เที่ยวแบบฟินๆ เช็คอินที่ระนอง

เที่ยวแบบฟินๆ เช็คอินที่ระนอง เมืองที่มีความหลากหลายทางธรรมชาติ เงียบสงบ และมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ทั้งทะเล ภูเขา และน้ำตก

สถานที่ เที่ยวแบบฟินๆ เช็คอินที่ระนอง

1. ภูเขาหญ้า

ภูเขาหญ้า ตั้งอยู่ริมเส้นทางหลวงหมายเลข 4 อยู่ตรงข้ามกับอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว ในอำเภอเมือง จังหวัดระนอง เป็นภูเขาที่ไม่มีต้นไม้ใหญ่ มีเพียงต้นหญ้าปกคลุมแนวเขาที่ทอดตัวจากทิศเหนือสู่ทิศใต้ภูเขาเท่านั้น และเต็มไปด้วยหญ้าต่างสีและเนินเขางดงาม ในช่วงฤดูแล้งภูเขาหญ้าจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวยิ่งในช่วงฝนตกใหม่ๆอาจมีโอกาสได้เห็นสายหมอกฝนลอยไปมาอีกด้วย จึงนิยมเรียกกันว่า ภูเขาหญ้าสองสี การชมภูเขาหญ้านอกจากจะชมได้จากลานกว้างด้านล่างแล้ว ยังสามารถขึ้นไปชมวิวในมุมสูงมีทางราบเชิงเขา มีทางเดินเท้าสำหรับนักท่องเที่ยว เพื่อขึ้นไปยังบนสันเขาเพื่อชมทิวทัศน์ ซึ่งภูเขาแต่ละลูกไม่สูงมากและเชื่อมต่อกัน สามารถเดินเท้าขึ้นไปตามทาง จากลูกนึงเดินต่อไปยังอีกลูกนึงได้

2. ระนองแคนยอน

ระนองแคนยอน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสวยงามแปลกตา  คือ เป็นสระน้ำสีเขียวมรกตขนาดย่อมที่รายล้อมไปด้วยหุบเขา ที่นี่เคยเป็นเหมืองแร่มาก่อน เป็นเหมืองแบบฉีดโดยฉีดน้ำให้กัดเซาะดินปนแร่จากตัวภูเขาให้ลงมาสะสมในแอ่งน้ำด้านล่าง หลังจากนั้นก็จะสูบน้ำในแอ่งขึ้นตามท่อเพื่อนำมาผ่านกระบวนการทางกายภาพ เพื่อทำการแยกแร่ออกจากทรายที่ไม่มีค่า ทำให้สภาพภูเขาเกิดลักษณะเว้าแหว่งสวยงามแปลกตา และเมื่อมองจากเนินเขาข้างบนลงมา จะเห็นน้ำในบึงใสสะอาด สะท้อนสีของท้องฟ้าและต้นไม้ เป็นสีเขียวอมฟ้าดุจดังมรกต

3. พระราชวังรัตนรังสรรค์(จำลอง)

พระราชวังรัตนรังสรรค์ (จำลอง) ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดระนอง สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์การเสด็จประทับแรมจังหวัดระนอง ของพระมหากษัตริย์ 3 พระองค์ ได้แก่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ซึ่งได้จัดจำลองบรรยากาศของพระราชวังเดิมเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นห้องบรรทมของรัชกาลที่ 5 ห้องบรรทมของพระราชินีและพระราชโอรส พระราชธิดา ห้องทรงพระอักษร หากมาที่นี่จะได้ชมความงดงาม และสถาปัตยกรรมของปราสาทไม้ที่สร้างด้วยไม้สัก และไม้ตะเคียนทองที่งดงามทั้งหลัง

4. วัดวารีบรรพต

วัดวารีบรรพต เป็นวัดสวยที่อยู่ในจังหวัดระนอง และอยู่ห่างจากตัวเมืองด้วยระยะห่างเพียง 7 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ก็จะถึงวัดวารีบรรพตแห่งนี้ ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขา มองเห็นวิวได้โดยรอบ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ มีความยาวถึง 22 เมตร นอกจากนี้ เราจะได้ชมความสวยงามของเจดีย์สีทอง ชื่อว่า มหาทุติยเจดีย์ศรีบรรพต เนื่องจากวัดนี้เป็นที่ศรัทธาของชาวพม่าที่อาศัยอยู่ในระนอง จึงมีพระพม่าและช่างฝีมือของพม่า มาช่วยทำการสร้างเจดีย์นี้ ถือว่าเป็นเรื่องแปลกที่ในวัดไทยจะมีเจดีย์แบบพม่าด้วย

5. จุดชมวิวเขาฝาชี

จุดชมวิวเขาฝาชี เป็นอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของ ตำบลบางแก้ว อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง โดยจุดชมวิวแห่งนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว เป็นสถานที่ชมทิวทัศน์สวยงาม พระอาทิตย์อัสดงมองเห็นลำน้ำกระบุรี ไหลมาบรรจบกับลำน้ำละอุ่นออกสู่ทะเลอันดามัน เกิดเป็นทัศนียภาพที่น่าประทับใจ ของเกาะแก่งน้อยใหญ่มองเห็นฝั่งพม่า นอกจากนี้แล้ว จุดชมวิวเขาฝาชี ยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดระนองอีกด้วย โดยเฉพาะในฤดูหนาวช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม แสงสีสุดท้ายของท้องฟ้าจะสดสวย งดงามมากที่สุด และยังสามารถมองเห็นทะเลหมอกได้ในบางวัน

