบสถซึ่งสร้างไว้กลางสระน้ำ มีพระประธานคือ หลวงพ่อโต เป็นพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ ปั้นด้วยปูนสอ ประทับห้อยพระบาท สันนิษฐานว่า ในระหว่างสร้างพระประธานองค์นี้ บ้านเมืองเกิดระส่ำระสายจากสงคราม เพราะเป็นพื้นที่กองทัพจากพม่าเดินทางผ่าน วัดนี้จึงมีกำหนดจัดงานนมัสการปิดทองสมโภชระหว่างเทศกาลวันเพ็ญเดือนสาม และเทศกาลวันเพ็ญเดือนสิบสองเป็นประจำทุกปี

ตลาดโรงพักเก่าสรรพยา

ตลาดโรงพักเก่าสรรพยา หรือเรียกกันอีกว่า ตลาดกรีนดี เกิดขึ้นจากการร่วมมือของเทศบาลตำบลสรรพยา และชมรมฟื้นฟูตลาดเก่าสรรพยา ได้ร่วมฟื้นฟูพื้นที่ตลาดแห่งนี้ขึ้นมาใหม่ ที่นี่มีบรรยากาศย้อนยุคที่โดดเด่น จากสถาปัตยกรรมโรงพักที่เป็นเรือนไม้ ดูสวยและคลาสสิกเหนือกาลเวลา และที่นี่ยังให้ความใส่ใจกับสิ่งแวดล้อม โดยการงดใช้โฟม พลาสติก แต่ใช้วัสดุจากธรรมชาติแทน ละลานตาด้วยของกินอร่อยๆให้เลือกซื้ออยู่มากมาย แถมยังได้ซึมซับบรรยากาศเก่าๆ หากมาที่นี่ ได้สนุกไปกับของกินอร่อยๆ ท่ามกลางบรรยากาศคลาสสิกชวนหลงใหลอย่างแน่นอน

วัดเขาพลอง

วัดเขาพลอง หรือ วัดปฐมเทศนาอรัญวาสี ตั้งอยู่ที่ ตำบลเขาพลอง อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท วัดตั้งอยู่บนยอดเขา จึงทำให้สามารถเห็นทิวทัศน์อันสวยงามของตัวเมืองชัยนาทได้อย่างชัดเจน วัดแห่งนี้นับได้ว่าเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดของชัยนาท หากมาวัดนี้ควรไปกราบไหว้ขอพรเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และกราบไหว้หลวงพ่อเขาสาลิกา พระประธานในพระอุโบสถ นอกจากนี้ วัดนี้ยังเป็นสถานที่ประดิษฐาน พระพุทธอริยธัมโม พระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ เป็นพระพุทธรูปที่มีพระพักตร์งดงามมาก สิ่งที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่ นอกจากการมาไหว้พระแล้ว ต้องขึ้นไปยังเขาพลองเพื่อไปชมพระอาทิตย์ตก และวิวทิวทัศน์ของตัวเมืองชัยนาทบนยอดเขา สามารถเห็นทิวทัศน์อันสวยงามของตัวเมืองชัยนาทได้อย่างชัดเจน

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ Https://pizzaandfooditalia.com

แหล่งโบราณสถาน

ในประเทศไทยมี แหล่งโบราณสถาน ที่สร้างด้วยฝีมือของมนุษย์ ในอดีตอยู่มากมาย ซึ่งในปัจจุบัน สถานที่เหล่านี้ มีคุณค่าทางศิลปะ ประวัติศาสตร์ และโบราณคดีเป็นอย่างมาก

10 แหล่งโบราณสถาน ที่สำคัญของไทย

1. วัดพระศรีสรรเพชญ 

วัดสวยงามกับเจดีย์ทรงลังกา 3 องค์ใหญ่อลังการ สะดุดตาแก่ผู่ที่เดินทางมาพบเห็น วัดพระศรีสรรเพชญ์ หรือ วัดพระศรีสรรเพชญ เป็นอดีตวัดหลวงประจำพระราชวังโบราณ อยุธยา ตั้งอยู่ที่ ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จุดสำคัญของที่นี่คือ เจดีย์ทรงลังกา จำนวนสามองค์ที่วางตัวเรียงยาว วัดพระศรีสรรเพชญ์ เป็นวัดประจำวัง ที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา จึงกลายเป็นต้นแบบของ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา

2. วัดมหาธาตุ

วัดแห่งนี้ เป็นวัดนี้มีชื่อเสียงจาก เศียรพระพุทธรูปหน้าวิหารเล็ก ที่ปกคลุมด้วยรากไม้ใหญ่มานานหลายร้อยปี สร้างความอัศจรรย์ให้ผู้พบเห็นเป็นยิ่งนัก เพราะมีความขลัง ลึกลับน่าค้นหา ราวกับว่ามีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ วัดมหาธาตุ เป็นวัดที่เก่าแก่และมีประวัติที่ไม่แน่ชัด บางบอกปี พ.ศ. 1917 บางบอกปี พ.ศ. 1927 ใช้เวลาก่อสร้างไปเป็นจำนวนมากในสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม วัดนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุใจกลางพระนคร และเป็นที่พำนักของสมเด็จพระสังฆราชฝ่ายคามวาสีอีกด้วย วัดแห่งนี้จึงได้รับการก่อสร้างและดูแลตลอดเวลาจวบจนถูกทำลายลงหลังเสียกรุงครั้งที่ 2

3. วัดราชบูรณะ

เป็นวัดที่โด่งดัง และมีชื่อเสียงจากการลักลอบขุดกรุพระเครื่องในองค์พระปรางค์ การค้นพบกรุเมื่อปี พ.ศ. 2499 วัดราชบูรณะ สร้างขึ้นในรัชสมัยของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 กรมศิลปากรเคยได้เข้ามาขุดกรุวัดราชบูรณะแห่งนี้ ปรากฏว่าพบสิ่งของกว่า 2000 รายการ พระพิมพ์กว่า แสนองค์ ทองคำหนักกว่า 100 กิโลกรัม ซึ่งปัจจุบัน ได้นำของเหล่านี้ไปเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา

4. วัดไชยวัฒนาราม

เป็นวัดที่มีความสวยงาม อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยาวนานอีกด้วย เดิมเป็นวัดเก่าแก่สมัยอยุธยาตอนปลายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตั้งอยู่ที่ ต.บ้านป้อม อ.เมือง จ.พระนครศรีอยุธยา สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าปราสาททอง พ.ศ. 2173 พระองค์ได้สร้างวัดไชยวัฒนาราม เพื่ออุทิศผลบุญนี้ให้กับพระราชมารดา และสร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์ แห่งชัยชนะเหนือเขมรด้วย จึงทำให้มีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมส่วนหนึ่ง มาจากปราสาทนครวัด

5. วัดใหญ่ชัยมงคล 

วัดนี้ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1900  จุดเด่นของวัดแห่งนี้ คือเจดีย์องค์ใหญ่ ที่เชื่อกันว่า ได้รับการปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ภายในได้มีการค้นพบชัยมงคลคาถาบรรจุอยู่ ภายในพระอุโบสถ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชัยมงคล พระประธานที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของวัด ที่สมเด็จพระนเรศวรทรงให้สร้างพระเจดีย์ใหญ่ขึ้น ชื่อว่า พระเจดีย์ชัยมงคล ประมาณ พ.ศ. 2135 มีความสูง 1 เส้น 1 วา เป็นเจดีย์ ที่สูงที่สุดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยามาจนทุกวันนี้ และยังเป็นที่ประดิษฐานศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2544 อีกด้วย

6. อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง

ปราสาทพนมรุ้ง เป็นปราสาทหินที่สร้างด้วยหินทรายสีชมพู สวยงามด้วยการแกะสลักลวดลายรูปเทพเจ้า และเรื่องราวทางศาสนา สร้างขึ้นเนื่องในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย ซึ่งนับถือพระศิวะเป็นเทพเจ้าสูงสุด ดังนั้น เขาพนมรุ้งจึงเปรียบเสมือนภูเขาไกรลาสที่ประทับของพระศิวะ ที่นี่มีปรากฏสำคัญทางธรรมชาติเกิดขึ้น 4 ครั้งต่อปี คือ เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นและตก จะส่องแสงลอดประตูทั้ง 15 บาน เป็นความอลังการ ที่ผสมผสานระหว่างธรรมชาติกับภูมิปัญญาของบรรพชน

7. ปราสาทเมืองสิงห์

อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ ตั้งอยู่ที่ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เป็นเมืองโบราณขอมแห่งเดียวของเมืองกาญจน์ ที่ยังคงเหลือถึงปัจจุบัน ซึ่งมีอายุกว่า 800 ปี ปราสาทนี้ ถูกสร้างขึ้นมาในสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มหาราชองค์สุดท้ายของกัมพูชาโบราณ (อาณาจักรขอม) เป็นหัวเมืองชั้นนอก คอยควบคุมดูแลเส้นทางการค้าที่เชื่อมระหว่างอินเดียกับสุวรรณภูมิ หลังจากที่อาณาจักรขอมล่มสลาย ในศตวรรษที่ 19 ที่แห่งนี้ก็ถูกทิ้งร้างผุพัง จนเป็นอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

8. อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย 

เป็นอีกหนึ่งมรดกโลก ทางวัฒนธรรม ที่น่าตื่นตาด้วยโบราณสถานและโบราณวัตถุทั้งหมด 215 แห่ง และสำรวจค้นพบแล้ว 204 แห่ง เช่น วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ หรือ วัดพระบรมธาตุเมืองเชลียง หรือเรียกอีกชื่อว่า วัดพระปรางค์ วัดช้างล้อม ที่โดดเด่นด้วยเจดีย์ประธานทรงลังกา ซึ่งมีช้างปูนปั้นเต็มตัว ยืนหันหลังแยกออกจากผนัง ล้อมรอบฐานเจดีย์ จำนวน 39 เชือก และ กุฏิพระร่วงพระลือ หรือ ศาลพระร่วงพระลือ

9. อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย

ภายในอุทยาน เป็นที่ตั้งของพระราชวัง ศาสนสถาน โบราณสถาน โดยมีคูเมือง กำแพงเมือง และประตูเมืองโบราณ ล้อมรอบอยู่ในรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส ซึ่งภายใน ยังเหลือร่องรอยพระราชวัง และวัดอีก 26 แห่ง เช่น วัดชนะสงคราม วัดตระพังเงิน วัดศรีสวาย วัดศรีชุม วัดสะพานหิน ทำนบพระร่วง เนินปราสาทพระร่วง รวมไปถึงพระพุทธรูปโบราณขนาดใหญ่

10. อุทยานประวัติศาสตร์ปราสาทหินพิมาย 

เป็นปราสาทขอม ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองไทย สันนิษฐานว่า สร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 ตัวปราสาทหันหน้าไปทางทิศใต้ ต่างจากปราสาทอื่นๆ ที่หันไปทางทิศตะวันออก มีแบบแปลนเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ล้อมรอบไปด้วยคูน้ำ มีประตูเมืองทั้ง 4 ทิศ ภายในอุทยานแบ่งเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือส่วนของโบราณสถาน เช่น สะพานนาคราช ประติมากรรมรูปสิงห์ ระเบียงคด ปรางค์ประธาน ปรางค์พรหมทัต ปรางค์หินแดง และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ซึ่งจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับความเจริญรุ่งเรือง ของวัฒนธรรมอีสานในอดีต และโบราณวัตถุศิลปะวัตถุที่ขุดค้นพบ

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ Https://pizzaandfooditalia.com

แหล่งท่องเที่ยว อุทัยธานี

แหล่งท่องเที่ยว อุทัยธานี เป็นอีกจังหวัดที่น่าท่องเที่ยว มีเอกลักษณ์ วัฒนธรรม ที่สวยงาม และยังมีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน

10 แหล่งท่องเที่ยว อุทัยธานี ที่น่าสนใจ

1.วัดท่าซุง

วัดท่าซุง หรืออีกชื่อว่า วัดจันทาราม เป็นวัดที่มีชื่อเสียงของจังหวัดอุทัยธานี และเป็นหนึ่งในวัดที่สวยที่สุดในประเทศไทย เป็นวัดที่เก่าแก่ แต่ก็ได้มีการบูรณะเรื่อยมาตั้งแต่อดีตจนมาถึงปัจจุบัน มีรูปหล่อหลวงพ่อปาน และหลวงพ่อใหญ่ขนาด 3 เท่า อยู่มุมกำแพงด้านหน้า มณฑป และพระวิหารแก้วที่ประดิษฐาน พระพุทธชินราชจำลอง และศพของหลวงพ่อฤาษีลิงดำที่ไม่เน่าเปื่อย ความงามที่โดดเด่นของที่นี่ ต้องยกให้ วิหารแก้ว 100 เมตร ที่ตกแต่งด้วยโมเสกแก้วเล็กๆทั่วทั้งวิหาร ทำให้ดูแวววับจับตาน่าประทับใจเป็นที่สุด

2.วัดถ้ำเขาวง

วัดแห่งนี้ออกแบบทรงเรือนไทยยกใต้ถุน แบ่งสัดส่วนการใช้งานเป็น 4 ส่วน คือ ใต้ถุนเป็นลานเอนกประสงค์และร้านขายของ ชั้นที่ 2 เป็นวิหาร ชั้นที่ 3 เป็นกุฏิ และชั้นที่ 4 จะเป็นโบสถ์สร้างด้วยไม้สักและไม้มะค่า บริเวณรอบวัดถ้ำเขาวง มีการจัดภูมิทัศน์ให้สวยงามร่มรื่น มีฉากหลังเป็นเขาหินปูนสูงตระหง่าน ด้านหน้ามีสวนไม้ดัด และบ่อน้ำที่มีปลาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

3.ปราสาททองคำ (กาญจนาภิเษก)  

ปราสาททองคำ (กาญจนาภิเษก) ก่อสร้างด้วยการก่ออิฐฉาบปูน ประดับลวดลายไทยปิดทองคำเปลวติดกระจก ใช้เป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่ญาติโยมนำมาถวาย รอบนอกปราสาทใช้ทองคำเปลวปิดรอบปราสาทอีกด้วย

4.ถ้ำพุหวาย 

ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติพุเตย ภายในถ้ำจะพบภูเขาหินปูนสูงชันสลับซับซ้อน หินงอกหินย้อย หลายแบบ เช่น หินดอกเห็ด หินย้อย เสาโรมัน ดอกไม้หิน หินรูปหัวปลาโลมา หินเกร็ดเพชร หินงอกดอกกุหลาบ เป็นต้น และยังมีค้างคาวอาศัยอยู่ถึง 9 ชนิด และ พระพุทธรูป ที่ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวเข้ามากราบไหว้ ส่วนด้านหลังของถ้ำพุหวาย มีถ้ำเทพมาลี หรือ ถ้ำพญานาค เป็นถ้ำที่มีขนาดเล็ก ค่อนข้างลึก และมีความสวยงามตามธรรมชาติ

5.หุบป่าตาด

ตั้งอยู่ที่ ต.ทุ่งนางาม อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี หุบป่าตาด เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ไม่ควรพลาด โดยเฉพาะผู้ที่รักธรรมชาติ เพราะที่นี่มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติให้เราได้เดินกว่า 700 เมตร พร้อมถ้ำหินงอก หินย้อยที่มีรูปร่างแปลกตา และต้นตาด นอกจากนี้เราจะได้เห็นกิ้งกือมังกรสีชมพูด้วย ภายในถ้ำค่อนข้างมืด ให้ความรู้สึกเหมือนได้ผจญภัย จนได้ชื่อว่าเป็นดินแดนจูราสสิคพาร์คเมืองไทยเลยทีเดียว

