ท่องเที่ยวเมืองล้านนาตะวันออก น่าน

ท่องเที่ยวเมืองล้านนาตะวันออก น่าน จังหวัดน่าน หรือต้นกำเนิดของแม่น้ำน่าน เป็นจังหวัดที่มีความสงบ และมีความงดงามในด้านของวัฒนธรรมท้องถิ่น

สถานที่ ท่องเที่ยวเมืองล้านนาตะวันออก น่าน

กาแฟบ้านไทลื้อ อ.ปัว

กาแฟบ้านไทลื้อ เป็นสถานที่พักผ่อนชิลๆ จิบกาแฟเย็น ๆ ที่ร้านกาแฟนี้ ของบ้านลำดวน ร้านกาแฟสุดเก๋ไก๋ ใน อ.ปัว จ.น่าน ที่ล้อมรอบไปด้วยวิวสวยๆ ของทุ่งนาที่เขียวขจี แถมมีสะพานไม้ให้ได้เดินชมวิวทุ่งนา รับลมเย็นๆ ถ่ายรูปสวยๆ สั่งกาแฟหอมๆมานั่งเอนกายกับหมอนอิงผ้าทอบนเพิงไม้ไผ่ ก็ชิลได้อีก นอกจากกาแฟหอมแล้ว ที่นี่ก็ยังมีของฝากให้เลือกซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านอีกด้วย

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน เดิมเคยเป็นที่ประทับของเจ้าผู้ครองนครน่าน เรียกว่า หอคำ ภายในจัดมีการจัดแสดงศิลปะ โบราณวัตถุ ต่างๆ ประวัติศาสตร์ และชีวิตความเป็นอยู่ของชาวพื้นเมืองภาคเหนือ และชาวเขาเผ่าต่าง ๆ สิ่งสำคัญที่สุดคือ งาช้างดำ ที่มีสีน้ำตาลเข้มไปทางดำ ถือเป็นของคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดน่าน ด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์ มีซุ้มต้นลีลาวดี ที่ขึ้นเป็นแถวเรียงรายแผ่ขยายกิ่งก้านโค้งโน้มเอียงเข้าหากันกลายเป็นอุโมงค์ต้นไม้ ยิ่งใหญ่สวยงาม เรียกได้ว่า เป็นอีก 1 จุดแวะของจังหวัดน่าน ที่เมื่อมาถึงแล้วต้องได้มาถ่ายภาพสวยๆ

โฮงเจ้าฟองคำ

โฮงเจ้าฟองคำ ตั้งอยู่ที่ ถนนสุมนเทวราช ซอย 2 สร้างจากไม้สักหลังใหญ่สไตล์ล้านนา บ้านเก่าแก่ที่มีอายุเกือบ200ปี โฮงเจ้าฟองคำเป็นบ้านของเจ้าฟองคำ เชื้อสายของเจ้าอนันตวรฤทธิเดชเจ้าผู้ครองนครองค์ที่ 62 คำว่า โฮง เป็นคำพื้นเมืองล้านนา ที่หมายถึง คุ้ม หรือที่อยู่อาศัยของเจ้านายล้านนาไท โฮงเจ้าฟองคำเป็นบ้านไม้สักยกใต้ถุนสูง รูปแบบล้านนาโบราณ หลังคาทรงจั่วมุงด้วยกระเบื้องดินขอ ประกอบด้วยเรือน 4 หลัง แบ่งเป็นห้องต่างๆ ทั้งนอน ห้องรับแขก ห้องครัว ทั้งหมดเชื่อมต่อกันด้วยนอกชานและทางเดิน บันไดทางขึ้นบ้านอยู่ด้านหน้ามีหลังคาคลุม สำหรับไม้สักที่ใช้สร้างบ้านนั้น ใช้วิธีการผ่าและซ้อมถากด้วยขวานและมีด การประกอบตัวบ้านจึงไม่ได้ใช้ตะปู แต่จะใช้วิธีเจาะไม้และเข้าไม้โดยใช้สลักไม้ บริเวณหน้าบ้านมีบ่อน้ำ โดยบรรยากาศบ้านร่มรื่นด้วยไปด้วยต้นไม้

ตึกรังษีเกษม

ตั้งอยู่ที่ ถนนสุมนเทวราช อำเภอเมือง จังหวัดน่าน อยู่ในพื้นที่ของโรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา เป็นอาคารเก่าแก่สไตล์ตะวันตกยุคโคโลเนียล ที่มีอายุมากกว่า 100 ปี ก่อตั้งขึ้นราวๆ ปีพ.ศ. 2458 โดยคณะมิชชันนารีเพื่อเปิดเป็นโรงเรียนสำหรับสอนหนังสือตะวันตกแห่งแรกของเมืองน่าน เดิมมีชื่อว่า โรงเรียน เมริเอริสมิท บราวส์ ต่อมาสมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ ได้พระราชทานนามโรงเรียนใหม่ว่า โรงเรียนรังษีเกษม และกลายเป็นชื่อตึกรังสีเกษมในปัจจุบัน ซึ่งในอดีตตึกรังษีเกษมใช้เป็นห้องประชุม ห้องเรียนสำหรับเด็ก และเป็นที่ประกอบศาสนพิธีที่สำคัญนอกเหนือจากการเรียนการสอน เช่น พิธีแต่งงาน การประชุมใหญ่ พิธีแต่งตั้ง และสถาปนา

หอศิลป์ริมน่าน

เป็นหอแสดงงานศิลปะขนาดใหญ่ มีพื้นที่กว่า 13 ไร่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่าน เป็นแหล่งรวบรวมศิลปะ และวัฒนธรรมของจังหวัดน่าน ก่อตั้งและดำเนินการโดยศิลปินชาวน่าน วินัย ปราบริปู ศิลปินชาวน่านชื่อดัง ที่รักในศิลปะและต้องการสร้างหอศิลป์ เพื่อรวบรวมงานศิลปะจากมันสมองของศิลปินไทยร่วมสมัย ที่มีผลงานสร้างสรรค์ และเอกลักษณ์โดดเด่นเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป อีกทั้งยังมีการแสดงผลงานจิตรกรรมและประติมากรรมของคุณวินัย ในรูปแบบกึ่งนิทรรศการถาวรให้ได้ชมเกือบตลอดทั้งปี ในสภาพภูมิประเทศที่เป็นธรรมชาติ เพื่อให้คนที่มาเสพศิลปะแห่งนี้ ได้ความรู้สึกสบายใจและได้พักผ่อนไปด้วย

เฮือนฮอม

เป็นร้านอาหารเหนือรสชาติอร่อย บรรยากาศดี ราคาไม่แพง และเป็นร้านที่มีชื่อเสียง เฮือนฮอม ร้านอาหารเหนือสไตล์พื้นเมืองแท้ๆ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองน่าน ตรงข้ามวัดมิ่งเมือง เป็นที่ตั้งของศาลหลักเมืองน่าน ร้านนี้เจ้าของเดียวกับ น่านทัวร์ริ่ง บริษัททัวร์ที่จัดท่องเที่ยว เดินป่า ล่องแก่งน้ำว้า ที่ขึ้นชื่อของเมืองน่าน เมนูของร้านเฮือนฮอม มีให้เลือกหลากหลาย เมนูเด่นๆคือ ขนมจีนชุดใหญ่ มาพร้อมเคืองเคียง และน้ำแกงขนมจีนครบชุด ไม่ว่าจะเป็นน้ำเงี้ยว น้ำกะทิ และน้ำพริก อีกเมนูหนึ่งก็คือ ชุดน้ำพริกหนุ่ม แคมป์หมู ไส้อั่ว ผักลวก และเมนูอาหารเหนืออื่นๆ เช่น แกงแค แกงฮังเล ข้าวซอย

ร้านกาแฟสุดกองดี

สุดกองดี ตั้งอยู่ที่ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน เป็นคาเฟ่ต้นไม้บนระเบียงยกสูง มองเห็นวิวริมแม่น้ำน่าน บรรยากาศร่มรื่นไปด้วยต้นไม้แบบสุดๆ ชื่อของร้านมาจากที่ตั้งซึ่งตั้งอยู่สุดซอย ซึ่งสุดกองภาษาเหนือ แปลว่า สุดซอย นอกจากบรรยากาศสุดเลิศแล้ว ยังมีบริการอาหารและเครื่องดื่ม ในช่วงกลางวันเป็นคาเฟ่ที่มีเครื่องดื่มและเบอเกอรี่ขายไปจนถึงช่วงค่ำ ส่วนช่วงเย็นหากใครอยากมานั่งดื่ม สังสรรค์ริมน้ำ มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำหน่าย เพื่อสังสรรค์ รวมถึงอาหารกับแกล้มด้วย

ร้านของหวานป้านิ่ม

อีกหนึ่งร้านที่พลาดไม่ได้เมื่อมาน่าน เป็นร้านของหวานสไตล์ไทยเจ้าเก่า เปิดมานาน และได้รับความนิยมต่อเนื่อง มีตั้งแต่ไอศกรีมรสต่างๆ สลิ่มลอดช่องสิงคโปร์ รวมมิตรน้ำแข็งใส และอักมากมาย แต่ทีเด็ดของร้านป้านิ่ม อยู่ที่ไอศกรีมบัวลอยไข่หวาน บัวลอยหอมๆ นุ่มๆ ไม่มัน และไม่หวานจนเกินไป อร่อยถูกใจแน่นอน