6. อ่างเก็บน้ำหาดส้มแป้น

อ่างเก็บน้ำหาดส้มแป้น ตั้งอยู่เส้นทางเดียวกับ บ่อน้ำพุร้อนรักษะวาริน วัดหาดส้มแป้น เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลางมีความจุน้ำขนาด 10 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยอ่างเก็บน้ำหาดส้มแป้นแห่งนี้ ประชาชนได้ใช้ประโยชน์จากการนำน้ำไปใช้ในการเกษตร สวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน และสวนผลไม้ และยังเป็นแหล่งน้ำดิบอีกแหล่งน้ำในการสูบน้ำขึ้นมาเพื่อการผลิตน้ำประปา เพื่อจำหน่ายให้กับผู้คนในพื้นที่อำเภอเมืองระนอง ด้วยทัศนียภาพที่สวยงาม ตั้งอยู่ในที่สูง โอบล้อมด้วยหุบเขาเขียวขจี และมีบรรยากาศที่เงียบสงบ ทำให้อ่างเก็บน้ำหาดส้มแป้นกลายเป็นสถานที่พักผ่อน ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมแวะมาถ่ายภาพกันอยู่บ่อยครั้ง ในช่วงที่ฝนตกใหม่ๆอาจมีโอกาสได้เห็นสายหมอกบางๆลอยคลอเคลียอยู่ตามไหลเขาอีกด้วย

7. วัดบ้านหงาว

วัดบ้านหงาว อยู่ที่ 63/2 หมู่ที่ 1 ต.หงาว อ.เมือง จ.ระนอง เป็นวัดดังของ จ.ระนอง ซึ่งมีชื่อเสียง และมีสิ่งที่น่าสนใจคือ วังมัจฉา มีปลาจำนวนมากแล้วก็มีขนาดใหญ่ มีตั้งแต่ปลาบึก ปลาจาระเม็ดน้ำจืด และปลาดุกยักษ์ อุโบสถหลังใหม่ มีรายละเอียดการตกแต่งที่สวยงามมาก และมีพระพุทธรูปดีบุกที่ใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังมีบันได 343 ขั้น ให้นักท่องเที่ยวได้เดินขึ้นไปพิชิตภูหงาวดาวดึงส์อีกด้วย

8. เกาะพยาม

เกาะพยาม เป็นสถานที่ที่เหมาะกับการมาพักผ่อนกายใจ ให้สงบนิ่ง เกาะแห่งนี้มีความเป็นธรรมชาติแบบดั้งเดิม ยังไม่มีการก่อสร้างมากนัก ตอนกลางของเกาะเป็นภูเขามีป่าไม้และสัตว์ป่า ประเภท นก ลิง และหมูป่า พื้นที่บางส่วนเป็นสวน ชาวบ้านบนเกาะมีอาชีพทำสวนมะพร้าว สวนยาง และสวนกาหยู ลักษณะรอบๆ ชายฝั่งเป็นอ่าวสลับกับโขดหิน และหาดทราย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายเพื่อมาพักผ่อนอย่างแท้จริง เกาะพยามนี้ยังคงความเป็นธรรมชาติอยู่มาก จึงเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ หากต้องการปลีกวิเวกและอยากให้วันพักผ่อนเป็นวันอันสงบอย่างแท้จริง มาที่เกาะพยามรับรองไม่ผิดหวังแน่นอน

9. หาดทรายดำ

หาดทรายดำ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะพยาม เป็นสถานที่ชมความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของเกาะทรายดำ อันเป็นแหลมที่ยื่นออกจากฝั่งส่วนหนึ่งของระนอง โดยบนเกาะนั้นมีชุมชนขนาดใหญ่ตั้งอยู่ และใกล้กับชุมชนนั้นจะพบกับหาดทรายสีดำที่เกิดจากเศษผงของเนื้อไม้ ที่ถูกพัดพามาทับถมเป็นเวลานานจนหาดกลายเป็นสีดำ และสีดำที่ฉาบตัวหาดนั้นก็คือสีของใบโกงกางนั่นเอง ที่นี่เหมาะสำหรับการเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ไม่เหมาะกับการลงเล่นน้ำ และในบริเวณทิศใต้ของเกาะทรายดำ ยังมีอ่าวปอ เป็นอ่าวที่มีลักษณะเป็นเวิ้งอ่าวเงียบสงบมีทิวทัศน์ของชายหาด และป่าชายเลนที่สวยงามหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น ป่าชายเลนแหลมมะขาม ซึ่งมีลักษณะทางนิเวศวิทยาที่สมบูรณ์มาก รับรองว่าคนรักธรรมชาติจะต้องหลงที่นี่มากแน่ๆ สำหรับกิจกรรมบนเกาะทรายดำแห่งนี้ นอกจากการเดินป่าศึกษาธรรมชาติระยะทาง 4 กิโลเมตรแล้ว ยังจะได้ชมวิถีชีวิตของชาวประมง โดยเฉพาะการทำกะปิจากกุ้ง ซึ่งถือเป็นของดีอีกอย่างหนึ่งของจังหวัดระนองด้วย

10. อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว

อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว ตั้งอยู่ที่ หมู่ 1 ตำบลหงาว อำเภอเมือง จังหวัดระนอง เป็นสถานที่ให้ชมความชุ่มฉ่ำจากสายน้ำ เป็นน้ำตกคู่เมืองระนองที่ทุกคนรู้จักกันดี เพราะเมื่อเดินทางผ่านเข้าตัวเมืองระนอง จะต้องพบกับสายน้ำสีขาวของน้ำตกหงาวที่กระโจนลงมาจากหน้าผาสูงสายนี้ ที่นี่ได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 3 มิ.ย. พ.ศ. 2542 ครอบคลุมพื้นที่กว่า 417,500 ไร่ โดยไฮไลท์ของอุทยานฯ แห่งนี้คือ น้ำตกหงาวนั่นเอง น้ำตกหงาวนั้นเป็นน้ำตกที่ไหลลงมาจากหน้าผาสูงชัน โดยช่วงที่มีน้ำมากที่สุดคือช่วงเดือนมิถุนายน และช่วงที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวมากที่สุด คือช่วงเดือนเดือนพฤศจิกายน – เมษายนนั่นเอง