6.น้ำตกไซเบอร์

ตั้งอยู่ที่ บ้านซับแม่บือ ต.ทองหลาง อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี น้ำตกแห่งนี้ ควรมาเที่ยวในช่วงเดือนกันยายน – พฤศจิกายน จะได้พบกับความสวยงามของน้ำตก ที่ไหลผ่านก้อนหินน้อยใหญ่ลงมายังเบื้องล่าง โดยน้ำตกชั้นบนเรียกว่า น้ำตกล่อยจ้อย เมื่อไหลลงมาชั้นล่างจะเรียกว่าน้ำตกหินลาด และยังมีบ้านพักรองรับนักท่องเที่ยวด้วย ซึ่งมีเพียง 1 หลังเท่านั้น สามารถพักได้ประมาณ 20 – 30 คน หากต้องการเข้าไปเที่ยวยังน้ำตกไซเบอร์ จะต้องทำหนังสือขออนุญาตไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งก่อน

7.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ตั้งอยู่ที่ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี มีพื้นที่ครอบคลุมกว่า 6 อำเภอ 3 จังหวัด ได้แก่ อ.บ้านไร่ อ.ลานสัก อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี อ.สังขละบุรี อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี และ อ.อุ้มผาง จ.ตาก ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ จาก UNESCO อีกด้วย ในความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าแห่งนี้ ทำให้มีสัตว์อาศัยอยู่เกือบ 800 ชนิด และมีสัตว์ป่าสงวนที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ด้วย นักท่องเที่ยวสามารถไปเดินศึกษาธรรมชาติ ส่องสัตว์ดื่มด่ำอากาศบริสุทธิ์ ชมนก ชมนิทรรศการของสืบ นาคะเสถียร หรือจะพักในบ้านพักของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งก็สามารถทำได้

8.เกาะเทโพ

ตั้งอยู่ที่ อ.เมือง จ.อุทัยธานี เมืองเล็กๆ ที่เหมาะกับการใช้ชีวิตสโลไลฟ์ และเป็นเมืองแห่งการปั่นจักรยาน เกาะเทโพเป็นแหลมยื่นออกมาคั่นระหว่างแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำสะแกกรัง จุดเด่นคือมีสะพานแขวนเกาะเทโพ เชื่อมต่อระหว่างตลาดสดเทศบาล และวัดอุโบสถาราม สองข้างทางเป็นป่าไผ่ ไร่ข้าวโพด และทุ่งนา บรรยากาศร่มรื่น เป็นสถานที่ที่ต้องไปเช็คอิน ถ่ายรูปสุดฮิป สุดชิคกันให้ได้

9.ถนนคนเดินตรอกโรงยา

ตั้งอยู่ที่ ถ.อุทัยใหม่ ต.อุทัยใหม่ อ.เมือง จ.อุทัยธานี เป็นถนนคนเดินในยามค่ำคืน ให้นักท่องเที่ยวได้เดินช้อปสินค้าของฝากกลับบ้าน พร้อมกินของอร่อยๆ กัน เช่น หมูสะเต๊ะ ขนมปังปิ้ง ขนมกล้วย ขนมผักกาด บ๊ะจ่าง บริเวณสองข้างทางของตรอกโรงยา จะพบกับบ้านไม้เก่าๆ พร้อมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอุทัยธานีอีกด้วย บ้างก็เป็นร้านอาหาร ร้านกาแฟโบราณให้ได้นั่งชิลกัน ใครอยากสัมผัสบรรยากาศย้อนยุคแบบนี้ ไม่ควรพลาดแน่นอน

10.ยอดเขาสะแกรัง

ยอดเขาสะแกกรัง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกหนึ่งแห่ง ในจังหวัดอุทัยธานี ที่ทุกคนที่ไปจังหวัดอุทัยต้องไปเยือน เราสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองอุทัยธานีได้กว้างขวาง จากบนยอดเขา และยังเป็นที่ตั้งของมณฑป ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง ซึ่งย้ายมาจากวัดจันทาราม มีระฆังใบใหญ่ ที่ชาวเมืองได้รวมกันสร้างอยู่ใกล้กับมณฑป และบนยอดยังมี พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกนาถ ในรัชกาลที่ 1 ให้นักท่องเที่ยวได้สักการะกันอีกด้วย

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ https://pizzaandfooditalia.com

วัดสวย ในเมืองไทย

วัดสวย ในเมืองไทย เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ ที่โดดเด่นในเรื่องของศาสนา และวัฒนธรรม มีวัดที่สวยงาม และน่าอัศจรรย์อยู่หลายแห่ง ให้ผู้คนได้กราบไหว้ ถือศีล และปฏิบัติธรรมกัน

10 วัดสวย ในเมืองไทย

1.วัดร่องขุน จ.เชียงราย

ตั้งอยู่ที่ ถนน พหลโยธิน ตำบลป่าอ้อดอนไชย อำเภอเมืองเชียงราย เชียงราย ถือเป็นศาสนสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงราย ซึ่งมีผู้อุทิศตนสร้างวัดวัดร่องขุ่นอันยิ่งใหญ่แห่งนี้ขึ้นเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ด้วยความตั้งใจที่จะสร้างสรรค์ให้วัดแห่งนี้งดงามดังสวรรค์ ที่ประชาชนสามารถสัมผัสได้บนพื้นพิภพ คล้ายเป็นสถานที่กระตุ้นเตือนให้คนเราใฝ่ปฏิบัติธรรม และประกอบกรรมดีในการดำเนินชีวิต สิ่งที่โดดเด่นภายในวัดร่องขุ่นก็คือ พระอุโบสถ ที่มีความโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ทางศิลปะ และสถาปัตยกรรมที่แสนวิจิตรอลังการ ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงช่อฟ้า ใบระกา และรายละเอียดซึ่งแตกต่างไปจากวัดอื่นๆ โดยตัวพระอุโบสถที่เป็นสีขาวบริสุทธิ์ ที่สื่อถึงพระบริสุทธิคุณ

2.วัดถ้ำเขาวง จ.อุทัยธานี

วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ เชิงเขาวง ต.บ้านไร่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี วัดแห่งนี้เป็นอาคาร 4 ชั้น ออกแบบเป็นทรงเรือนไทยยกใต้ถุน มีฉากหลังเป็นเขาหินปูน ด้านหน้าวัดมีสวนไม้ดัด และบ่อน้ำที่มีปลาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ห่างจากตัววัดไปด้านหลังจะมีถ้ำอยู่หลายถ้ำ ทั้งถ้ำเป็นที่นั่งวิปัสสนาของพระภิกษุ ถ้ำค้างคาว และถ้ำที่มีหินงอกหินย้อย โดยระหว่างทาง เมื่อมายังวัดแห่งนี้ จะรู้สึกปลอดโปร่ง ทั้งใจและกายที่สงบจากการทำบุญ

3.พระมหาเจดีย์ชัยมงคล จ.ร้อยเอ็ด

ตั้งอยู่ที่ ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นวัดที่มีการผสมผสานระหว่าง องค์พระปฐมเจดีย์ ศิลปะของภาคกลาง และพระธาตุพนม ศิลปะของภาคอีสาน เข้าด้วยกันอย่างลงตัว จากภายนอกตัวอาคารเป็นพื้นสีขาว ตกแต่งลวดลายด้วยสีทอง ซึ่งดูวิจิตรตระการตา รายล้อมไปด้วยเจดีย์องค์เล็กทั้ง 8 ทิศ ภายในองค์พระมหาเจดีย์ ได้ตกแต่งอย่างสวยงาม ดั่งอยู่บนวิมานแดนสวรรค์ มีรูปปั้นเทพ และเทพธิดา มีสวนสวยอยู่โดยรอบ ใช้งบประมาณในการสร้างกว่า 3,000 ล้านบาท