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ Https://pizzaandfooditalia.com

ไหว้พระ เมืองน่าน

ไหว้พระ เมืองน่าน จังหวัดน่าน หรือต้นกำเนิดของแม่น้ำน่าน เป็นจังหวัดที่มีความสงบ และความงดงามในด้านของวัฒนธรรมท้องถิ่น

สถานที่ ไหว้พระ เมืองน่าน

วัดพระบรมธาตุแช่แห้ง

วัดพระบรมธาตุแช่แห้ง ตั้งอยู่ที่ กิ่งอำเภอภูเพียง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 2 กม. พระบรมธาตุแช่แห้งปูชนียสถานที่สำคัญของเมืองน่าน มีอายุกว่า 600 ปี สิ่งที่โดดเด่นของที่นี่คือ เจดีย์วัดพระธาตุแช่แห้ง ที่มีสีเหลืองอร่าม เนื่องจากบุด้วยแผ่นทองเหลือง งดงามตามแบบล้านนาไทย ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ชาวเมืองล้านนามีความเชื่อกันว่า การได้เดินทางไปสักการบูชากราบไหว้นมัสการองค์พระธาตุแซ่แห้ง หรือชาวล้านนาเรียกว่า การชูธาตุ จะทำได้รับอานิสงค์อย่างแรงกล้า ทำให้ชีวิตอยู่ดี มีสุข ปราศจากโรคภัยต่างๆ ที่มาเบียดเบียน หน้าที่การงานเจริญก้าวหน้าดีขึ้นเรื่อยๆ

วัดภูมินทร์

วัดแห่งนี้ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวของเมืองน่าน ที่เรียกว่ามาน่านแล้วไม่มาที่นี่ ก็จะเรียกว่ามาไม่ถึงเช่นกัน ณ วัดภูมินทร์ วัดชื่อดังซึ่งเป็นมีภาพวาดฝาผนัง ปู่ม่าน ย่าม่าน กระซิบรักบรรลือโลก เป็นภาพวาดที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของน่าน ความสวยแปลกตาของวัดภูมินทร์ที่ไม่เหมือนใคร เป็นหนึ่งเดียวในประเทศไทยอีกหนึ่งอย่างคือ มีพระอุโบสถทรงจตุรมุขที่มีบันไดนาคทั้งสี่ทิศ ข้างในประดิษฐานพระประธานจตุรพักตร์ 4 ด้าน ไม่ว่าจะเดินขึ้นบันไดทิศไหน ก็จะได้พบกับพระพักตร์ของพระพุทธรูปทุกด้าน

วัดพระธาตุเขาน้อย

วัดพระธาตุเขาน้อย ตั้งอยู่ที่ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ความงดงามของวัดพระธาตุเขาน้อย คือ องค์พระธาตุที่ตั้งอยู่บนยอดดอยเขาน้อย สามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบของตัวเมืองน่านได้สุดสายตา ปัจจุบันบริเวณลานชมทิวทัศน์ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีน่าน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางประทานพร บนฐานดอกบัวสูง 9 เมตร บนยอดพระเกศาทำจากทองคำแท้ มีน้ำหนักถึง 27 บาท เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระตกได้อย่างงดงาม ในยามเช้าของบางวัน ก็จะสามารถมองเห็นสายหมอกบางๆ ที่ปกคลุมอยู่เบื้องล่างอีกด้วย

วัดมิ่งเมือง

วัดมิ่งเมือง ตั้งอยู่ที่ ถนนสุริยพงศ์ใกล้กับร้านเฮือนฮอม เป็นเป็นที่ประดิษฐานเสาหลักเมืองของจังหวัดน่าน สิ่งที่งดงามโดดเด่นของวัดมิ่งเมืองแห่งนี้ ที่ทำให้ผู้พบเห็นต้องอึ้ง คือ ลวดลายปูนปั้นที่ผนังด้านนอกของพระอุโบสถ ที่มีความสวยงามวิจิตรบรรจงมากๆ เป็นฝีมือตระกูลช่างเชียงแสน มีความวิจิตรงดงามมากมายจริงๆ ส่วนภายใน ยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง ที่แสดงให้เห็นวิถีชีวิตของชาวเมืองน่านอีกด้วย

วัดศรีพันต้น

วัดศรีพันต้น มีความโดดเด่นคือ มีวิหารที่สวยงามตั้งเด่นเป็นสง่าสีทองระยิบระยับ เป็นอีกวัดหนึ่งในจังหวัดน่านที่มีจิตรกรรมปูนปั้นที่สวยงาม โดยเฉพาะพญานาคเจ็ดเศียรเฝ้าบันได ซึ่งดูอ่อนโยนมีชีวิตชีวา ปั้นแต่งโดยช่างชาวน่าน ภายในวิหารได้มีการเขียนภาพลายเส้น เป็นประวัติของพระพุทธเจ้า และประวัติการกำเนิดเมืองน่าน โดยช่างชาวน่าน เป็นภาพเขียนลายเส้นลงสีธรรมชาติสวยงาม และทรงคุณค่าอย่างยิ่ง

วัดบ่อแก้ว

ตั้งอยู่ที่ บ้านบ่อแก้ว ตำบลบ่อแก้ว อำเภอนาหมื่น ความโดดเด่นของที่นี่ คือ เป็นวัดที่สร้างด้วยศิลปะแบบล้านนา พระอุโบสถมีสีขาวทั้งหลัง งดงามวิจิตรด้วยลวดลายแกะสลักปูนปั้น ประดับกระจกสีต่างๆ ด้านหลังวัดสามารถมองเห็นวิวของทุ่งนาที่เขียวขจี บริเวณทางเข้ามีเสาสีขาวเรียงรายไปตลอดทั้งสองฝั่ง ปลายเสาเป็นรูปปั้นหงส์ติดโคมไฟไว้สำหรับเปิดในยามค่ำคืน

วัดบ้านต้นแหลง 

เป็นวัด ที่ได้แสดงถึงความงดงามของวัฒนธรรมไทลื้อ ที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน ลักษณะของวิหารทรงตะคุ่มหลังคาลาดต่ำซ้อนกัน ๓ ชั้น ซึ่งคล้ายกันกับบ้านเรือนแบบเดิมของชาวไทลื้อ แถบสิบสองปันนา ประตูทางเข้าตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก ด้านหน้ามีสิงห์ปั้นคู่นั่งเฝ้าอยู่ หลังคาวิหารซ้อนลดหลั่นสามชั้น มุงด้วยไม้แป้นเกล็ด ลักษณะเด่นของวิหารแห่งนี้ คือมีหน้าต่างขนาดเล็กและแคบ ทำให้แสงเข้าได้น้อยมาก บรรยากาศภายในมืดสลัว แต่ก็ยังสามารถมองเห็นองค์พระประธานที่สุกสว่าง ซึ่งน้อมนำให้เกิดศรัทธา และวัดต้นแหลงได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์สถาปัตยกรรมไทยล้านนา ที่สมควรได้รับการเผยแพร่ ประปี 2552 ประเภทอาคารทางศาสนาจากสมาคมสถาปนิกสยามฯอีกด้วย

วัดพระธาตุเบ็งสกัด

ความสำคัญของวัดแห่งนี้ นอกจากชมวิหารเก่าแก่ตามสไตล์ล้านนาแล้ว ยังมีองค์พระเจดีย์ที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งถือเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวชุมชน เป็นสถาปัตยกรรมของช่างน่าน วัดตั้งอยู่บนเนินสูง สามารถมองเห็นหมู่บ้านที่อยู่เบื้องล่าง ด้านหลังเป็นเนินเขาสูง หากมาช่วงฤดูฝน จะมองเห็นนาข้าวเขียวขจีของหมู่บ้านแห่งนี้ยังเบื้องล่าง

วัดร้องแง 

วัดแห่งนี้ เป็นวัดโบราณของอำเภอปัว มีวิหารเก่าแก่ โดดเด่นและงดงามด้วยวิหารศิลปะไทยลื้อ โดยได้ขึ้นทะเบียนเป็นวัดเก่าแก่ของเมืองน่าน ลักษณะของวิหารหน้าบันเป็นลายพันพฤกษา มีหลังคาคลุมต่ำ วัดร้องแงได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี เป็นรางวัลอาคารอนุรักษ์ศิลปะ สถาปัตยกรรมดีเด่น ประเภทปูชนียสถาน และวัดวาอาราม โดยสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ และได้รับรางวัล อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 7 ประเภทแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมดีเด่นอีกด้วย

วัดปรางค์

วัดปรางค์ ตั้งอยู่ที่ อำเภอปัว จังหวัดน่าน สิ่งที่น่าสนใจในวัดนี้ที่ทำให้ผู้คนหลั่งไหลมาชมคือ ต้นดิกเดียม ต้นไม้มหัศจรรย์ ผิดธรรมชาติ แค่เห็นเป็นต้นไม้หันหลังให้แดด แต่หันหน้าเข้าวัดก็แปลกเหลือหลายอยู่แล้ว แต่ใครจะเชื่อว่าต้นไม้ประหลาดต้นนี้ เป็นต้นอารมณ์ขัน ใบไม้จะไหวสั่นทุกครั้งที่ถูกคนสัมผัส จนได้รับแต่งตั้งให้เป็น 1 UNSEEN THAILAND