อ่านสาระเพิมเติมได้ที่ https://pizzaandfooditalia.com

ทะเลพม่า สวรรค์แห่งอันดามัน

ทะเลพม่า สวรรค์แห่งอันดามัน ทะเลที่มีความสวยงามของหาดทราย ความใสของน้ำทะเล และโดดเด่นไปด้วยโลกใต้ท้องทะเล ที่นักท่องเที่ยวต้องชอบแน่นอน

12 ทะเลพม่า สวรรค์แห่งอันดามัน

1. เกาะหัวใจมรกต

เกาะหัวใจมรกต หรือ เกาะค๊อกคอม (Cocks Comb) เกาะแห่งนี้ เพิ่งจะเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวไม่นาน มีลักษณะเป็นเกาะหินปูน มีช่องว่างตรงกลางเกาะคล้ายกับรูปหัวใจ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ส่วนบริเวณด้านล่างเต็มไปด้วยเหล่าปะการัง และปลาหลากหลายสายพันธุ์ ที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เพราะน้ำทะเลใสมาก นักท่องเที่ยวที่จะมาดำน้ำที่นี่ อาจต้องเพิ่มความระมัดระวังพอสมควร เนื่องจากจะต้องลอดปากถ้ำเข้าไป ทั้งนี้ยังต้องดูระดับน้ำ สภาพคลื่นลมต่าง ๆ ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญ เพราะน้ำที่นี่ค่อนข้างเชี่ยว แต่ถ้าได้ลองเข้าไปข้างในแล้ว รับรองว่าคุ้มค่ามากแน่นอน

2. เกาะนาวโอพี

เกาะนาวโอพี เป็นเกาะที่ตั้งเคียงคู่กับเกาะหัวใจมรกต เป็นอีกหนึ่งเกาะเปิดใหม่ ที่เป็นเหมือนสวรรค์สำหรับคนที่ชอบการเที่ยวทะเล เป็นเกาะที่มีดอกไม้ทะเลมากที่สุด และสวยที่สุด หาดทรายนุ่ม น้ำทะเลสีฟ้าใสมากๆ และยังมีความสงบ และความเป็นส่วนตัวอยู่สูง คล้าย ๆ กับเป็นเกาะส่วนตัว เพราะมีที่พักให้บริการอยู่เพียงแค่ที่เดียวเท่านั้น มีปะการังสวยและสมบูรณ์ ว่ากันว่าเป็นอีกหนึ่งเกาะที่สวยทั้งบนบกและใต้น้ำจริง ๆ

3. หมู่เกาะช้างเผือก

หมู่เกาะช้างเผือก หรือ Cock Burn Island หนึ่งในเกาะที่เที่ยวทะเลพม่าที่สวย ประกอบไปด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่รวมเป็นหมู่เกาะช้างเผือก น้ำทะเลสีฟ้าใส และแนวปะการังที่สวยเกินบรรยาย สำหรับผู้ที่ชอบดำน้ำบอกเลยว่ามาเกาะนี้ไม่ผิดหวังจริงๆ เพราะตั้งแต่วินาทีแรกที่คุณดำดิ่งมองลงไปใต้น้ำ คุณจะเจอกับฝูงปลาและปะการังหลายชนิดกันแบบใกล้ชิดเลยทีเดียว มีทั้งปลาปักเป้า ปลาดาว และปลาการ์ตูน ละลานตาอยู่เต็มไปหมด จนทำให้ต้องตะลึงกับใต้ท้องทะเลแห่งนี้ หรือจะเดินเล่นบนหาดทรายสวย ๆ ก็ชิลได้ไม่แพ้กัน ลองได้มาเห็น รับรองว่าต้องชื่นชอบความอุดมสมบูรณ์ของทะเลพม่าแน่นอน

4. เกาะบรูเออร์

เกาะบรูเออร์ หรือ Bruer island มีชื่อเรียกในภาษาพม่าว่า ซองก๊อก (Saung Guat) แปลว่า พิณพม่า เพราะเมื่อมองจากมุมสูงที่นี่จะมีลักษณะคล้ายกับพิณพม่า จุดเด่นที่ไม่เหมือนใครของเกาะบรูเออร์คือ มีชายหาดที่ยาวคู่ขนานกันทั้ง2สี หาดหนึ่งจะมีสีฟ้าและอีกหาดหนึ่งจะมีสีเขียวมรกต ทั้งสองหาดสามารถเดินข้ามมาหากันได้เพียงไม่กี่เมตร โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และยังมีจุดดำน้ำที่สวยงามอยู่หลายจุด ซึ่งแต่ละจุดมีความสวยงามอยู่ไม่แพ้กัน นักท่องเที่ยวจะได้เพลิดเพลินกับฝูงปลา และปะการังสวยๆอย่างแน่นอน

5. เกาะย่านเชือก

เกาะย่านเชือก หรือ ZedetkyiKyun Island ว่ากันว่าเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในน่านน้ำของท้องทะเลพม่า นักท่องเที่ยวไม่สามารถขึ้นไปทำกิจกรรมต่าง ๆ บนชายหาดได้ เพราะมีทหารพม่าดูแลอยู่ แต่นักท่องเที่ยวสามารถดำน้ำบริเวณหน้าหาดได้ ซึ่งบอกได้เลยว่า ที่นี่เป็นเหมือนสวรรค์ขนาดย่อม เพราะเต็มไปด้วยดอกไม้ทะเลและปลานีโมแหวกว่ายไปมา มีปะการังน้ำตื้นหลากหลายชนิด เช่น ปะการังเขากวาง ปะการังผักกาด ปะการังโต๊ะ และปะการังสมอง แต่ถ้าสภาพอากาศและท้องทะเลเป็นใจ ก็อาจมีโอกาสพบหมึกกระดองในบริเวณนี้อีกด้วย