4.วัดถ้ำเสือ จ.กาญจนบุรี

ตั้งอยู่ที่ ต.ม่วงชุม อำเภอท่าม่วง กาญจนบุรี มีองค์พระพุทธรูปปางประทานพรขนาดใหญ่ ที่ไม่ได้มีดีแค่ขนาดเท่านั้น แต่ความสวยงามขององค์พระที่ประดับตกแต่งด้วยโมเสคสีทองทั้งองค์ ก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทำให้ผู้คนต่างหลั่งไหลเข้ามาชมความงามกันอย่างไม่ขาดสาย ภายในวัดจะพบกับความวิจิตรของศิลปะแบบไทยๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อุโบสถวัด ทรงจตุรมุข มีซุ้มเสมารอบ 8 ทิศ ลวดลายปูนปั้นพระพุทธประวัติที่สวยงามทุกด้านของผนัง พระเจดีย์เกศแก้วมหาปราสาท และเจดีย์ทรงสวย รูปร่างแปลกตา ซึ่งมีทั้งหมด 9 ชั้น ด้านบนเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุ นอกจากนี้หากมองลงมาจากบริเวณด้านบนในช่วงทำนา จะมองเห็นทุ่งนาข้าวเขียวขจีสวยงามอีกด้วย

5.วัดสันป่ายางหลวง จ.ลำพูน

ตั้งอยู่ที่ หมู่บ้านสันป่ายางหลวง ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน วัดนี้มีประวัติความเป็นมายาวนาน เชื่อกันว่าเป็นวัดแห่งแรกของอาณาจักรล้านนา ภายในวัด จึงมีสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ศิลปะทางล้านนามากมาย เช่น วิหารพระโขงเขียว ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระหยกเขียว ซึ่งนำมาจากแม่น้ำโขง หรือ พระวิหารพุทธอัญญรัตนมหานทีศรีหริภุญชัย มณฑปทรงล้านนา ที่ใช้ประดิษฐานพระพุทธเมตไตรจำลองจากพุทธคยา นอกจากการตกแต่งที่ใช้ศิลปะสไตล์ล้านนาแล้ว ยังได้สอดแทรกคติความเชื่อทางศาสนาลงในการก่อสร้างอีกด้วย

6.วัดทุ่งเศรษฐี จ.ขอนแก่น

จุดเด่นของวัดนี้คือ พระมหาเจดีย์ของวัดแต่ละโดมแต่ละยอด ที่สร้างขึ้นมานั้น ได้มีความหมายซ่อนอยู่ บริเวณส่วนหัวที่เป็นเจดีย์รูปดอกบัวจะมีบอกความหมายด้วยว่าคืออะไร จุดเด่นของที่นี่จึงเป็นที่เจดีย์ ซึ่งมีความสวยงามจริงๆ ผู้คนส่วนใหญ่อาจยังไม่ค่อยรู้จักวัดนี้กันเท่าไหร่ แต่เป็นวัดในไทยสวยๆ ที่น่าเที่ยวมากจริงๆ สามารถไปเดินชมเรื่องเล่าเกี่ยวกับ 3 โลก และได้ศึกษาเรื่องของศีล เรียกได้ว่า นอกจากได้ชมความสวยงามของตัววัด และบริเวณโดยรอบแล้ว วัดนี้ยังเป็นวัดที่บอกเล่าถึงความดีความชั่วได้ดีทีเดียว

7.วัดห้วยปลากั้ง จ.เชียงราย

วัดแห่งนี้สร้างโดยพระอาจารย์พบโชค ท่านได้สร้างเจดีย์ 9 ชั้น และรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม เป็นวัดที่ชาวเชียงรายให้ความเคารพศรัทธา และมีผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกเดินทางมาเยือน ซึ่งมหาเจดีย์ 9 ชั้น เป็นสถาปัตยกรรมแบบจีนผสมล้านนา บริเวณบันไดทางขึ้นมีมังกรคู่ตั้งตระหง่าน นอกจากนี้ยังมีพระธาตุจำลองประจำปีนักษัตรให้ได้สักการะบูชา และองค์เจ้าแม่กวนอิมสีขาวขนาดใหญ่ที่สวยงามมาก ในยามค่ำคืนวัดจะมีการเปิดไฟที่ตัววิหารและเจดีย์ ทำให้วัดแห่งนี้สวยสะดุดตาในยามค่ำคืน

8.วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว จ.เพชรบูรณ์

ตั้งอยู่ที่ หมู่บ้านทางแดง ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ตัววัดได้ตั้งอยู่บนเขา ที่มีธรรมชาติอันสวยงามโอบล้อม และอยู่ท่ามกลางธรรมชาติเช่นนี้ ทำให้เกิดความสงบและสมาธิแก่ผู้ที่มาศึกษาและปฏิบัติธรรมเป็นอย่างมาก มีเจดีย์พระธาตุผาแก้ว ที่ตกแต่งด้วยกระเบื้องและหินสีต่างๆ อย่างงดงาม และยังสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์สวยๆ โดยรอบได้อีกด้วย

9.วัดป่าภูก้อน จ.อุดรธานี

วัดนี้มีความสำคัญคือ เป็นวัดซึ่งสร้างขึ้นในอุทยาน ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่านายูงและป่าน้ำโสม สถาปัตยกรรมของวัดมีความโดดเด่นสวยงามด้วยตัววิหารสีเขียว ซึ่งสร้างได้วิจิตรพิสดารมาก เป็นที่ประดิษฐานของพระนอนหินอ่อนที่ใหญ่ที่สุดในโลก จัดเป็นหนึ่งในวัดที่วัดที่สวยที่สุดในเมืองไทยเลยก็ว่าได้

10.วิหารเทพวิทยาคมวัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา

วัดบ้านไร่ ตั้งอยู่ที่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา วิหารเทพวิทยาคม เป็นอุทยานธรรมกลางบึงน้ำขนาดใหญ่มีพื้นที่กว่า 30 ไร่ งานสถาปัตยกรรมพุทธศิลป์ขนาดใหญ่ เป็นมหาวิหารแห่งพระไตรปิฎก ที่รวบรวมพุทธประวัติ พระวินัย และพระธรรมคำสอนไว้ทั้งหมด เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนา และวัฒนธรรมแห่งแรกในเมืองไทย

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ Https://pizzaandfooditalia.com

เมืองมรดกโลก กำแพงเพชร

เมืองมรดกโลก กำแพงเพชร จังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยว เชิงประติศาสตร์ ศาสนสถาน และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย

เมืองมรดกโลก กำแพงเพชร กับ10สถานที่ ที่ไม่ควรพลาด

1.อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร

ตั้งอยู่ที่ ตำบลหนองปลิง อำเภอเมือง กำแพงเพชร เป็นโบราณสถานที่มีขนาดใหญ่ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก้ ร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย และศรีสัชนาลัย แบ่งเป็น 2 เขต คือ เขตในกำแพงเมือง และเขตนอกกำแพงเมือง มีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น ทั้งในด้านการใช้วัสดุศิลาแลง และรูปแบบศิลปกรรมไทยดั้งเดิม  มีโบราณสถานที่ขึ้นชื่อ เช่น วัดพระแก้ว วัดช้างรอบ วัดพระสี่อิริยาบถ วัดพระนอน และ วัดพระธาตุ

2.ศาลหลักเมืองกำแพงเพชร

ศาลหลักเมืองกำแพงเพชร อีกหนึ่งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นศาลที่เก่าแก่ ที่มีอายุมานานกว่า 700 ปี ศาลหลักเมืองกำแพงเพชร หรือ ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองกำแพงเพชร ตั้งอยู่ที่ บริเวณวัดพระแก้ว ปากทางเข้าโรงเรียนกำแพงเพชรพิทยาคม ถนนสายกำแพงเพชร-สุโขทัย ผ่านหน้าศาล ชาวเมืองกำแพงเพชร และประชาชนทั่วไปได้ให้ความนับถือเลื่อมใสศรัทธาอย่างมาก และเป็นที่กล่าวขานถึงความศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย

3.ศาลเจ้าพ่อเสือ 

ศาลเจ้าพ่อเสือ ตั้งอยู่ที่ อำเภอเมือง กำแพงเพชร เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญ และเป็นที่เคารพนับถืออีกแห่งของชาวเมืองกำแพงเพชร เชื่อกันว่าผู้ที่ได้มากราบไหว้อธิษฐานจิตต่อศาลเจ้าแห่งนี้ หากปรารถนาสิ่งใดก็จะสมหวังดั่งใจ สำเร็จรุ่งเรืองถึงลูกหลาน ร่ำรวยเงินทอง สมบูรณ์สุขด้วยลาภยศและวาสนา สุขกายใจไร้โรคภัยเบียดเบียน

4.ศาลพระอิศวร  

ศาลพระอิศวร ตั้งอยู่ในตัวเมือง ด้านหลังศาลจังหวัด มีฐานก่อด้วยศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ายกพื้นสูง 1.50 เมตร บนฐานชุกชีมีเทวรูปพระอิศวรสัมฤทธิ์ที่จำลองขึ้น เทวรูปองค์เดิม ตามประวัติเล่าว่า ในสมัยรัชกาลที่ 5 มีชาวเยอรมันมาเที่ยวยังเมืองกำแพงเพชร และได้ลักลอบตัดพระเศียรและพระหัตถ์ของเทวรูป ส่งลงเรือมายังกรุงเทพฯ ความทราบถึงรัชกาลที่ 5 จึงโปรดให้ขอพระเศียรและพระหัตถ์คืน และโปรดให้สร้างรูปจำลองประทานให้เป็นการแลกเปลี่ยน พร้อมทั้งจำลองอีกองค์หนึ่งประดิษฐานไว้ที่ศาลพระอิศวร ส่วนพระองค์จริงได้นำมาซ่อมแซมให้ดีดังเดิม แล้วได้นำมาตั้งแสดงอยู่ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร เป็นสมบัติศิลป์ชิ้นพิเศษที่มีค่าของเมืองกำแพงเพชร

5.วัดพระบรมธาตุนครชุม

วัดแห่งนี้ ตั้งอยู่ใน อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร สร้างขึ้นมาพร้อมกับเมืองนครชุม เป็นวัดประจำเมือง สิ่งสำคัญที่สุดภายในวัดก็คือ พระบรมธาตุนครชุมมหาเจดีย์ทรงสูงใหญ่ สวยงามไปด้วยสถาปัตยกรรมที่มีสีทองอร่ามทั้งองค์ เหมือนดั่งเจดีย์ ชเวดากองในเมืองพม่า เป็นพระบรมธาตุเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ จำนวน 9 องค์ เมื่อได้เข้าไปนมัสการ และบูชาแล้ว เหมือนได้พบกับพระพุทธเจ้าด้วยตัวเอง

6.วัดเสด็จ

วัดเสด็จ ตั้งอยู่ที่ ถนนเทศาและถนนราชดําเนิน  ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐานมณฑปรอยพระพุทธบาทจำลอง ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง และเป็นรอยพระพุทธบาทที่มาตั้งแต่โบราณ เคยเป็นที่เก็บศิลาจารึก และตำนานพระเครื่อง อีกทั้งสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสีวัดระฆัง พร้อมด้วยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เคยเสด็จมายังวัดนี้อีกด้วย

7.วัดเทพโมฬี 

วัดเทพโมฬี ตั้งอยู่ในตัวเมือง เป็นวัดเก่าแก่ และเป็นสถานที่ประดิษฐานหลวงพ่อโมฬี หรือที่ ชาวกำแพงเพชรเรียกกันว่า วัดหลวงพ่อโม้ เรียกจนติดปาก เนื่องจากมีเรื่องเล่าขานถึงความศักดิ์สิทธิ์ของท่านอยู่เสมอๆ ไม่ว่าจะบนบานศาลกล่าวสิ่งใดในเรื่องที่ดี ก็มักจะประสบความสำเร็จทุกรายไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบนขอให้ฝนไม่ตกในช่วงเวลาจัดงานต่างๆ ในจังหวัด ด้วยความศักดิ์สิทธิ์เสมือนหนึ่ง โม้ นี่เอง จึงเรียกกันติดปากเรื่อยมาว่า หลวงพ่อโม้ ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นพระพุทธรูปอันเป็นมิ่งขวัญหลักชัยของชาวกำแพงเพชรอยู่ตลอดมาไม่มีเสื่อมคลาย

8.วัดคูยาง 

วัดคูยาง เป็นอีกหนึ่งวัดสำคัญของกำแพงเพชร  ตั้งอยู่ในตัวเมือง จุดเด่นของที่นี่ คือ หอไตรซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ สร้างไว้กลางน้ำและมีใต้ถุนที่สูง เพื่อป้องกันปลวกแมลงสาบและหนูเข้าไปกัดทำลายพระไตรปิฎก หนังสือ และคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา ซึ่งปัจจุบัน หอไตรแห่งนี้ ยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์งดงามดังเดิม

9.บ่อน้ำพุร้อนพระร่วง (บึงสาป)

ตั้งอยู่ที่ บ้านลานหิน ตำบลลานดอกไม้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ เป็นน้ำพุร้อนที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ผุดขึ้นมาจากใต้ดิน มีความร้อนประมาณ 40-65 องศาเซลเซียส มีสถานที่สำหรับให้บริการอาบน้ำแร่ มีอ่างอาบน้ำร้อน อ่างแช่และนวดฝ่าเท้า รวมถึงนวดแผนโบราณด้วย ผู้ที่เจ็บป่วยโรคเหน็บชา อัมพฤกษ์ ปวดข้อกระดูก และโรคผิวหนัง มีความเชื่อกันว่า น้ำร้อนในบ่อแห่งนี้สามารถช่วยรักษา หรือบรรเทาอาการได้ โดยการลงไปแช่ในบ่อที่จัดเตรียมเฉพาะ

10.ตลาดย้อนยุคนครชุม

ตั้งอยู่ที่ บริเวณถนนชุมชนเก่านครชุม ต.นครชุม อ.เมือง เป็นบ้านเรือนไม้โบราณ อายุกว่า 100 ปี ถูกทำให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง กลายเป็นที่ตั้งของ ตลาดย้อนยุคนครชุน ที่จำลองบรรยากาศเก่าๆ มีชาวบ้านแต่งชุดไทย นำผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และอาหารพื้นบ้านมาวางขาย อย่างขนมหม้อแกงกล้วยไข่ ของขึ้นชื่อ จ.กำแพงเพชร ที่หาทานยาก รวมไปถึงสินค้าหัตถกรรม ทั้งงานจักสานไม้ไผ่ หรือ งานผีมือใบตอง นอกจากนี้ ยังมีรำวงย้อนยุค ให้ได้ออกไปประชันลีลากันด้วย

อ่านสะระเพิ่มเติมได้ที่ Https://pizzaandfooditalia.com

จุดเช็คอินยอดนิยม ชุมพร

จุดเช็คอินยอดนิยม ชุมพร จังหวัดเล็กๆ ที่เป็นประตูสู่ภาคใต้ แต่อุดมสมบูรณ์ด้วยแหล่งท่องเที่ยวเด็ด ๆ มากมาย 

15 จุดเช็คอินยอดนิยม ชุมพร

1.ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดชุมพร ที่พลาดไม่ได้กับการแวะสักการะ ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ องค์พระบิดาแห่งกองทัพเรือ หรือ เสด็จเตี่ย ของชาวเรือ และประชาชนทั่วไป โดยศาลแห่งนี้ ได้สร้างเป็นรูปเรือจำลองจักรีนฤเบศร หันหน้าออกไปทางทะเล บริเวณใกล้เคียงมีอาคารพิพิธภัณฑ์ และเรือรบหลวง จะมีนักท่องเที่ยว ที่แวะเวียนเข้ามากราบไหว้สักการะกันเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะมาขอพร หรือมาแก้บนกันตลอดทั้งวัน จะมีประชาชนนำปะทัดมาแก้บนเสียงดังสนั่น เพื่อเป็นพยานหลักฐานถึงความเชื่อ และความศรัทธาอย่างล้นหลาม ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้