วัดศรีมงคล

ตั้งอยู่ที่ ตำบลยม อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน เป็นวัดเก่าแก่ที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสี มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2395 พระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของวัดนี้คือ หลวงปู่ก๋ง ด้านหลังวัดมีลานชมวิว ซึ่งมีทัศนียภาพที่งดงาม มองเห็นทุ่งนาเขียวขจี และทิวเขาของดอยภูคาเรียงรายสลับซับซ้อน บริเวณนาข้าวมีที่พักและร้านกาแฟฮักน่าน มีสะพานไม้ไผ่เชื่อมจากตัววัด ที่สามารถลงไปเดินเล่นถ่ายภาพได้ โดยทางวัดได้จัดทำเป็นซุ้มและจุดชมวิวให้ถ่ายภาพหลายจุด รวมถึงร้านกาแฟบรรยากาศไทยๆ ให้พักผ่อนหย่อนใจ ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจ ทั้งวิหารหลวงที่มีภาพจิตรกรรมฝาผนังอันงดงาม โดยเลียนแบบการวาดของหนานบัวผัน จิตรกรชาวน่านเชื้อสายไทลื้อ ซึ่งวาดภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วัดภูมินทร์ และวัดหนองบัวของจังหวัดน่าน รวมถึงพิพิธภัณฑ์มงคลธรรมรังสี ซึ่งรวมรวมของโบราณต่างๆให้ได้ชม

วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร

วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหารแห่งนี้ ตั้งอยู่ตรงข้ามพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุไว้ภายใน นับเป็นปูชนียสถานสำคัญ เป็นเจดีย์ที่ได้รับอิทธิพล ทางด้านศิลปะสุโขทัย จากเจดีย์ทรงลังกา สิ่งที่โดดเด่น คือเจดีย์ช้างค้ำ ซึ่งเป็นศิลปสมัยสุโขทัย อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 20 รอบเจดีย์มีรูปปั้นช้างปูนปั้น เพียงครึ่งตัว ประดับอยู่โดยรอบ นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปทองคำปางลีลา คือพระพุทธนันทบุรี ศรีศากยมุนี ซึ่งเป็นทองคำ 65 % มีความสูงถึง 145 เซนติเมตร

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ Https://pizzaandfooditalia.com

เที่ยวเมืองแพร่

เที่ยวเมืองแพร่ จังหวัดที่โอบล้อมไปด้วยเทือกเขาเขาสูง มีอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี มีธรรมชาติที่บริสุทธิ์ และอุดมสมบูรณ์ไปด้วย ป่าไม้และดอกไม้เหมืองหนาว

สถานที่ เที่ยวเมืองแพร่

วัดพระธาตุดอยเล็ง

วัดพระธาตุดอยเล็ง  ตั้งอยู่ที่ ตำบลช่อแฮ อำเภอเมือง แพร่ เป็นปูชนียสถานที่สําคัญของจังหวัดแพร่ ด้วยภูมิทัศน์ ที่ตั้งอยู่บนเขาสูง ทำให้สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองแพร่ ซึ่งล้อมรอบด้วยภูเขา และผืนป่าได้อย่างงดงาม โดยทางจังหวัดแพร่ ได้จัดทำเป็นระเบียงชมวิว ที่ตั้งอยู่ก่อนบันไดทางขึ้นไปยังวัด เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น และสายหมอกได้อย่างงดงาม

วัดพงษ์สุนันท์

วัดพงษ์สุนันท์ ตั้งอยู่ที่ ถนนคำลือ ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ ภายในวัด มีพระนอนสีทองอร่ามอยู่ริมกำแพง เป็นสัญลักษณ์ของวัด ใกล้กับซุ้มประตูมงคล 19 ยอด วัดพงษ์สุนันท์ เป็นวัดประจำตระกูลวงศ์บุรี เดิมมีชื่อว่า วัดปงสนุก ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2472 จึงได้มีการบูรณะวัด และสร้างวิหารใหม่

วัดจอมสวรรค์

เป็นวัดเก่าแก่ สร้างด้วยศิลปะพุกาม มีศิลปวัตถุและโบราณวัตถุที่สวยงาม และทรงคุณค่า วัดนี้มีเพียงแต่มีอุโบสถไม้หลังเดียว ที่เป็นทั้งโบสถ์ วิหารและกุฏิ อยู่ในอาคารเดียวกัน ตัวอาคารสร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง มีหลังคาเล็กใหญ่เป็นชั้นรวม 9 ชั้น  ปัจจุบันกรมศิลปากร ได้ทำการขึ้นทะเบียนโบราณสถานวัดจอมสวรรค์ไว้ เพื่อเป็นสมบัติของชาติ

วัดพระธาตุอินทร์แขวนจำลอง

พระธาตุอินทร์แขวนจำลอง ตั้งอยู่ที่ ศูนย์ปฏิบัติธรรมมหาโพธิวงศาจริยาราม พุทธอุทยานดอยผาสวรรค์ เฉลิมพระเกียรติ ร.9 อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ ห่างจากตัวจังหวัด 25 กิโลเมตร เป็นพระธาตุประจำปีเกิดของปีจอ นอกจากจะได้สักการบูชา พระธาตุอินทร์แขวนจำลองแล้ว ยังจะได้สัมผัสองค์พระผุดที่ใหญ่ที่สุดในไทยอีกด้วย วัดตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขา ธรรมชาติ เป็นแหล่งโอโซนติดอันดับ 7 ของประเทศไทย หากมาไหว้พระขอพรแล้ว ยังจะได้สูดอากาศชั้นดี เป็นการชาร์จพลังชีวิต

วัดนาคูหา

วัดแห่งนี้ ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองแพร่ ประมาณ 25 กม. เป็นวัดที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านนาคูหา ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขา และธรรมชาติที่บริสุทธิ์ เป็นแหล่งโอโซนชั้นดี ติด 1 ใน 7 ของไทย โดยมีพระพุทธรูปพระเจ้าทันใจขนาดใหญ่ ตั้งอยู่กลางทุ่งนา มีสะพานไม้ไผ่ทอดยาวจากองค์พระ พาดผ่านทุ่งนาเพื่อเดินรับลมชมวิว และมองเห็นธรรมชาติรอบวัดได้อยางสวยงาม

วัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรี

วัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรี เป็นวัดที่ได้รวบรวมศิลปกรรมล้านนาประยุกต์ ที่สวยงามมากที่สุด ในวัดมีเจดีย์ทรงล้านนากว่า 30 องค์ ด้านหน้าบันไดทางขึ้นทิศตะวันออก มีรูปปั้นสิงห์ขนาดใหญ่ และพระนอนองค์ใหญ่ตั้งเด่นอยู่ด้านหน้าวัด นอกจากนี้ยังมีอาคารพิพิธภัณฑ์ไม้สักทรงล้านนา เป็นที่เก็บรวบรวมเรื่องราวของล้านนา และเมืองแพร่ จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้อาวุธ ของนักรบโบราณ รวมทั้งภาพถ่ายของเจ้านายฝ่ายเหนือ และภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ในล้านนาด้วย

วัดศรีดอนคำ

วัดศรีดอนคำ หรือเรียกอักชื่อว่า วัดห้วยอ้อ เป็นพระธาตุเก่าแก่ขนาดใหญ่ ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า นักท่องเที่ยวควรแวะเข้าไปกราบนมัสการพระเจ้าพร้าโต้ ชมศิลปะฝีมือของบรรพบุรุษชาวพุทธล้านนา และนมัสการขอพรกับพระธาตุศรีดอนคำ สร้างความอิ่มอกอิ่มบุญ และเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง และที่ขาดไม่ได้คือต้องมาดูระฆังลูกระเบิด ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า เมืองแพร่แห่ระเบิด ที่เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 จากการที่มีการทิ้งระเบิดทางรถไฟ แต่ระเบิดไม่ระเบิด ชาวบ้านเกิดความเสียดาย จึงได้ช่วยกันแบกใส่เกวียน เพื่อนำไปถวายวัดทำเป็นระฆัง ผู้คนที่ผ่านไปมาต่างนำไปพูดกล่าวขานว่า แพร่แห่งระเบิด

วัดสะแล่ง

เป็นวัดที่มีความเก่าแก่มาก ตั้งแต่สมัยทวาราวดีเรื่อยมา และได้กลายเป็นวัดร้างหลายสมัย เป็นวัดร้างเกือบ 300 ปี ปัจจุบันภายในวัดได้แบ่งเขตเป็นเขตพุทธาวาสเก่า และเขตพุทธาวาสใหม่ รูปแบบสถาปัตยกรรมภายในวัด ทั้งตัวพระอุโบสถและวิหาร เป็นศิลปะแบบล้านนาประยุกต์ บริเวณวัดมีโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ อยู่เป็นจำนวนมาก และได้ตั้งพิพิธภัณฑ์วัดสะแล่ง กรุเชียงชื่น มหาสมบัติโบราณแห่งล้านนาขึ้นมา เป็นสถานที่เก็บโบราณวัตถุ ตั้งแต่สมัยทวารวดีจนถึงสมัยอยุธยาตอนปลายเลย