6. เกาะลอร์ด แฮฟเว่น

เกาะลอร์ด เฮฟเว่น หรือ Lord Heaven Island เป็นเกาะสวยในทะเลพม่า และเป็นหนึ่งในหมู่เกาะมังกร ที่ยังคงความสวยงามทางธรรมชาติไว้อย่างครบถ้วนทั้งบนบก และใต้ท้องทะเลจนถูกให้นิยามว่าเป็น ราชาแห่งสวรรค์ กันเลยทีเดียว ที่นี่มีหาดสีขาวทรายละเอียดนุ่มเท้า ที่ถูกโอบล้อมด้วยกำแพงภูเขา บนหาดเต็มไปด้วยต้นไม้เขียวขจี นอกจากนี้เรายังสามารถเดินทะลุไปอีกฝั่งหนึ่งได้ ซึ่งหลังเกาะนั้นจะเป็นอ่าวเล็กๆ ชื่อ Shark Bay เป็นหน้าผาและก้อนหินที่มีรูปร่างคล้ายครีบฉลามโผล่เหนือน้ำ มีโขดหินแหลมๆ สวยงาม แปลกตามากๆ เหมาะกับการถ่ายรูปสวยๆอย่างยิ่ง

7. เกาะลัฟโบโร่

เกาะลัฟโบโร่ (Lord Loughborough Island) นี้เป็นหนึ่งในหมู่เกาะมังกร เป็นที่เที่ยวสุดฮอตของทะเลพม่า ที่นี่มีน้ำทะเลสวยใสสีคราม หาดทรายขาวละเอียด และโลกใต้ทะเลที่อุดมสมบูรณ์ ตรงด้านหน้าอ่าวจะเรียกว่า Sleeping Dragon หรือ อ่าวมังกรหลับ เพราะหากดูจากมุมสูงของเกาะ จะมองคล้ายกับมังกรหลับ ซึ่งเราสามารถเดินขึ้นไปชมวิวสวยๆ นี้ได้จากจุดชมวิวของเกาะอีกด้วย

8. เกาะค็อกเบิร์น

เกาะค็อกเบิร์น (Cock Burn Island) เป็นเกาะกลางทะเลอันดามันที่มีแต่ผืนป่า หาดทราย โขดหิน ท้องทะเล และความเงียบสงบ เกาะแห่งนี้มีเอกลักษณ์ตรงที่มีหาดทรายสั้น ๆ เชื่อมระหว่างเกาะจนกลายเป็นหาดที่มีน้ำทะเลทั้ง 2 ฝั่ง และจะมีช่วงเวลาที่น้ำทะเลท่วมกลืนหาดนี้ทั้งหาดด้วย นับว่าเป็นความมหัศจรรย์ที่น่าตื่นตาของทะเลพม่าเป็นอย่างมาก นอกจากหาดทรายที่สวยและแปลกตาแล้ว ที่เกาะนี้ยังมีแนวปะการังน้ำตื้นไม่ถึงเมตร ที่อยู่บนเรือก็สามารถมองเห็นได้ชัดเจน และสามารถนั่งเรือเร็วเดินทางจากระนองมาถึงเกาะค็อกเบิร์นได้ในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง

9. เกาะเกือกม้า

เกาะเกือกม้า (HorseShoe Island) เป็นเกาะเล็ก ๆ ที่มีลักษณะโค้งเว้าเหมือนรูปเกือกม้า และมีชายหาดที่สวยงามตระการตา ที่ได้ซ่อนเร้นอยู่ในโค้งนี้ เกาะนี้จึงมีชื่อตรงกับลักษณะว่าเกาะเกือกม้า หรือเกาะฮอร์ทชูส์ โดยน้ำทะเลของหาดบนเกาะนี้จะค่อนข้างสงบนิ่ง เนื่องจากอยู่ในโค้งเว้าและมีเกาะแก่งขวางคลื่นลมอยู่ การท่องเที่ยวที่เกาะแห่งนี้คุณสามารถเลือกได้ทั้งการเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับจากระนอง หรือนอนค้างคืนบนเกาะเกือกม้านี้เลย และเกาะนี้ยังอยู่ไม่ไกลกับเกาะหัวใจมรกต และอยู่ในแนวเดียวกับเกาะช้างและเกาะพยามของฝั่งไทยอีกด้วย การเดินทางจากระนองมาถึงเกาะนี้จึงใช้เวลาไม่นานนัก

10. เกาะซาลิ

เกาะซาลิ (Sali Island) ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นมัลดีฟส์แห่งพม่าเลยก็ว่าได้ จากชายหาดและทะเลตื้นที่น้ำใสจนเห็นพื้นทรายขาว ๆ ใต้น้ำอย่างชัดเจน และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแหล่งใหม่ที่ยังไม่มีชื่อในแผนที่โลก (เกาะอยู่ใกล้กับ Balar Island ทางฝั่งทะเลพม่าซึ่งในกูเกิลแมพระบุชื่อว่า Saddle Island) โดยการเดินทางไปเกาะซาลิใช้เวลาในการเดินทางจากท่าเรือในระนองประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ ซึ่งจุดเด่นของเกาะซาลิ คือชายหาดที่กว้างใหญ่มาก และยื่นออกไปในลักษณะแหลมทราย โดยรอบเป็นเขตทะเลน้ำตื้นที่น้ำใสสะอาดสุดๆ