2.พระธาตุสวี

วัดแห่งนี้ เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง ของจังหวัดชุมพร ภายในวัดมีโบราณสถานสำคัญคือ องค์พระธาตุสวี บรรจุพระบรมสารีริกธาตุอยู่ในองค์พระเจดีย์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ อันเป็นที่เคารพบูชาของชาวชุมพรและจังหวัดใกล้เคียง สถาปัตยกรรมของพระธาตุสวีนี้ เป็นทรงระฆังคว่ำ คล้ายกับพระบรมธาตุเมืองนครศรีธรรมราช แต่มี่ขนาดที่ต่างกัน ปัจจุบันองค์พระธาตุได้มีการบูรณะใหม่ โดยใช้กระเบื้องปิดองค์พระเจดีย์ แต่ยังคงรูปแบบเดิม และได้มีการสร้างกำแพงแก้วล้อมรอบองค์พระธาตุ ทุกเทศกาลสงกรานต์ ก็จะมีการจัดงานแห่ผ้าห่มพระธาตุสวีเป็นประจำของทุกๆปี

3.น้ำตกคลองเพรา

 น้ำตกคลองเพรา หรือ น้ำตกทับช้าง เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางป่า มีทั้งหมด 5 ชั้น การชมน้ำตกที่นี่จะแตกต่างจากที่อื่นคือ นักท่องเที่ยวจะต้องเริ่มชมน้ำตกจากชั้นสุดท้าย ไล่ลงมาจนถึงชั้นแรก จะเห็นสายน้ำที่ตกกระทบลงบนโขดหินฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ด้านล่างของน้ำตกยังเป็นแอ่งน้ำใส ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถลงเล่นน้ำได้ และยังมีลานกางเต็นท์อยู่บริเวณน้ำตกชั้นที่ 1 ที่ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติที่ร่มรื่นสุดๆ และนักท่องเที่ยวต้องเตรียมอุปกรณ์และเสบียงอาหารมาเอง

4.บ่อน้ำพลุร้อนถ้ำเขาพลู

ตั้งอยู่ที่ ตำบลสวนแตง อำเภอละแม จังหวัดชุมพร พื้นที่บ่อน้ำพุร้อนถ้ำเขาพลู มีเนื้อที่กว่า 300 ไร่ แวดล้อมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ ที่คอยให้ความร่มรื่น บ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้ มีชื่อเรียกของแต่ละบ่อที่น่าสนใจ มีความคล้องจองกันอย่างไพเราะคือ เอื้ออารีย์ธารทิพย์ อมฤตธารา พฤกษาชลธาร สถานที่แห่งนี้เหมาะกับผู้ที่รักสุขภาพ และชื่นชอบในการแช่น้ำร้อน นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถชมทัศนียภาพทางธรรมชาติรอบบ่อน้ำพุร้อน ซึ่งจะมีถ้ำ และร่องเขาเล็กๆ ให้ได้เข้าไปชมความสวยงามของธรรมชาติ ซึ่งภายในยังมีหินงอกหินย้อยที่สวยงามอีกด้วย

5.วนอุทยานน้ำตกกะเปาะ

น้ำตกแห่งนี้ ตั้งอยู่ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำตกกะเปาะ ภายในมีน้ำตกขนาดเล็กที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปีชื่อว่า น้ำตกกะเปาะ มีน้ำตกที่คล้ายฝายรูปโค้ง ถึงน้ำตกแห่งนี้จะมีขนาดเล็ก แต่ก็มีความน่ารักที่เป็นเอกลักษณ์อยู่ไม่น้อย รายล้อมไปด้วยสวนป่าที่ร่มรื่น เหมาะสำหรับมาพักผ่อนในวันหยุด ที่นี่ยังมีศาลาพักร้อน และสถานที่ไว้สำหรับกางเต็นท์ ให้กับนักท่องเที่ยวที่ต้องการนอนพักค้างแรม เพื่อดื่มด่ำกับความสวยงามของธรรมชาติแห่งนี้

6.เขาดินสอ

เป็นยอดเขาที่สูงที่สุด ในเขตอำเภอปะทิว เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบผจญภัย โดยนักท่องเที่ยวจะต้องเดินขึ้นยอดเขาที่สูงจากระดับน้ำทะเล 400 เมตร ตลอดเส้นทาง นักท่องเที่ยวจะได้ชื่นชมกับธรรมชาติและพรรณไม้เฉพาะถิ่นของภาคใต้ เมื่อขึ้นไปถึงยอดแล้ว ยังมองเห็นทิวทัศน์สุดสายตา ไม่ว่าจะเป็น ท้องทะเล ชายหาดทุ่งวัวแล่น สวนผลไม้ สวนยางพารา รวมถึงธรรมชาติที่เกิดจากแนวเทือกเขา ที่เรียงตัวกันอย่างสวยงาม ในช่วงเดือนตุลาคมของทุกปี ที่แห่งนี้จะมีการจัดเทศกาลดูเหยี่ยวอพยพ นักท่องเที่ยวจะได้พบนกเหยี่ยวนานาชนิดที่บินผ่านน่านฟ้าเหนือบริเวณเขาดินสอเป็นจำนวนมาก นับเป็นความงดงามทางธรรมชาติที่หาดูไม่ได้ง่าย ๆ

7.ถ้ำเขาเกรียบ

 ถ้ำแห่งนี้ ตั้งอยู่ในวัดถ้ำเขาเกรียบ เป็นวัดที่มีชื่อเสียงในจังหวัดชุมพร มีสิ่งที่โดดเด่นคือ จากวัดถ้ำเขาเกรียบมีทางเดินถึงเชิงเขาเป็นบันไดปูนไปสู่ถ้ำ ที่สามารถเดินได้อย่างสบาย เมื่อถึงปากถ้ำจะพบกับพระพุทธรูปองค์ขาว ที่ประดิษฐานอยู่หน้าถ้ำ ภายในถ้ำยังมีหินงอกหินย้อยที่สวยงามตระการตา และเมื่อแสงอาทิตย์ตกกระทบ จะมีความสวยงามมากยิ่งขึ้น เพราะมีประกายสวยงามแวววับราวกับเพชร เมื่อมองลงไปด้านล่างของถ้ำ จะเห็นถึงวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ส่วนบริเวณเชิงภูเขาด้านล่างเป็นสำนักสงฆ์ที่เข้ามาปฏิบัติธรรม และยังมีศาลเจ้าแม่กวนอิม ศาลปู่เจ้าสมิงพราย ให้นักท่องเที่ยว ได้เคารพสักการะด้วย

8.หาดทุ่งวัวแล่น

ตั้งอยู่ที่ หมู่ 8 ตำบลสะพลี อำเภอปะทิว ชุมพร เป็นชายหาดที่มีเม็ดทรายละเอียดมีสีขาวนวล ทอดยาวสุดสายตา เป็นชายหาดที่มีน้ำตื้นค่อย ๆ ลาดเอียงลงทีละน้อย เหมาะกับการเล่นน้ำ และเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ส่วนทางด้านใต้ของหาดติดกับภูเขา เป็นหาดที่มีหินอยู่มากมาย

9.สวนนายดำ

สวนนายดำ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรของจ.ชุมพร มีการตกแต่งสวนที่สวยมาก เพื่อศึกษาพืชพรรณธรรมชาติ ท่ามกลางบรรยากาศรื่นร่มสุดๆ จุดเด่นของสวนนายดำ ที่ทำให้ผู้คนรู้จัก คือ ส้วมรูปแบบต่างๆหลากหลายจินตนาการ ที่ไว้คอยให้บริการแก่นักท่องเที่ยว เป็นสุดยอดส้วมที่ได้รับรางวัล ส้วมแห่งปี โดยมีส้วมหลายประเภท ได้แก่ จะเป็นส้วมตูดหมู  ส้วมรู ส้วมทาซาน ส้วมเสมอภาค  ส้วมอวตาล ส้วมใต้พิภพ ซึ่งส้วมแต่ละแบบก็จะมีป้ายอธิบายถึงที่มาที่ไปไว้ด้วย ส้วมแต่ละประเภทเป็นส้วม ที่ใช้งานได้จริง สะอาดและถูสุขลักษณะ