พระธาตุดอยก๊อ

พระธาตุมงคลแสงแก้วมณีดอยก๊อสุบรรพต หรือพระธาตุดอยก๊อ ตั้งเด่นอยู่บนยอดเขาดอยก๊อ ในอำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ ติดริมแม่น้ำยม นอกจากการได้มาสักการะพระธาตุดอยก๊อแล้ว ยังเป็นจุดชมวิวที่สวยงามแห่งหนึ่ง มองเห็นภูเขา แม่น้ำยมที่ไหลผ่านบ้านเรือน และทุ่งนาเขียว ในช่วงฤดูฝนหลังจากฝนตกใหม่ ยังมีโอกาสได้เห็นสายหมอกบางๆอีกด้วย และในช่วงฤดูหนาว ยังเป็นจุดชมทะเลหมอก ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองแพร่

ถ้ำผานางคอย

ถ้ำผานางคอย ตั้งอยู่ที่ อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ เป็นส่วนหนึ่งของภูเขาหินปูน ที่ตั้งอยู่กลางป่า ปกคลุมไปด้วยต้นไม้ ในอดีตเมื่อผืนป่ายังอุดมสมบูรณ์ ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยสัตว์มากมายหลายชนิด โดยเฉพาะกวางป่า ซึ่งเป็นที่มาของชื่ออำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ แต่เมื่อถูกแปรเป็นพื้นที่การเกษตร สัตว์ทั้งหลายก็ค่อยๆลดจำนวน และหายไป เหลือเพียงภูเขาหินปูน ถ้ำและหินงอกหินย้อย เป็นประติมากรรมที่ธรรมชาติสรรค์สร้าง  มีตำนานพื้นบ้าน ได้เล่าถึงที่มาของเสาหิน รูปทรงผู้หญิงกำลังอุ้มลูกน้อย เพื่อรอคอยการกลับมาของชายอันเป็นที่รักนั้น จึงเป็นที่มาของชื่อ ถ้ำผานางคอย

พระธาตุดอยน้อย

เป็นพระธาตุเก่าแก่ ที่มีตำนานการเสด็จมาของพระพุทธเจ้า นอกจากองค์พระธาตุแล้ว ยังมีหลวงพ่อพุทธปิ่นทองนาคราช พระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่ ประดิษฐานอยู่ในเขตพื้นที่เดียวกัน มีจุดชมวิว ที่สามารถชมวิวของอำเภอบ้านปินได้อย่างสวยงาม ซึ่งในช่วงเช้า จะมองเห็นสายหมอกบางๆได้จากจุดชมวิวแห่งนี้อีกด้วย

พิพิธภัณฑ์โกมลผ้าโบราณ

เป็นอีกสถานที่ ที่ไม่ควรพลาด เมื่อมาถึงอำเภอลอง พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ตัวอาคารจะมีสีเหลืงโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ จำลองคล้ายกับสถาปัตยกรรมของสถานีรถไฟบ้านปิน เป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงผ้าซิ่นโบราณ และของเก่าต่างๆ รวมถึงเป็นที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าซิ่นตีนตก

สถานีรถไฟบ้านปิน

เป็นสถานีรถไฟ ที่ตัวอาคารมีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยศิลปะแบบยุโรป ที่มีอายุกว่า 100 ปี เป็นสถานีรถไฟแห่งแรก และแห่งเดียวในไทย ที่สร้างด้วยสไตล์ เฟรมเฮ้าส์ แบบบาวาเรียน หรือแบบโครงไม้ ซึ่งเป็นที่นิยมมากในแคว้นบาวาเรียของเยอรมนี ประกอบกับเมืองแพร่ มีป่าไม้สักที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด ทำให้ได้ออกแบบผสมผสานให้เข้ากับเรือนปั้นหยาแบบไทย ซึ่งเป็นที่นิยมอยู่ในยุคนั้นได้แบบลงตัว ถึงแม้มีอายุกว่าร้อยปีแล้ว แต่อาคารก็คงยังดูสวยงามทรงคุณค่า

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ https://pizzaandfooditalia.com

เช็คอินเมืองพะเยา

เช็คอินเมืองพะเยา พะเยา เป็นจังหวัด ที่มีธรรมชาติที่น่าหลงไหล มีวัดที่มีความสวยงามด้านสถาปัตยกรรมที่น่าหลงไหล เป็นเมืองที่สงบ เรียบง่าย และมีเสน่ห์

10จุด เช็คอินเมืองพะเยา

1.วัดศรีโคมคำ

วัดศรีโคมคำ ตั้งอยู่ริมกว๊านพะเยา อ.เมือง จ.พะเยา เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของพะเยา เป็นที่ประดิษฐานของพระเจ้าตนหลวง พระพุทธรูปใหญ่ที่สุด และมีความเก่าแก่ที่สุดในล้านนา  สำหรับพระเจ้าตนหลวงองค์นี้ เป็นพระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 14×16 เมตร ปัจจุบันประดิษฐานเป็น พระประธานในวิหารหลวง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราวปีพ.ศ. 2034 ในสมัยพระยาเมืองยี่ครองเมืองพะเยา ชาวพะเยาถือเป็น พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง และจะมีงานนมัสการพระเจ้าตนหลวงในทุกปี

2.วัดพระนั่งดิน

วัดพระนั่งดิน เป็นอัศจรรย์อันซีนไทยแลนด์ ตั้งอยู่ ตำบลเวียง อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา เป็นวัดที่พระประธานไม่มีฐานรองรับฐานรองรับ เหมือนกับพระประธานองค์อื่นๆ ในอดีตเคยสร้างฐานรองรับ เพื่ออัญเชิญพระประธานขึ้นประดิษฐานบนฐานรองรับ แต่ปรากฏว่าพยายามยกเท่าไรก็ยกไม่ขึ้น จึงเรียกกันมาว่า พระนั่งดิน นอกจากนี้ ยังมีการเล่าขานสืบกันมาว่า เคยมีชาวบ้านสร้างฐานชุกชีแล้วได้อันเชิญพระเจ้านั่งดินขึ้นประทับ แต่ได้เกิดเหตุอัศจรรย์ฟ้าผ่าลงมาที่กลางพระวิหารถึง 3 ครั้ง จึงอาราธนาพระเจ้านั่งดินมาประดิษฐานบนพื้นดินดังเดิม จนถึงทุกวันนี้

3.วัดนันตาราม

ตั้งอยู่บ้านดอนไชย ตำบลเชียงคำ จังหวัดพะเยา เป็นที่อนุรักษ์วิหารศิลปะแบบไทยใหญ่ ตัววิหาร สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง ตกแต่งลวดลายฉลุไม้อย่างสวยงาม ไม่ว่าจะเป็น หน้าบัน หน้าต่าง หรือระเบียง ทั้งลวดลายแกะสลัก หลังคาซ้อนชั้นมุงกระเบื้องไม้ที่ลดหลั่นลงตัว ภายในวิหารก็ดูเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งศรัทธา มีเจดีย์แบบไทยใหญ่ มีพิพิธภัณฑ์ธนบัตรเก่า เครื่องใช้โบราณ ผ้าลายโบราณ และภาพวาดโบราณ ในวิหารมีสิ่งน่าสนใจคือ ธรรมาสน์ สีทองเหลืองอร่ามฉลุลวดลายอ่อนช้อยสวยงาม ที่จำลองมาจากราชบัลลังก์ของพม่าตั้งโดดเด่นอยู่ เมื่อมองขึ้นไปบนเพดาน ก็จะพบกับลวดลายประดับกระจกสีที่งดงามวิจิตร พระพุทธรูป และศิลปกรรมต่างๆ ที่วัดแห่งนี้ ทรงคุณค่าและน่าประทับใจแก่การได้ชมเป็นอย่างมาก วัดเปิดให้เข้าชมเวลา 08.00 – 18.00 น.

4.วัดอนาลโยทิพยาราม

วัดอนาลโยทิพยาราม หรือ ดอยบุษราคัม ตั้งอยู่บนดอยบุษราคัม สร้างโดยพระปัญญาพิศาลเถร เป็นอุทยานพระพุทธศาสนา มีศาสนสถานที่สวยงาม ไม่ว่าจะเป็น พระพุทธรูปศิลปสุโขทัย องค์ใหญ่ พระพุทธรูปปางต่างๆ พระพุทธลีลา พุทธคยา เก๋ง จีน ประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิม หอพระแก้วมรกตจำลองทำด้วยทองคำ และอีกมากมาย บรรยากาศร่มรื่น กว้างขวาง มีสิ่งแวดล้อมที่สมบูรณ์ จากยอดดอยสามารถชมทัศนียภาพของกว๊านพะเยา และตัวเมืองของพะเยาได้อย่างสวยงาม

5.วัดติโลกอาราม

วัดติโลกอาราม ตั้งอยู่ในเขตกว๊านพะเยา เมืองพะเยา เป็นพระอารามหลวงในรัชสมัยพระเจ้าติโลกราช กษัตริย์ล้านนาลำดับที่ 9 แห่งราชวงศ์มังราย ปัจจุบันตัววัดจมอยู่ใต้กว๊านพะเยา มีแค่ส่วนยอดพระธาตุที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมา เนื่องจากปี พ.ศ. 2482 กรมประมงได้ก่อสร้างประตูกั้นน้ำ ทำให้แม่น้ำอิงและลำน้ำสาขาซึ่งไหลลงมาจากทิวเขาผีปันน้ำ ได้เอ่อล้นเข้าท่วมชุมชนโบราณที่ตั้งอยู่บริเวณหนองเอี้ยง จนเกิดทะเลสาบน้ำจืดขึ้นมา เรียกว่ากว๊านพะเยา ทำให้วัดโบราณสถาน และชุมชนโบราณจมอยู่ใต้น้ำจำนวนมาก