11. เกาะแมคลอยด์

เกาะแมคลอยด์ (Macleod Island) หรือออกเสียงอีกอย่างว่าเกาะมากุย เป็นเกาะที่ได้รับการยกว่าคือราชินีแห่งทะเลพม่า เพราะเป็นเกาะขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยชายหาดหลายแห่ง มีแนวปะการังล้อมรอบมากมาย ภายใต้ธรรมชาติทั้งผื่นป่าและท้องทะเลที่ยังอุดมสมบูรณ์ และมีรีสอร์ทที่พักบนเกาะให้นอนค้างคืนด้วย มีกิจกรรมหลากหลายทั้งเล่นน้ำ ดูปะการัง ไปจนถึงปีนเขาขึ้นสู่ยอดสุดของเกาะที่มีทัศนียภาพที่สวยงาม โดยเกาะแมคลอยด์นั้นยังมีเกาะน้อยใหญ่อีกหลายแห่งล้อมรอบอีกด้วย

12. เกาะมุก

เกาะมุก (Pearl Island) เป็นเกาะไฮไลท์อีกแห่งหของทะลอันดามันเลยก็ว่าได้ โดยเกาะนี้มีชื่อท้องถิ่นว่า Pyin Sa Island โดยเกาะมุกแห่งนี้ นับว่าเป็นสวรรค์ของนักดำน้ำตื้นเลยทีเดียว เพราะมีแนวปะการังอยู่ไม่ไกล และในเส้นทางไปเกาะมุกก็ยังผ่านนีโมการ์เด้น (Nemo Garden) แนวปะการังที่เต็มไปด้วยปลาการ์ตูนมากมายให้ได้ใกล้ชิด ส่วนชายหาดของเกาะมุกก็เป็นหาดที่เงียบสงบ เม็ดทรายละเอียดนุ่มเท้า น้ำใสสะอาด รายล้อมด้วยแนวปะการังน้อยใหญ่ ซึ่งดำเที่ยวทั้งวันก็ไม่มีเบื่อกันเลยทีเดียว

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ Https://pizzaandfooditalia.com

จุดเช็คอินยอดฮิต จังหวัดพัทลุง

จุดเช็คอินยอดฮิต จังหวัดพัทลุง 1 ในจังหวัดทางภาคใต้ ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย และเป็นที่ประทับใจของนักท่องเที่ยวแน่นอน

10 จุดเช็คอินยอดฮิต จังหวัดพัทลุง

1. เขาอกทะลุ

เขาอกทะลุ คือภูเขาที่อยู่ในตราประจำจังหวัดพัทลุง เป็น Landmark เด่นในเทศบาลเมือง ที่มองจากจุดไหนก็เห็นเด่นชัด เขาลูกนี้สูงประมาณ 250 เมตร มีทางเดินป่าปีนเขาขึ้นไปชมวิวเมืองพัทลุงจากด้านบนได้ มีโพรงหินปูนเป็นช่องทะลุ รูปร่างวงกลมขนาดใหญ่ ราวกับมียักษ์มาเจาะรูไว้ ปู่ย่าตายายเล่าต่อกันมาว่า อดีตมีพ่อค้าชื่อนายเมือง มีเมีย 2 คน ชื่อนางสินลาลุดีเป็นเมียหลวง และนางบุปผาเป็นเมียน้อย อยู่มาวันหนึ่งสองคนนี้ทะเลาะกัน นางสินลาลุดีกำลังทอผ้าอยู่ จึงใช้ฟืมทอผ้าตีหัวนางบุปผาแตก ส่วนนางบุปผากำลังตำข้าว ก็ใช้สากเสียบที่อกของอีกฝ่าย ตายด้วยกันทั้งคู่ นางสินลาลุดีจึงกลายเป็นเขาอกทะลุ และนางบุปผากลายเป็นเขาหัวแตก ตั้งเด่นอยู่ในเมืองพัทลุงมาตราบทุกวันนี้

2. ทะเลน้อย

ทะเลน้อย เป็นทะเลบัวใหญ่ที่สุดของภาคใต้ จริงๆ แล้วทะเลน้อยคือส่วนด้านบนสุดของทะเลหลวงและทะเลสาบสงขลา แต่ทะเลน้อยมีน้ำจืดสนิทตลอดปี จึงเกิดทะเลบัวแดงนับล้านดอกเบ่งบานในช่วงฤดูหนาว-ต้นฤดูร้อน หากได้ไปล่องเรือเที่ยวชมอาณาจักรในเวิ้งน้ำกว้างแห่งนี้ตั้งแต่เช้าตรู่ ก็จะพบกับนกตื่นนอน เกี้ยวพาราสี ฟักไข่ เลี้ยงลูก และยังได้ชมทะเลบัวเบ่นบานรับแสงอรุณในยามเช้า สูดโอโซนสดชื่น พร้อมกับชมนกอพยพฤดูหนาวนับร้อยชนิด อย่างนกกระสาแดง นกกระสานวล นกอีโก้ง นกเป็ดผี นกกาน้ำเล็ก รวมถึงฝูงเป็ดแดงนับหมื่นตัวอีกด้วย