10.อ่าวคราม

อ่าวคราม เป็นที่ตั้งของชุมชนชาวประมงขนาดเล็ก ที่อำเภอสวี จังหวัดชุมพร ซึ่งชุมชนนี้ตั้งอยู่ริมทะเลท่ามกลางธรรมชาติที่แสนสงบ โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าพักแบบโฮมสเตย์ เรียนรู้วิถีชุมชน ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมง หาปลา ปลาหมึก กุ้ง คนในชุมชนยังคงใช้ชีวิตแบบดั้งเดิม ดื่มด่ำกับการพักผ่อนแบบโฮมสเตย์ริมทะเล ที่มีลมพัดเย็นสบายตลอดทั้งวัน มีอาหารทะเลสดๆให้บริการ ยามค่ำคืนจะมีกิจกรรมพาไปชมการยกบาม หรืออวนหมึก ที่เป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวของ บ้านอ่าวคราม และยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวไปยังเกาะที่ใกล้เคียง อย่างเกาะกุลา ซึ่งตรงข้ามกับอ่าวคราว ใช้เวลาเดินทางไม่ถึง 10 นาที

11.เกาะกุลา

เกาะน่าเที่ยว ที่มีหาดทรายขาวน้ำใสมากๆ จนเห็นปะการังและฝูงปลา สามารถดำน้ำชมปะการังได้จากหน้าหาด มีสัตว์น้ำที่อยู่อาศัยอยู่มากมาก เช่น หอยเม่น หอยมือเสือ ปลาเสือ สามารถเดินชมแนวปะการังได้จากสะพานเทียบเรือที่ทอดยาวบริเวณหน้าเกาะ เกาะกุลามีชายหาดอยู่ 2 หาดด้วยกันคือ หาดที่อยู่ในโซนของบ้านพักอุทยานฯ ซึ่งมีพื้นที่กว้างขวาง และชายหาดที่เป็นท่าเทียบเรือ ซึ่งชายหาดทางฝั่งนี้ จะมีพื้นที่ของชายหาดไม่กว้างมากนัก แต่มีน้ำทะเลที่ใสมากจนมองเห็นโขดหินและ ปะการัง สามารถดำน้ำตื้น เพื่อดูปะการังได้จากหน้าหาด ซึ่งหาดนี้เป็นหาดที่ผู้คนนิยมมาเล่นน้ำ มีสะพานเทียบเรืออยู่ด้านหน้าสามารถเดินเล่นได้

12.เกาะมัตรา

เกาะมาตรา หรือ เกาะมัตรา อยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร มีหาดทรายขาวสลับกับโขดหินอยู่หน้าเกาะ เป็นเกาะที่นักท่องเที่ยวนิยมดำน้ำ ดูปะการัง เพราะเกาะแห่งนี้ มีแนวปะการังน้ำตื้นที่สวยงาม และมีฝูงปลาชุกชุม เกาะมาตรามีพื้นที่แนวปะการังชายฝั่งก่อตัวอยู่รอบเกาะ มีระดับความลึกราว 8 เมตร แนวปะการังมีความสวยงาม มีสภาพที่สมบูรณ์ดีถึงดีมาก จึงเป็นแหล่งดำน้ำที่มีนักท่องเที่ยวนิยมมาดูปะการักเป็นจำนวนมาก

13.เกาะรังกาจิว

เกาะรังกาจิว เป็นเกาะสัมปทานรังนกที่อยู่ในเขตอำเภอเมือง เป็นเกาะที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยเสด็จประภาสเพื่อทอดพระเนตรการเก็บรังนกบนเกาะนี้ ถึง 3 ครั้ง และได้ทรงจารึกพระปรมาภิไธยย่อ จปร. ของพระองค์ไว้บนผนังหินปากถ้ำ ทางด้านใต้ ซึ่งยังคงปรากฏเป็นหลักฐานจนถึงทุกวันนี้ เกาะรังกาจิวมีชายหาดสวยงาม หาดทรายขาว น้ำทะเลใสสุดๆ และมีแนวปะการังแถบชายฝั่งที่สามารถดำน้ำตื้นชมปะการังได้

14.เกาะหลักแรด

เป็นเกาะดำน้ำยอดนิยม ของหมุ่เกาะทะเลชุมพรนอกจากจะเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเลหลากหลายชนิดแล้ว เกาะแห่งนี้ยังเป็นเกาะที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ ให้คล้ายกับสัตว์ป่าอย่าง แรด เนื่องจากรูปทรงของเกาะทางตอนใต้ของทะเลชุมพรแห่งนี้ไปคล้ายคลึงกับแรด ชาวบ้านจึงเรียกเกาะแห่งนี้ว่า เกาะอีแรด เป็นเกาะหินปูนที่ไม่มีชายหาด หรือที่ราบสำหรับขึ้นเกาะ มีแนวปะการังที่สวยงาม ดอกไม้ทะเล และฝูงปลา มากมาย รอบ ๆ หินหลักแรดมีแนวปะการัง และดอกไม้ทะเลเป็นจำนวนมาก

15.หมู่เกาะง่าม

จุดดำน้ำที่ขึ้นชื่อของทะเลชุมพร ประกอบด้วยหินหลักง่าม หรือหินแพ เกาะง่ามใหญ่ เกาะง่ามน้อย และเกาะหลักง่าม ทะเลแถบนี้แม่น้ำจะไม่ใสเหมือนแถบอันดามัน และไม่มีปะการังอ่อนสีสดมากเท่าใด แต่ก็รายล้อมด้วยดงปะการังดำ ที่หาชมได้ยากในจุดดำน้ำอื่นๆ ทะเลชุมพรนับเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเล และฝูงปลาจำนวนมาก นักดำน้ำมักพบปลากะพงแดง ปลากะมง ปลาข้างเหลือง ฝูงใหญ่ ๆ โฉบเฉี่ยวเวียนว่ายไปมาอยู่ในที่แห่งนี้

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ https://pizzaandfooditalia.com

สถานที่ท่องเที่ยวในระยอง

10 สถานที่ท่องเที่ยวในระยอง

1.พระเจดีย์กลางน้ำ

สถานที่ท่องเที่ยวในระยอง เจดีย์กลางน้ำ ถือเป็นสัญลักษณ์ ของจังหวัดระยอง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในระยอง ที่ชาวระยองเคารพนับถือมาก ช่วงกลางเดือนธันวาคม ของทุกปี จะมีประเพณีทอดกฐิน และงานห่มผ้าเจดีย์กลางน้ำ ผ้าที่นำมาห่ม จะต้องเป็นผ้าสีแดง ใช้คนจำนวน2คน ขึ้นไปห่มด้านบนของเจดีย์ รอบๆเจดีย์จะมีการปลูกป่าสน เพื่อให้ร่มรื่นสวยงาม จึงทำให้เป็นสถานที่ในพักผ่อนอีกด้วย

พระเจดีย์กลางน้ำhttps://quatuormelete.com/

2.หาดแสงจันทร์

หาดแสงจันทร์  เป็น สถานที่ท่องเที่ยวในระยอง เป็นชายหาดที่ค่อนข้างสงบ เหมาะกับการมาพักผ่อน ด้วยคลื่นลมที่แรงของชายหาด ทำให้มีการสร้างแนวหินมากั้นป้องกันการกัดเซาะของคลื่น ยาวตลอดแนวชายฝั่ง โดยสร้างเป็นรูปตัวที เพื่อทำให้หาดมีชายหาดที่คล้ายรูปเกือกม้า ยาวไปจนสุดถนน กลายเป็นภาพที่สวยงาม สามารถเดินเล่นชมวิว หรือชมบรรยากาศริมชายหาด โดยเฉพาะในช่วงเย็นไปจนถึงค่ำ หาดแสงจันทร์จะคึกคักด้วยผู้คน และร้านอาหาร ที่ตั้งเรียงยาวไปตลอดสองข้างทาง  จะนั่งทานในโต๊ะแบบปูเสื่อ กางร่มในราคาที่ประหยัด หรือจะนำอุปกรณ์ปิ๊กนิกมาเองแล้วสั่งอาหารจากร้านมาทานเองก็ได้