6.กว๊านพะเยา

กว๊านพะเยา อยู่ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดพะเยา เป็นทะเลสาบน้ำจืดใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ และ ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของไทย เป็นแหล่งน้ำที่สำคัญที่สุดของเมืองพะเยา เป็นทั้งแหล่งประมงน้ำจืดที่สำคัญที่สุดของภาคเหนือตอนบน และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดพะเยา ในช่วงเย็น ๆ กว๊านพะเยา มีบรรยากาศของพระอาทิตย์ตก ที่สวยงามมาก นักท่องเที่ยวจะนิยมมาล่องเรือชมบรรยากาศ รวมถึงชมวัดติโลกอาราม ที่จมอยู่ใต้กว๊านพะเยา ด้วย

7.วนอุทยานภูลังกา

วนอุทยานภูลังกา เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยว ที่มีชื่อเสียง ของอำเภอเชียงคำและอำเภอปง จังหวัดพะเยา เป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน ด้วยลักษณะที่เป็นยอดเขาสลับซับซ้อนนี้เอง จึงเหมาะกับนักท่องเที่ยว ที่ชอบธรรมชาติ ชอบการเดินป่าพิชิตยอดดอยสูง เพื่อชมทิวทัศน์ในช่วงฤดูหนาวเป็นอย่างมาก โดยจุดชมวิวที่นิยมก็คือ ยอดดอยภูลังกา และดอยภูนม ที่สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและตก มองเห็นทะเลหมอก ในช่วงฤดูหนาวได้อย่างงดงาม สำการเที่ยวที่นี่ ต้องนั่งรถโฟรวิวไปยังวนอุทยาน จากนั้นเดินเท้าขึ้นไปประมาณ 800 เมตร ก็จะถึงจุดชมวิว

8.บ้านปางค่าใต้

บ้านปางค่าใต้ เป็นพื้นที่ในความดูแลของโครงการหลวงปังค่า ที่นี่เป็นที่อยู่ของชาวไทยภูเขา ซึ่งเป็นชนเผ่าที่มีวัฒนธรรม ที่ชาวไทยภูเขาบ้านปางค่าใต้ ส่วนใหญ่ เป็นชนเผ่าอิ้วเมี่ยน หรือเย้า ถิ่นฐานเดิมอยู่ในประเทศจีนแถบแม่น้ำแยงซี นอกจากจะได้ชมวิถีชีวิต และการวัฒนธรรมการแต่งกายแบบชนเผ่าที่สวยงามแล้ว ยังมีสินค้าหัตถกรรมชาวไทยภูเขาให้เลือกซื้อ ทั้งผ้าพิมพ์ลาย เครื่องเงิน ของที่ระลึกจากผ้าปัก เช่นกระเป๋า และพวกกุญแจ ให้เลือกซื้อเป็นของที่ระลึกติดไม้ติดมือกลับบ้านด้วย

9.อุทยานแห่งชาติภูซาง

อุทยานแห่งชาติภูซาง อยู่ใน อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรป่าไม้ และสัตว์ป่า โดดเด่นไปด้วยน้ำตกอุ่นภูซาง เป็นน้ำตกชั้นเดียว ซึ่งตกลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่างสูงประมาณ 25 เมตร น้ำตกภูซาง เป็นน้ำตกที่มีความพิเศษกว่าน้ำตกทั่วไป เพราะน้ำที่นี่จะอุ่น มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส น้ำตกภูซาง เป็นน้ำที่ไหลมาจากเทือกเขาดอยผาหม่น ไหลลงมาจากหน้าผาหินปูน 25 เมตร น้ำตกจะมีน้ำที่ใส มาก ออกสีเขียวสะอาด ในบริเวณน้ำตก ยังมีแอ่งน้ำ ที่สามารถนอนแช่น้ำและลงเล่นได้ด้วย

10.ร้านกาแฟ Magic  Mountain  

Magic  Mountain เป็นร้านกาแฟชื่อดังของภูลังการีสอร์ท ด้วยวิวของตัวร้านที่หันหน้าเข้าหาทะเลหมอก วิวคล้ายกับภูลังการีสอร์ท แต่จะเป็นอีกมุมหนึ่งที่อยู่ด้านข้าง สามารถมองเห็นทะเลหมอก กว้างไกลกว่า ทำให้เป็นร้านกาแฟขวัญใจนักท่องเที่ยวกันเลย มาเที่ยวภูลังกา รีสอร์ท ต้องไม่พลาดมาเที่ยวร้านกาแฟ Magic Mountain ควรมาในช่วงเช้าประมาณ 6.30 -08.30 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พระอาทิตย์กำลังขึ้น และเริ่มทอแสงสาดส่องกระทบมายังทะเลหมอก

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ https://pizzaandfooditalia.com

แหล่งท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน

แหล่งท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน จังหวัดที่รายล้อมด้วยภูเขา ปกคลุมด้วยหมอกตลอดทั้งปี มีธรรมชาติที่บริสุทธิ์ และมีศิลปะวัฒนธรรมที่งดงาม

10.แหล่งท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน

1.วัดพระธาตุดอยกองมู

เป็นวัดศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมือง ของชาวแม่ฮ่องสอนมาช้านาน มีพระธาตุเจดีย์ ซึ่งมีศิลปะที่งดงาม
เป็นเจดีย์ทรงเครื่องแบบมอญ ประดับลวดลายปูนปั้น มีฐานแปดเหลี่ยมซ้อนสามชั้น บริเวณฐานด้านล่าง ประดับด้วยซุ้มพระตามทิศทั้งแปด บริเวณรอบๆ ยังสามารถไปนั่งชิลที่ร้านกาแฟก่อนตะวันลับขอบฟ้า  มีระเบียงชมวิวที่สามารถชมวิวของทิวเขาได้ โดยเฉพาะในช่วงเย็น ที่แสงอาทิตย์จะตกลงตรงเหลี่ยมเขาพอดี สมกับชื่อร้านช่วงเวลา สามารถมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

2.วัดจองคำ จองกลาง

วัดจองคำและวัดจองกลาง เปรียบเหมือนวัดแฝด โดยตั้งอยู่ในกำแพงเดียวกัน เมื่อมองจากด้านหน้า วัดจองคำ จะอยู่ด้านซ้าย วัดจองกลางจะอยู่ด้านขวา วัดจองคำและวัดจองกลาง ตั้งอยู่กลางเมืองแม่ฮ่องสอน และเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมทของเมืองไทใหญ่ เพราะนอกจากความงามทางศิลปะแล้ว วัดทั้งสอง ยังเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรม และประเพณีต่างๆ ของชาวแม่ฮ่องสอน พื้นที่ด้านหน้าของวัด เป็นสวนสาธารณะหนองจองคำ ยังให้ใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีตามประเพณีต่าง ๆ ในรอบปีอีกด้วย สามารถมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

3.ดอยพุ่ยโค

ตั้งอยู่ที่ อำเภอสบเมย เป็นดินแดนที่มีทุ่งหญ้าสีทอง วิวสวย และมีสุดยอดทะเลหมอก สามารถมองวิวได้ถึง 360 องศา ชมได้ทั้งพระอาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ตก ในยามค่ำคืนมีดาวเต็มฟ้า เส้นทางบางช่วงในการขึ้นดอยมีความชันเล็กน้อย แต่เป็นการเดินป่าที่ค่อนข้างง่าย และใช้เวลาไม่นาน จะได้พบกับความสวยงามของธรรมชาติ ที่แสนบริสุทธิ์ ช่วงทุ่งหญ้าเปลี่ยนเป็นสีทอง และเหมาะกับการมาเที่ยวคือ เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์

4.ดอยเมี่ยง

ดอยเมี่ยง ตั้งอยู่ที่ อำเภอปาย จุดเด่นคือธรรมชาติที่สวยงาม และมีจุดชมวิวที่บรรยากาศค่อนข้างร่มรื่น สามารถมองเห็นทัศนียภาพ ของเมืองปายได้กว้างไกล  มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี สามารถมองเห็นทะเลหมอกยามเช้า ได้ทั้งในฤดูร้อนและฤดูฝน และยังชมพระอาทิตย์ขึ้น ได้อย่างสวยงาม หากมาช่วงกลางเดือนมกราคม จะมีต้นนางพญาเสือโคร่งเบ่งบานอีกด้วย ควรมาเที่ยวในช่วงเดือนธันวาคม ถึงกุมภาพันธ์

5.สะพานบุญโขกู้สุ่ย บ้านแพมบก 

สะพานไม้ไผ่แห่งศรัทธา  ตั้งอยู่ที่ หมู่บ้านแพมบก ตำบลทุ่งยาว อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ห่างจากตัวเมืองปายประมาณ 10 กิโลเมตร  เป็นสะพานไม้ไผ่ที่ทอดยาวคดเคี้ยวท่ามกลางทุ่งนาข้าว โดยมีฉากหลังเป็นภูเขา ที่สวยงาม จนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อีกแห่งหนึ่งของเมืองปายควรมาเที่ยวในช่วงเดือน ก.ย. – พ.ย. หรือช่วงฤดูทำนา