3. สวนไผ่ขวัญใจ

สวนไผ่ขวัญใจ ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวใหม่ แต่เป็นที่สนใจและกล่าวขานกันอย่างกว้างขวาง ณ ขณะนี้ที่อำเภอควนขนุน จ.พัทลุง ที่นี่เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่รักธรรมชาติ ต้องการสัมผัสวิถีท้องถิ่น รวมถึงยังเป็นขวัญใจของชาวบ้านด้วย เพราะที่นี่ได้แบ่งปันความสุข การมีส่วนร่วม และกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างกว้างขวาง สวนไผ่แห่งนี้มีเนื้อที่กว่า 30 ไร่ ปลูกไผ่ไว้มากกว่า 41 ชนิด โดยไผ่ต้นแรกนำมาจาก จ.สุพรรณบุรี พื้นที่เดิมเป็นสวนมะพร้าว แล้วค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสวนไผ่ที่ร่มรื่นสุดในปัจจุบัน เปิดทุกวันเสาร์ เวลา 09.00-18.00 น. มีชาวบ้านมาเปิดร้านค้ากันอย่างคึกคัก ขายของกินของใช้ งานหัตถกรรมน่ารักๆ เก๋ๆ นอกจากนี้เรายังได้สูดอากาศบริสุทธิ์ที่ป่าไผ่ปล่อยออกมา ให้หายใจกันอย่างเต็มปอดอีกด้วย

4. ร้านแบบไทย

ที่นี่เป็นร้านอาหารสุขภาพที่โด่งดัง และยังเป็นร้านนวดไทยตำรับชาววังที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใคร ที่นี่สร้างด้วยอาคารไม้สถาปัตยกรรมไทยทั้งหมด ร่มรื่นด้วยแมกไม้เงียบสงบเป็นส่วนตัว ที่ร้านอาหารด้านหน้ามีเมนูสุขภาพเสิร์ฟให้ทานตลอดทั้งวัน โดยเป็นอาหารปลอดสารพิษไม่ใส่ผงชูรส เน้นไปทางพืชผักและปลาท้องถิ่น ผลไม้ตามฤดูกาล แถมยังมีเครื่องดื่มคลอโรฟิลด์ น้ำส้มคั้นสดและน้ำอัญชัญ ให้ได้ลิ้มรสกันอีกด้วย ส่วนผู้ที่อยากผ่อนคลาย ที่เรือนไม้ข้างๆร้านอาหารเป็นโรงนวดแบบไทยพื้นบ้านต้นตำรับปักษ์ใต้ของ หมอทอง ครูนวดที่เคยเข้าไปอยู่ในราชสำนักมาก่อน การนวดของที่นี่ไม่เหมือนใครคือ ให้หมอนวดตั้งแต่2-9คน ขึ้นมาเหยียบคลายเส้นเราพร้อมๆกัน แต่ว่าจะขึ้นอยู่กับใครเมื่อยมากเมื่อยน้อย และทนได้มากแค่ไหน

5. วังเก่าเจ้าเมืองพัทลุง

วังเก่าเจ้าเมืองพัทลุง อยู่ใกล้กับวัดวัง อำเภอเมืองพัทลุง เดิมเป็นที่ว่าราชการและที่พำนักของเจ้าเมืองพัทลุง เป็นหมู่เรือนไทยภาคกลางสร้างด้วยไม้ผสมปูนอย่างงดงาม ส่วนที่เหลืออยู่คือวังเก่าสร้างสมัยพระยาพัทลุง ต่อมาตกทอดสู่นางประไพ มุตามะระ บุตตรีของหลวงศรีวรฉัตร ส่วนวังใหม่สร้างเมื่อ พ.ศ. 2432 โดยพระยาอภัยบริรักษ์ฯ บุตรชายของเจ้าเมืองพัทลุง ปัจจุบันทายาทตระกูลจันทโรจวงศ์ได้มอบให้กรมศิลปากร ขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติของชาติและเป็นโบราณสถาน เปิดให้เข้าชมทุกวัน (ยกเว้นวันจันทร์-อังคาร) เวลา 09.00-12.00 น. และ 13.00-16.00 น. ด้านในมีห้องต่างๆ ทั้งห้องนอน ห้องรับแขก ห้องครัว ฯลฯ พร้อมด้วยเครื่องเรือนสมัยโบราณในสภาพดีเยี่ยม ให้ได้ชมกัน

6. วัดวัง

วัดวัง เป็นหนึ่งในวัดสำคัญที่สุดของพัทลุง ตั้งอยู่ที่หมู่ 4 บ้านลำปำ ตำบลลำปำ อำเภอเมืองพัทลุง เคยใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ตามพงศาวดารเมืองพัทลุงกล่าวว่า พระยาพัทลุง (ทองขาว) เป็นผู้สร้างวัดนี้ มีการฉลองเมื่อวันจันทร์ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7 พ.ศ. 2359 ต่อมาพระยาพัทลุง (ทับ) ได้ทำการบูรณะ โดยให้หลวงยกกระบัตร (นิ่ม) ไปรื้ออิฐจากกำแพงเมืองเก่าชัยบุรีมาสร้าง มีการฉลองวัดอีกครั้งเมื่อขึ้น 14 ค่ำ เดือน 8 พ.ศ. 2403 ภาพจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถเขียนโดยช่างชั้นครู เป็นช่างชุดเดียวกับผู้วาดภาพจิตกรรมฝาผนังในพระอุโบสถวัดพระแก้ว โดยนายช่างได้ใช้สีแดง น้ำเงิน ขาว และดำเป็นหลัก โดยเฉพาะสีน้ำเงินนั้นทำมาจากต้นครามแท้ๆ และยังอยู่มาได้หลายร้อยปีจนถึงทุกวันนี้