3.หาดแม่รำพึง

หาดแม่รำพึง เป็นอีก1ในสถานที่ท่องเที่ยวในระยอง ที่สวยงามและนิยมมาในเมืองระยอง  อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 11 กิโลเมตร เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติ เขาแหลมหญ้า ตั้งอยู่ไม่ห่างจากอุทยานมากนัก  ห่างจากบ้านเพประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นหาดทรายขาวที่สะอาด  ถือเป็นหาดที่ยาวที่สุดของทะเลด้านตะวันออกอีกด้วย มีความยาวประมาณ 12 กิโลเมตร  เป็นหาดที่สามารถเล่นน้ำ ชมทิวทัศน์ พักผ่อนริมชายหาด นั่งทานอาหารที่ร้านริมทะเล มีที่พัก สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากพักผ่อนริมชายหาดให้เลือกพัก มากมายอีกด้วย

4.เกาะเสม็ด

เชื่อว่าเกาะเสม็ด เป็นตัวเลือกต้นๆ ของสถานที่ท่องเที่ยวในระยอง ที่ผู้คนนึกถึงอย่างแน่นอน ที่นี่อยู่ห่างจากชายฝั่งเพียง 6.5 กิโลเมตร เป็นสถานที่ท่องในในหมู่เกาะ ที่สามารถเดินทางได้ง่ายของอ่าวไทย มีน้ำทะเลใส เม็ดทรายขาวละเอียด และที่ที่นักท้องเที่ยว ไม่ควรพลาดเลยก็คือ การนั่งชมวิวพระอาทิตย์สุดโรแมนติก ที่อ่าวพร้าว หาดทรายแห่งเดียวทางฝั่งตะวันตกของเกาะเสม็ด

5.ตลาดเกาะลอย

อีก1สถานที่ท่องเที่ยวในระยอง คือตลาดริมน้ำ ที่มีบรรยากาศแบบดั้งเดิม มีอาคารและห้องแถวชั้นเดียวเรียงยาวไปกับสายน้ำ มีร้านขายของฝาก ร้านขายของเก่า ร้านเครื่องดื่ม ร้านอาหารหลากหลาย เช่น หอยทอด ก๋วยเตี๋ยว ผัดไทย ขนมไทย และอีกมากมาย ขายในราคาไม่แพงอีกด้วย

6.สวนผลไม้

หากพูดถึง ที่ท่องเที่ยวในระยอง อีกที่ นั่นก็คือ แดนสวรรค์แห่งผลไม้ คงไม่พ้นสวยละไมจังหวัดระยองอีกเป็นแน่ ช่วงเดือนปลายเดือนเมษายน – กรกฎาคม ของทุกปี เป็นช่วงที่ผลไม้ หลากหลายชนิด ทยอยกันออกผล ให้เราเข้าไปริ้มลองรสชาติกันสดๆ ถึงในสวน ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน ราชาผลไม้ ที่เราไม่ควรพลาด หรือราชินีผลไม้ อย่างมังคุด อีกทั้งยังมี เงาะ ลองกอง ลางสาด สละ ระกำ สับปะรด แก้วมังกร องุ่น ลำไย และอีกมากมาย นับไม่ถ้วน แถมกินได้เต็มที่ ไม่มีอั้นอีกด้วย!

7.ทุ่งโปร่งทอ

ทุ่งโปร่งแสง เป็นป่าชายเลนขนาดใหญ่ที่สุด เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในระยอง มีพื้นที่กว่า 6,000 ไร่ เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติของปากน้ำประแส โดยมีสะพานไม้ยาวกว่า 2 กิโลเมตร ให้เราเดินผ่านต้นโปรงที่ขึ้นเบียดเสียดกันมากมายหลายหมื่นต้น และไปสิ้นสุดบริเวณอนุสรณ์เรือรบหลวงประแส ซึ่งเมื่อยามต้นโปร่ง ถูกแสงแดดกระทบ จะมองดูเป็นสีทองอร่าม สมกับชื่อทุ่มโปร่งทอง 

8.พิพิธภัณฑ์บ้านครูกัง

เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรวบรวมของเก่ามากมาย ของเล่น ของสะสมโบราณ ไม่ว่าจะเป็น ธนบัตร รถโบราณ รถเข็น ตะเกียง เครื่องครัว เครื่องดนตรี รวมถึงของใช้ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ทั้งยังจำลองบ้านในยุคสมัยอดีต เช่น ร้านตัดผม ร้านถ่ายรูป ห้องจัดเสื้อ ร้านค้า และอีกมากมาย

9.หมู่เกาะมัน

สถานที่ท่องเที่ยวในระยอง อีกที่คือหมู่เกาะมัน เป็นหมู่เกาะ ที่อยู่ในเขตตำบลบางกร่ำ ประกอบด้วย 3 เกาะ เกาะที่อยู่ใกล้ชายฝั่งทะเลมากที่สุดคือ เกาะมันใน เกาะมันกลาง และ เกาะมันนอก แต่จะมีความสวยงาม และจุดท่องเที่ยว ที่แตกต่งกันออกไป ที่เหมือนกันก็คือมีหาดทรายขาวละเอียด และสามารถดำน้ำ ดูปะการังได้ ซึ่งมีที่พัก รองรับนักท่องเที่ยวอีกมากมายในหมู่เกาะ

เกาะมันใน เป็นที่ตั้ง ของโครงการอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล ตามพระราชดำริ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ในรัชกาลที่ 9 บนเกาะมีหาดทรายที่สวยงาม ให้พักผ่อน เช่น อ่าวต้นมะขาม อ่าวโกงกาง และอ่าวหน้าบ้าน

เกาะมันกลาง มีสิ่งที่น่าสนใจคือ มีทะเลแหวก ในช่วงเวลาน้ำลด จะเกิดเป็นแนวสันทรายโผล่ขึ้นมา ยาวจากเกาะมันใน เราสามารถเที่ยวทะเลแหวกได้ในตะวันออกของเราได้อีกด้วย

เกาะมันนอก เป็นเกาะเอกชน ที่มีขนาดเล็ก มีความเป็นธรรมชาติสูง สามารถดำน้ำดูปะรังจากหน้าหาดได้เลย ไม่ต้องนั่งเรือออกไป น้ำใสสะอาด เป็นสถานที่ท่องเที่ยงในระยอง ที่เราไม่ควรพลาดจริงๆ



10.วัดถ้ำเขาประทุน

อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวในระยอง ที่สวยงามล้ำค่า และกลายเป็นที่รู้จัก ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ สถานที่แห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ ตำบลเขาน้อย อำเภอเขาชะเมา วัดแห่งนี้เป็นสำนักสงฆ์ เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ เสน่ห์ของที่นี่ จะเป็นภูเขาหินที่สูงเด่น ภายในเป็นหุบผา และมีถ้ำเล็ก ๆ ซ่อนอยู่มากมาก ในช่วงฤดูร้อน นักท่องเที่ยวสามารถเดินมุดถ้ำได้ เพื่อเข้าไปชมความงดงาม ของธรรมชาติได้ แต่ถ้าเป็นช่วงฤดูฝน เส้นทางแห่งนี้กลับกลายเป็นเมืองบาดาล ให้นักท่องเที่ยวได้นั่งเรือลอดถ้ำ สัมผัสธรรมชาติไปกับความสงบ และความสวยงามของที่นี่อีกด้วย สำหรับการนั่งเรือนั้น ไม่มีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น แต่นักท่องเที่ยวสามารถช่วยบริจาค ตามกำลัง เผื่อเป็นค่าบำรุงดูแลรักษาได้