6.ถ้ำลอดปางมะผ้า

ตั้งอยู่ที่ อำเภอปางมะผ้า เป็นถ้ำที่มีชื่อเสียง มีความสวยงาม ต้องนั่งแพเข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร เพื่อเข้าชมถ้ำ จุดน่าสนใจ คือ ถ้ำลอด ซึ่งมีลำห้วยชื่อ น้ำลางไหล ลอดภูเขาไปทะลุออกอีกด้าน ทำให้เกิดเป็นถ้ำที่มีหินงอกหินย้อย มีการพบเครื่องมือเครื่องใช้โบราณในถ้ำ สันนิษฐานว่ามีอายุประมาณ 2,000 ปีมาแล้ว และสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

7.จุดชมวิวแม่ลาหลวง

ตั้งอยู่ที่ อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน  บริเวณริมถนนสาย 108 เชียงใหม่ ฮอด แม่สะเรียง แม่ลาน้อย หากเดินทางมาจากอำเภอฮอด แม่สะเรียงจะอยู่เลยจากทางเข้าไปยังโครงการหลวงแม่ลาน้อย  แต่ถ้าเดินทางมาจากแม่ฮ่องสอนจะอยู่ก่อนถึงทางขึ้นไปยังโครงการหลวง  จุดชมวิวนี้เป็นจุดชมวิวระหว่างทาง ที่สามารถมองเห็นวิวภูเขาเขียว  มีร้านกาแฟบรรยากาศดีๆ ที่สามารถจิบเครื่องดื่มห้อยขาชมวิวได้อีกด้วย  หากมาในช่วงฤดูฝนหลังฝนตกใหม่ จะได้เห็นสายหมอกลอยตามไหล่เขา สร้างความสดชื่นให้กับผู้พบเห็น สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

Processed with VSCO with fp4 preset

8.ทะเลหมอกหยุ่นไหล

จุดชมวิวทะเลหมอกหยุนไหล ตั้งอยู่ที่ หมู่บ้านสันติชล ตำบลเวียงใต้ อำเภอปาย แม่ฮ่องสอน ห่างจากหมู่บ้านสันติชล ราว  1.6  กิโลเมตร เป็นจุดชมทะเลหมอก และพระอาทิตย์ขึ้น ที่สวยงามของอำเภอปาย เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว สามารถมองเห็นทะเลหมอกที่รายล้อมไปด้วยทิวเขา และบ้านเรือนของเมืองปาย ที่ถูกปกคลุมด้วยสายหมอก สามารถมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ฤดูที่เหมาะสม จะเป็นฤดูหนาว และฤดูฝน

9.โป่งน้ำร้อนไทรงาม ปาย

ตั้งอยู่ที่ บ้านไทรงาม อำเภอปาย แม่ฮ่องสอน ห่างจากตัวเมืองปายประมาณ  15 กิโลเมตร อยู่บนเส้นทางสายปาย ปางมะผ้า เมืองแม่ฮ่องสอน เป็นบ่อน้ำผุด ที่มีอุณหภูมิอุ่นที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ อยู่ในเขตอนุรักษ์ป่าไทรงาม รายล้อมด้วยต้นไม้ มีแอ่งน้ำนาดเล็ก ที่ลดหลั่นเป็นชั้นๆคล้ายน้ำตก ผืนน้ำมีสีเขียวใส สามารถมองเห็นได้ถึงหิน และทรายเบื้องล่าง สามารถมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

10.ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ

เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนธันวาคม  เป็นช่วงเวลาที่ ดอกบัวตองดอยแม่อูคอ อำเภอขุนยวม จะบานสะพรั่งดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเยือน และชมความงดงาม ของท้องทุ่งที่เต็มไปด้วยสีเหลือง ปกคลุมเต็มเทือกเขาบนพื้นที่กว่า 1,000 ไร่  เป็นทุ่งดอกบัวตองที่ใหญ่ที่สุดในไทย และมีให้ชมเพียงปีละครั้งเท่านั้น ควรมาในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน ถึงต้นเดือนธันวาคม

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ https://pizzaandfooditalia.com

จุดเช็คอิน ที่เชียงราย

จังหวัดเชียงราย เป็นเมืองที่มีธรรมชาติที่บริสุทธิ์ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้ และดอกไม้เหมืองหนาว และยังมี จุดเช็คอิน ที่เชียงราย ให้ได้รู้จักอีกมากมาย

13 จุดเช็คอิน ที่เชียงราย ที่ไม่ควรพลาด

1.ภูชี้ฟ้า

เมื่อถึงเชียงราย ต้องนึกถึง ภูชี้ฟ้า แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัด ภูชี้ฟ้า เป็นที่ชมทะเลหมอก ที่สวยที่สุดของเชียงราย และเป็นการชมทะเลหมอกที่สวยงามอันดับต้นๆของประเทศด้วย  ด้วยเอกลักษณ์ทางธรรมชาติที่ไม่เหมือนใคร คือภูเขาจะมีลักษณะชี้ไปบนฟ้า และมีหน้าผายื่นไปทางฝั่งลาว โอบล้อมไปด้วยทะเลหมอกกว้างสุดตา  ทำให้ภูชี้ฟ้าเป็นสถานที่ยอดฮิต ของนักท่องเที่ยว ที่มายังเชียงราย  ไฮไลต์ของการมาเที่ยวภูชี้ฟ้า นอกจากได้สัมผัสกับอากาศหนาวสบาย และความสวยของทะเลหมอกแล้ว ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ จะเป็นช่วงที่ดอกเสี้ยว หรือชงโคป่าสีขาว จะผลิดอกบานสะพรั่งไปทั่วเขา

2.ดอยผาตั้ง

ดอยผาตั้ง ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลกันมากนัก ดอยผาตั้ง เป็นสันเขาคดเคี้ยว มองเห็นทิวเขาสลับซับซ้อนสวยงามสะดุดตา จุดเด่นของดอยผาตั้ง คือ จุดชมทะเลหมอกที่สวยงามในยามเช้า การชมพระอาทิตย์ตกยามเย็น การมองเห็นพระอาทิตย์ ที่กำลังลาลับขอบฟ้าไป ตามแนวสันเขา ดอยผาตั้งมีจุดชมวิวทะเลหมอกหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นจุดชมวิวผาบ่อง หรือจุดชมทะเลหมอกเนิน 102 เป็นจุดชมวิว ที่ผู้คนนิยมไปมากที่สุด

3.วัดร่องเสือเต้น

วัดแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ชุมชนร่องเสือเต้น ตำบลริมกก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย  มีพระอุโบสถใหม่ ที่สร้างขึ้นด้วยศิลปะแบบไทยประยุกต์ ที่มีความสวยงาม  และเป็นศิลปะประยุกต์ ที่มีเอกลักษณ์ ใช้เฉดสีน้ำเงินฟ้า ตัดกับเฉดสีทอง โดยเฉพาะเขี้ยวของพญานาค ที่มีความงาม ที่พลิ้วไหว  ซึ่งพระวิหารแห่งนี้ ให้เป็นเป็นทิพยสถาน เป็นการสรรเสริญพระพุทธเจ้า ทั้งรูปแบบประติมากรรม และจิตรกรรม

4.ดอยตุง

เป็นสถานที่สำคัญ ของเมืองเชียงราย เป็นที่ตั้งสวนแม่ฟ้าหลวง และพระธาตุดอยตุง ได้มีการปลูกป่าเพื่อฟื้นฟูสภาพพื้นที่ เป็นแหล่งฝึกอาชีพ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ของชาวเขาบนดอยตุง ซึ่งมีชนเผ่าอาข่าลาหู่ ไทยใหญ่ และจีนฮ่อ สำหรับผู้ที่มาดอยตุงแห่งนี้ จะมีจุดที่น่าสนใจอยู่ 3 จุดด้วยกันคือ หอพระราชประวัติ สวนแม่ฟ้าหลวง และอาคารพระตำหนักดอยตุง บริเวณยอดตุง ยังเป็นที่ประดิษฐาน ของพระบรมธาตุดอยตุง สถานที่สำคัญที่สุดของเชียงราย

5.ดอยแม่สลอง

เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านสันติคีรี ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของชาวจีนบนดอยแม่สลอง และเป็นแหล่งปลูกชาที่ใหญ่ที่สุดของไทย ดอยนี้อยู่บนภูเขาสูง มีอากาศที่เย็นสบายตลอดปี มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย เช่น พระบรมธาตุเจดีย์ศรีนครินทราสถิตมหาสันติคีรี ซึ่งเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและการทะเลหมอก  มีสุสานนายพลต้วน เดินชมไร่ชา 101 ไร่ชาขั้นบันได ไร่ชาวังพุฒตาล  รวมถึงการชิมชาอู่หลง  ชายอดฮิต ที่สามารถหาชิมได้จากทุกไร่ชาบนดอยแม่สลอง

6.ดอยผาหมี 

ตั้งอยู่ที่ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย  สถานที่แห่งนี้ คือทีที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงม้าไปตามไหล่เขาสูง เพื่อไปเยี่ยมเยือนช่วยเหลือราษฎรในถิ่นธุรกันดาร  โดยมีขบวนของชาวบ้านรับเสด็จและประคองพระองค์ไว้ ดอยแห่งนี้ เป็น 1 แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เป็นดอยที่มีความสงบ มีภูเขาที่ล้อมรอบอุดมสมบูณร์ และสวยงาม ชาวบ้านเป็นมิตรอบอุ่น และเดินทางได้สะดวก