7. วัดเขียนบางแก้ว

วัดเขียนบางแก้ว เป็นวัดเก่าแก่ของจังหวัดพัทลุง สันนิษฐานว่าสร้างสมัยอยุธยาตอนต้น มีพระธาตุบางแก้ว ซึ่งดูคล้ายกับจำลองแบบมาจาก พระบรมธาตุนคร (นครศรีธรรมราช) เชื่อกันว่าที่นี่เป็นบริเวณที่เมืองเก่าพัทลุงเคยตั้งอยู่ มีการขุดพบซากปรักหักพังของศิลาแลงจำนวนมาก และพระพุทธรูปโบราณแบบดินเผา หม้อ ไห จาน ชาม เครื่องเคลือบจีน เหรียญกษาปณ์ เงินพดด้วง สร้อยหินสีลูกปัด ตำราโบราณ อาวุธโบราณ และวัตถุโบราณอีกมาก ส่วนหนึ่งจัดแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑ์วัดเขียนบางแก้ว การเดินทางจากตัวเมืองพัทลุง ใช้ทางหลวงหมายเลข 4081 เลยอำเภอเขาชัยสนไป 7 กิโลเมตร ในเขตบ้านบางแก้วใต้ มีป้ายบอกทางเข้าวัดอยู่ด้านซ้ายมือ โดยวัดเขียนบางแก้ว ตั้งอยู่ริมทะเลสาบสงขลา มีบรรยากาศที่ร่มรื่น และสงบมาก

8. วัดถ้ำคูหาสวรรค์

วัดถ้ำคูหาสวรรค์ เป็นศาสนสถานสำคัญที่ตั้งอยู่กลางเมืองพัทลุงมาตั้งแต่โบราณ ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาเป็นที่สูงทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเชิงเขาคูหาสวรรค์ (เขาหัวแตก) มีบันทึกคร่าวๆว่า ในอดีตเมืองพัทลุงเคยถูกโจรสลัดบุกปล้น วัดแห่งนี้จึงถูกทิ้งร้าง เเละเพิ่งได้รับการบูรณะสมัยรัตนโกสินทร์ พ.ศ. 2432 เพื่อเตรียมรับเสด็จ ร. 5 เมื่อ รศ. 108 วัดถ้ำคูหาสวรรค์จึงกลายเป็นพระอารามหลวงแห่งแรกของพัทลุง จุดเด่นที่เราเข้าไปเดินชมได้ง่ายๆ คือในโถงถ้ำใหญ่มีพระพุทธรูปปางสมาธิและปางไสยาสน์ประดิษฐานเรียงรายอยู่ตามผนัง ส่วนเพดานหินตรงปากถ้ำ มีจารึกพระปรมาภิไธยย่อของรัชกาลที่ 5 ปรากฏอยู่ด้วย

9. บ่อน้ำร้อนเขาชัยสน

บ่อน้ำร้อนเขาชัยสน อยู่ที่ อ.เขาชัยสน เป็นที่เที่ยวพัทลุงที่มีความสำคัญ และมีคุณค่าทั้งทางธรรมชาติ และทางประวัติศาสตร์มากๆ น้ำร้อนที่เกิดขึ้นเป็นลักษณะพื้นที่ที่เกิดจากความร้อนใต้พิภพ ทำให้บริเวณนี้มีน้ำร้อนตลอดเวลา ซึ่งทางหน่วยงานในท้องถิ่น จัดสถานที่ได้อย่างดี มีที่พักไว้รองรับหลายหลัง มีบ่อแช่เท้า และจะมีนักท่องเที่ยวมาเเช่น้ำตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ก็มีห้องส่วนตัว เหมือนมาออนเซ็นญี่ปุ่นเลยทีเดียว

10. น้ำตกไพรวัลย์

น้ำตกไพรวัลย์ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ในพัทลุง ด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบ ร่มเย็น สถานที่แห่งนี้ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเลือกเป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ด้วยความที่น้ำตกไหลลงมาจากผาสูง ทำให้กระแสน้ำค่อนข้างแรง ดังนั้นควรเล่นน้ำในชั้นล่างของน้ำตกแห่งนี้ จะมีความปลอดภัยมากกว่า

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ Https://pizzaandfooditalia.com

เที่ยวจังหวัดตรัง แบบไม่ง้อทะเล

เที่ยวจังหวัดตรัง แบบไม่ง้อทะเล จังหวัดที่มีทะเลสวยมากมาย หาดทรายขาว มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ผู้คนอบอุ่นเป็นมิตร และมีโบราณสถานที่สำคัญอีกด้วย

สถานที่ เที่ยวจังหวัดตรัง แบบไม่ง้อทะเล

1. พระนอนทรงเครื่องโนรา วัดภูเขาทอง

พระนอนทรงเครื่องโนรา วัดภูเขาทอง ตั้งอยู่ภายในวัดภูเขาทอง ตำบลน้ำผุด อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง ได้ชมความงดงามของพระพุทธรูป ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใคร เป็นพระพุทธรูปโบราณปางปรินิพพาน ที่สร้างขึ้นในสมัยศรีวิชัย ซึ่งไม่ค่อยพบเห็นกันบ่อยนัก โดยลักษณะเด่นอยู่ตรงที่พระเศียรทรงเทริดมโนราห์ ตามศิลปะของภาคใต้ที่มีความเชื่อกันว่าเทริดนั้น เป็นเครื่องประดับที่ศักดิ์สิทธิ์ และเป็นของสูง ทั้งนี้กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนวัดภูเขาทองอันเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์นี้ ให้เป็นโบราณสถานที่สำคัญของชาติแล้วด้วย

2. พิพิธภัณฑ์พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี

พิพิธภัณฑ์พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี ตั้งอยู่ที่ ตำบลกันตัง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง อยู่ห่างจากเทศบาลกันตังประมาณ 200 เมตร เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทางประวัติศาสตร์ คือ จวนเก่าเจ้าเมืองตรัง หรือบ้านพักอดีตเจ้าเมืองตรังพระยารัษฎานุประดิษฐ์ มีลักษณะเป็นเรือนไม้ 2 ชั้น มีรูปปั้นหุ่นขี้ผึ้ง และเครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของท่านอย่างครบถ้วน โดยมีทายาทตระกูล ณ ระนอง เป็นผู้ดูแลรักษา เปิดให้เข้าชมทุกวัน หยุดวันจันทร์ (ถ้าตรงกับวันหยุดราชการเปิดตามปกติ และหยุดชดเชยในวันต่อไป) เวลา 08.00-16.30 น.