7.ทุ่งดอกบัวตองดอยหัวแม่คำ

ตั้งอยู่ที่ ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง  เป็นหมู่บ้านของชนเผ่าอาข่า และลาหู่ ตั้งอยู่บนเขา ซึ่งเป็นตะเข็บชายแดนไทย-พม่า มีทิวทัศน์งดงาม พื้นที่ส่วนหนึ่งอยู่ในเขตอุทยานดอยหัวแม่คำ ในช่วงฤดูหนาว ทุ่งดอกไม้จะมีสีทองเหลืองอร่าม ทุ่งดอกบัวตองก็เริ่มบานสะพรั่งไปทั่วเขา เหนือดอยสูง ในช่วงเช้าขอววนอุทยานดอยหัวแม่คำ ยังสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้น และทะเลหมอกล่งลอยในหุบเขา ที่นักท่องเที่ยวได้เห็น ต่างต้องประทับใจแน่นอน

8.วัดร่องขุน

เป็นวัดที่มีศิลปะอันล้ำค่า ของเมืองเชียงราย วัดแห่งนี้ มีลักษณะเด่นคือ พระอุโบสถสีขาวที่ถูกแต่งด้วยลวดลายกระจกสีเงินแวววาว เป็นเชิงชั้น ลดหลั่นกันไป หน้าบันประดับด้วยพญานาค ที่มีงวงงา เป็นที่แปลกตา และน่าสนใจมาก และยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง ภายในพระอุโบสถ ที่มีความละเอียด และสวยงามมากๆอีกด้วย

9.วัดมิ่งเมือง

วัดแห่งนี เป็นวัดสำคัญทางโบราณคดี ของจังหวัดเชียงราย  มีบ่อน้ำจ๊างมูบ เป็นบ่อโบราณ ที่มีซุ้มครอบไว้เป็นประติมากรรมปูนปั้น รูปช้างหมอบ เชื่อกันว่าบ่อน้ำนี้เป็นบ่อศักดิ์สิทธิ์โบราณ เป็นแหล่งน้ำที่ใช้อุปโภคบริโภคของผู้คนในอดีต ที่สัญจรเข้าออกเมืองที่ได้มาพักบริเวณประตูเมือง เพื่อดื่มน้ำและล้างหน้า ให้เกิดความเป็นสิริมงคล ก่อนจะเริ่มเดินทางออก หรือเข้าสู่เมืองเชียงราย

10.วัดพระสิงห์

ชื่อวัดแห่งนี้ เกิดจากครั้งหนึ่ง เคยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ คู่บ้านคู่เมืองของไทย คือ พระพุทธสิหิงค์ หรือเรียกกันว่า พระสิงห์ และปัจจุบันวัดพระสิงห์เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธสิหิงค์ หรือพระสิงห์จำลอง ซึ่งเป็นศิลปะเชียงแสน ปางมารวิชัย มีบานประตูหลวง ที่มีความสวยงามสะดุดตา เป็นบานประตูเข้าออกภายในวิหาร เป็นงานไม้แกะสลักที่มีความประณีตมากๆ

11.วัดพระแก้ว

สถานที่แห่งนี้ เป็นที่ค้นพบพระแก้วมรกต ที่ประดิษฐานอยู่ ณ วัดศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้วกรุงเทพฯในปัจจุบัน มีประวัติว่า เมื่อปี พ.ศ. 1897 ในสมัย พระเจ้าสามฝั่งแกนเป็นเจ้าเมือง ครองเมืองเชียงใหม่ ได้มีฟ้าผ่าเจดีย์ร้างองค์หนึ่ง และได้พบพระพุทธรูปลงรักปิดทอง อยู่ภายในเจดีย์ ต่อมาได้มีการกะเทาะออก จึงพบว่าเป็นพระพุทธรูปสีเขียว ที่สร้างด้วยหยก หรือพระแก้วมรกตนั่นเอง

12.ไร่ชาฉุยฟง

ไร่แห่งนี้ เป็นแหล่งปลูกชา ของผู้ผลิตใบชารายใหญ่ที่สุดในเชียงราย สวนชาตั้ง อยู่บนพื้นที่กว่า 1,000 ไร่ ตั้งอยู่บนเทือกเขาสูง เป็นไร่ชาที่กว้างใหญ่ และมีความสวยงาม มีการปลูกชา ที่โค้งวนตามสันเขา และเป็นขั้นบันได ซึ่งดูเป็นที่น่าประทับใจ กว่าไร่ชาอื่นๆ ทำให้ไร่ชานี้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจของจังหวัดเชียงรายไปแล้ว

13.ไร่บุญรอด 

ไร่บุญรอด หรือสิงห์ปาร์คเชียงราย ไร่แห่งนี้ เป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่สวยงามแห่งนึงของเชียงราย ในไร่มีจะมีการจัดดอกไม้เมืองหนาว เป็นสวนที่สวยงาม มีพื้นที่ในการเกษตรกรรม แบะการทำไร่ชา กว่า 600 ไร่  มีทัวร์ให้ผู้ที่สนใจเข้ามาเยี่ยมชม  และยังมีความงามของบรรยากาศแห่งขุนเขาให้ได้สัมผัสกันอีกด้วย ชมพระอาทิตย์ตกดิน และยังมีร้านค้าที่ขายผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากไร่ เช่น ชา ไวน์ เป็นต้น

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ https://pizzaandfooditalia.com

สนับสนุนบทความโดย : Slotxo  Slotxo

เที่ยวเมืองพิดโลก (พิษณุโลก)

เที่ยวเมืองพิดโลก (พิษณุโลก) พิษณุโลกเป็นจังหวัด 1 ในภาคกลาง ที่ไม่ใหญ่มากนัก มีทั้งหมด 9 อำเภอ แต่กลับมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายนัก

เที่ยวเมืองพิดโลก (พิษณุโลก) ต้องมาที่นี่

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ที่ ถนนพุทธบูชากรุงเทพมหานคร อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก หรือเรียกกันอีกชื่อว่า วัดใหญ่ อยู่ติดริมแม่น้ำน่าน วัดแห่งนี้ มีประวัติมาช้านาน เป็นมรดกอันล้ำค่า ทางศิลปวัฒนธรรมของเมืองนี้ มีพระวิหารพระพุทธชินราช ที่มีรูปงดงามที่สุดในโลก

อุทยานแห่งชาติ ภูหินร่องกล้า

อุทยานแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข2331 ตำบลเนินเพิ่ม อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ภูหินร่องกล้า เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่มีความสวยงามมากนัก และเป็นดินแดนแห่งประวัติศาสตร์ ที่นักท่องเที่ยวต้องประทับใจ แถมภายในอุทยานยังมีน้ำตกอีกด้วย

ลานหินแตก

ลานหินแตกแห่งนี้ ตั้งอยู่ในอุทยานภูหินร่องกล้า อยู่บนรอยต่อของสามจังหวัด ได้แก่ เลย เพชรบูรณ์ และพิษณุโลก เป็นพื้นที่ทางธรรมชาติ ที่อุดมสมบูรณ์ งดงามแปลกตา มีอุณหภูมิ ที่ค่อนข้างหนาวเย็นตลอดทั้งปี และมีฝนชุก ในช่วงฤดูฝน ลานหินแตก จะมีรอยคล้ายแผ่นดินแยก และรอบๆบริเวณ ยังปกคลุมไปด้วย พรรณไม้นานาชนิด

ลานหินปุ่ม

ลานหินปุ่มแห่งนี้ ตั้งอยู่ ในอุทยานภูหิน ร่องกล้า เป็นหน้าผา ที่มีหิน ผุดขึ้นมาเป็นปุ่ม ขนาดเล็กใหญ่ไล่เลี่ยกัน โดยพื้นที่รอบๆนั้น มีความสวยงาม และมีความสมบูรณ์ ของธรรมชาติมากๆ

อุทยานแห่งชาติ ภูสอยดาว

อุทยานแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ ตำบลห้วยมุ่น อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ และอำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก เป็นป่าธรรมชาติที่ค่อนข้างสวยงาม อุดมสมบูรณ์ และยังเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ บนอุทยานยังมีน้ำตกภูสอยดาว น้ำตกสายทิพย์ ทุ่งดอกไม้ในป่าสน มีบริการลานกางเต๊นท์ ร้านอาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกครบ

อุทยานแห่งชาติ น้ำตกชาติตระการ

อุทยานน้ำตกชาติตระการ ตั้งอยู่ที่ ตำบลชาติตระการ อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก หรือเรียกอีกชื่อว่า น้ำตกปากรอง ที่แห่งนี้ เป็นป่าธรรมชาติ ที่ค่อนข้างสวยงาม และมีความอุดมสมบูรณ์ มีร่องรอยศิลปะ การแกะสลัก ยุคแรกของมนุษย์ ที่หน้าผาหมู่บ้านปากรอง ทำให้มีสักที่ผิดแปลกตาไปนั่นเอง

วัดนางพญา

วัดนางพญา ตั้งอยู่ที่ ถนนจ่าการบุญ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ตั้งอยู่ในบริเวณเดียว กับวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วัดแห่งนี้ เป็นวัดเก่าแก่ ที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่จากประวัติความเป็นมา วัดนี้ก็เป็น 1 ในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว และยังเป็นแหล่งค้นพบ พระเครื่องสำคัญอีกด้วย

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ ถนนวิสุทธิ์กษัตริย์ ตำบลในเมือง อำเภอ เมือง จังหวัดพิษณุโลก เป็นสถานที่ แสดงวิถีชีวิตแบบพื้นบ้าน และรวบรวมข้าวของเครื่องใช้เก่าแก่ และมาจากทุกที่ของไทย เช่น เครื่องจักรสาน ตุ่ม โอง เครื่องดักจับสัตว์ หม้อน้ำ เหรียญ หรือธนบัตร และยังมีการจัดแสดง นิทัศการชาวไทยทรงดำ หรือชาวโซ่ง เกี่ยวกับวิถีชีวิต และการประกอบพิธีต่างๆ

วัดจุฬามณี

วัดแห่งนี้ ตั้งอยู่ ริมน้ำ ตำบล ท่าทอง อำเภอ เมือง จังหวัดพิษณุโลก วัดนี้ยังเป็นวัด ที่มีความสำคัญ ทางประวัติศาสตร์ อีก 1 แห่ง เป็นหวัดที่เก่าแก่ที่สุด ภายในวัด ยังพบโบราณวัตถุ และโบราณสถาน ที่สำคัญทางศาสนา นอกจากนี้ ยังมีพระวิหารเก่าสมัยอยุธยา และพระพุทธรูปสำคัญอีกหลายองค์

ถ้ำเดือน ถ้ำดาว

ถ้ำดือน ถ้ำดาว ตั้งอยู่ที่ ตำบล บ้างมุง อำเภอเนินมะปราง จังหวัด พิษณุโลก ถ้ำแห่งนี้ เป็นสถานที่ ที่มีหินงอกหินย้อย และยังมีหินชั้น ที่เป็นหินปูนมีสีดำและสีเทาสลับกัน และยังมีหินดินดาน ที่หาชมได้ยาก แต่น่าตื่นตาตื่นใจเป็นที่สุด ไม่เหมือนกับถ้ำทั่ว ๆ ไป ที่เราเคยเห็น

ค้นหาสาระเพิ่มเติมได้ที่ Https://towsocerclub.com

ทะเลหมอกเขาค้อ

ช่วงปลายปี ของทุกๆปี หลายๆคนคงจะคิดถึง ทะเลหมอกเขาค้อ เป็นฤดูกาลแห่งการท่องเที่ยวท้าลมหนาว และที่แห่งนี้คงเป็น 1 ในตัวเลือกของทริปหนาวนี้

ทะเลหมอกเขาค้อ กับ8ไฮไลท์เด็ด

1.จุดชมวิว กังหันลม

จุดชมวิวกังหันลม เป็นจุดแรก ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด กับความสวยของเขาค้อแห่งนี้ เป็นจุดชมวิว ที่มีโด่งดัง จุดชมวิว ที่นี่เป็นสถานที่ ที่มีมุมสวยๆ เยอะแยะมากมาย และก็ยังมี ร้านอาหาร ร้านค้า ให้ได้แวะมาชิมกัน แถมยังมีม้าหมุน มีชิงช้า แบบน่ารักๆ ให้เล่นกันด้วย ใครที่มีโอกาสมาเที่ยวเขาค้อ คงไม่พลาด ที่จะแวะมาที่นี่ โดยเฉพาะวันที่มีทะเลหมอก วิวในที่แห่งนี้ ราวกับอยู่บนสวรรค์ที่สุด ขาวละมุน สวยสะกดทุกสายตา

2.ชิงช้าชาวเขา

เมื่อมาถึงจุดชมวิวกังหันลมแล้ว ก็พลาดไม่ได้เลย ที่จะมานั่งเล่นชิงช้า ที่ชิงช้าชาวเขาแห่งนี้ และได้เก็บภาพประทับใจน่ารัก ๆ แบบนี้อีกด้วย

3.มังเกอร์ ดริป คอฟฟี่

มังเกอร์ ดริป คอฟฟี่ เป็นมุมนั่งชิล จิบกาแฟ ดูวิวสวย ๆ ร้านอยู่ถัดมาจากจุดชมวิวกังหันลม เดินเยื้อง ๆ มานิดนึง มาจิบกาแฟในร้านน่ารัก ๆ ชมวิวสันเขา และหมอกลอยไปมา ให้เพลินตาเพลินใจกันเลยทีเดียว

4.ไปรษณีย์เขาค้อ

มาเขาค้อ ถ้าไม่แวะไปรษณีย์ หรือมาสถานที่แห่งนี้ คงเหมือนมาไม่ถึงแน่ ๆ ที่จุดนี้ อาจจะมีคนมาปักหลัก หรือเช่าเต๊นท์นอนกันหนาแน่นไปบ้าง แต่ถ้าได้แวะเข้ามา รับรองว่าบรรยากาศดีจริง ๆ วิวรอบ ๆก็สวยมากทีเดียว

5.วัดกองเนียม

อำเภอเขาค้อ เป็นอำเภอที่น่าอิจฉามากที่สุด อีกแห่งนึงในไทยเลย เป็นอำเภอที่มีจุดชมทะเลหมอกเยอะมาก และแต่ละจุด สวยไม่แพ้กันเลยจริง ๆ สวยสะกดทุดจุด มาอำเภอเดียว เที่ยวคุ้ม และ อิ่มทะเลหมอกกันถ้วนหน้า ที่วัดกองเนียมแห่งนี้ จะเป็นมุมชมทะเลหมอก ที่วิวเบื้องหน้าคือลงตัวมาก ๆ เพราะจะมีภูเขาเบื้องหน้า ที่ไม่ทราบว่าบนยอดเขานั้น คือบ้านคนหรือไม่ ยิ่งเวลาที่แสงของพระอาทิตย์ กำลังขึ้นสะท้อนกับหมอก มองเห็นเป็นสีเหลืองทอง สวยจับใจจริงๆ

6.วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว

เมื่อมาเที้ยวเขาค้อ ก็ต้องแวะมาที่พระธาตุผาซ่อนแก้ว เพื่อมากราบไหว้พระพุทธเจ้า 5 พระองค์ มีสีขาวที่สวยเด่น เห็นได้ทุกทิศแบบ 360 องศา ท่ามกลางวิวเขาอันกว้างใหญ่ เพื่อความเป็นสิริมงคล ในการเดินทางกันอีกด้วย เรื่องความสวยงาม สถาถานที่แห่งนี้ งดงามอย่างลงตัวมาก ๆ

7.จุดชมวิวฐานอิทธิ (พิพิธภัณฑ์อาวุธ)

ที่จุดชมวิวฐานอิทธิ แห่งนี้ ต้องเรียกว่า ไปเจอด้วยความบังเอิญจริงหรือไม่ เพราะ ไม่เคยได้ยินชื่อสถานที่แห่งนี้มาก่อน ที่แห่งนี้ มีทะเลหมอกที่แน่น จนเหมือนกับเมฆสุดสายตา มีความประทับใจมาทันที พร้อมกับคำถามในใจว่าที่นี่ มันคือที่ไหนกัน ทำไมถึงสวยได้ขนาดนี้ มุมนี้น่าจะเป็นจุด ที่สูงที่สุดของเขาค้อรึป่าว แต่คนแถวนี้บอกว่า พวกหมอกที่เราเห็นเหนือหัว อยู่ข้างล่าง มันก็คือทะเลหมอกปุกปุย ที่หนาแน่นมาก ๆ ของจุดชมวิวที่นี่นั่นเอง

https://quatuormelete.com
https://www.sanook.com

8. อ่างเก็บน้ำรัตนัย

เคยสงสัยกันหรือไม่ ว่าทำไมเขาค้อ ถึงมีหมอกขึ้นเยอะ หนา สวย ขนาดนี้ และสิ่งที่ทำให้เขาค้อแห่งนี้ มีหมอกขึ้น สวยตลอดทั้งปี ส่วนนึง คือมาจากอ่างเก็บน้ำรัตนัยแห่งนี้ ซึ่งทำให้เกิดความชื้น ในพื้นที่ และกลายเป็นหมอกปกคลุม ในรุ่งอรุณ บรรยากาศของที่นี่ ช่างมีความเหมือนกับ ปางอุ๋ง และ ป่าสนวัดจันทร์ ไม่มีผิดเพี้ยน มองไปทางไหน ก็มีแต่หมอกสีขาว ล้อมรอบตัวเราไปทุกหนแห่ง ด้วยระยะการมองเห็น แค่เพียงช่วงสั้น ๆ ก็ทำให้รู้สึก เหมือนไอหมอก สัมผัสกับหน้าอยู่ตลอดเวลา

สำหรับนักท่องเที่ยว ที่กำลังมอง หาการพักผ่อน กับบรรยากาศดี วิวสวย ใกล้ชิดธรรมชาติ ชมทะเลหมอก มองพระอาทิตย์ มองดวงจันทร์ มองดวงดาว แบบคนรัก เพื่อน หรือครอบครัว และหลบหนีความวุ่นวายต่างๆ มาพักผ่อนอยู่ล่ะก็ เขาค้อแห่งนี้ มีสถานที่ประทับใจ เยอะแยะมากมาย มีที่พัก ร้านกาแฟ ร้านอาหาร และอีกหลายหลาย ให้ทุกคนได้มาสัมผัส

สนับสนุนบทความโดย : Slotxo  Slotxo