3. ถ้ำเลเขากอบ

ถ้ำเลเขากอบ ตั้งอยู่ที่ หมู่ 1 ตำบลเขากอบ อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง มีลักษณะเป็นภูเขาผาหินสูงชัน สลับซับซ้อน จุดเด่นของการมาเยือนถ้ำเลเขากอบ อยู่ที่ถ้ำสุดท้ายคือ ถ้ำลอดหรือเรียกอีกว่าถ้ำมังกร เพราะนักท่องเที่ยวจะต้องนอนราบไปกับเรือ เพื่อลอดเพดานถ้ำส่วนที่ต่ำที่สุด มืดที่สุด และแคบที่สุด สิ่งเหล่านี้สร้างความตื่นเต้นชวนหวาดเสียวได้ไม่น้อย จนบางช่วงจังหวะของการลอดถ้ำก็อาจทำให้หายใจได้ไม่ทั่วท้อง แถมยังมีความเชื่อด้วยว่าการได้ลอดผ่านจุดนี้ เปรียบเสมือนการนอนลอดผ่านท้องมังกร ถือเป็นสิริมงคลยิ่ง

4. สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้ (ทุ่งค่าย)

สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้ (ทุ่งค่าย) ตั้งอยู่ที่ หมู่ 2 ถนนตรัง-ปะเหลียน อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ภายในเต็มไปด้วยสวนรุกขชาติ สวนสมุนไพร พิพิธภัณฑ์พืช และสำหรับผู้ที่ชอบค้นคว้าด้วยแล้ว ที่นี่ยังบริการห้องสมุดพฤกษศาสตร์ให้ได้ศึกษาหาความรู้กันอย่างเต็มที่ มีการจัดเส้นทางศึกษาธรรมชาติให้เลือกหลากหลายเส้นทาง และแต่ละเส้นทางนั้น ตัดผ่านป่าดิบที่ลุ่มต่ำ รวมทั้งป่าพรุซึ่งมีพรรณพืชน่าสนใจมากมาย รวมถึงไฮไลท์เส้นทางสะพานศึกษาธรรมชาติเรือนยอดไม้ (Canopy Walk Way) อีกหนึ่งมุมถ่ายรูปสวย ที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

5. ถ้ำเขาช้างหาย

ถ้ำเขาช้างหาย ตั้งอยู่ที่ ตำบลนาหมื่นศรี อำเภอนาโยง เป็นถ้ำขนาดใหญ่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองตรัง แต่ละปีจะมีผู้คนเดินทางเข้ามาชมถ้ำแห่งนี้จำนวนมาก เนื่องจากภายในเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยสุดตระการตามากมาย และคุณจะพบถ้ำใหญ่ๆภายในนั้นถึง6ถ้ำ ได้แก่ ถ้ำช้างหาย ถ้ำเพกา ถ้ำทรายทอง ถ้ำโอ่ง ถ้ำลม และถ้ำแม่เฒ่าคล้าย ซึ่งโถงถ้ำแต่ละแห่งที่กล่าวถึงนี้ล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว การเดินชมถ้ำแห่งนี้ค่อนข้างสะดวกสบาย มีไฟส่องสว่างในแต่ละจุด และบรรยากาศในถ้ำยังเย็นสบายตลอดทั้งปีแม้จะเป็นช่วงฤดูร้อนก็ตาม

6. น้ำตกโตนเต๊ะ

น้ำตกโตนเต๊ะ ตั้งอยู่ที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด ตำบลช่อง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ โดยมีต้นกำเนิดมาจากเทือกเขาบรรทัด ความสวยงามอยู่ที่สายลำธารของน้ำตก ที่ไหลผ่านซอกหินแต่ละชั้น ด้านล่างเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถลงเล่นน้ำได้ชิล ๆ ทั้งยังเป็นน้ำตกที่มีน้ำตลอดทั้งปี ตลอดทางเดินมีพรรณไม้ให้ชมหลายชนิพ และยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติโตนเต๊ะ ให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวชมกันอีกด้วย

7. ถนนคนเดินตรัง

ถนนคนเดินตรัง ตั้งอยู่ที่ บริเวณหน้าสถานีรถไฟกันตัง ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง หากมาที่นี่ แนะนำว่าให้มาช่วงเย็น ๆ เพราะเป็นช่วงที่ถนนคนเดินมีความคึกคักมากที่สุด มีทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทย และต่างชาติ มาเดินเลือกซื้อของกันอย่างคึกคัก สินค้าที่ขายส่วนมากจะเป็นอาหาร ทั้งอาหารแบบท้องถิ่น อาหารใต้ อาหารทั่วไป ขนม ของกินเล่น สินค้าที่ระลึก สินค้าหัตถกรรม ศิลปะ และงานฝีมือ ที่สำคัญราคาไม่แพง น่าจับจ่ายซื้อหาเป็นที่สุด เปิดทุกวันวันศุกร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 17.00-22.00 น.

8.  คริสตจักรตรัง

 คริสตจักรตรัง ตั้งอยู่ที่ บริเวณถนนห้วยยอด ตำบลนาตาล่วง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง เป็นโบสถ์คริสต์เก่าแก่ อายุเกือบร้อยปี ตัวอาคารจะเป็นสีเหลือง หากแต่ไม่ใช่ด้วยการทาสี แต่เป็นการผสมสีปูนปั้น บรรยากาศสงบ สวยงาม ซึ่งปัจจุบันโบสถ์แห่งนี้ยังคงถูกใช้งานสำหรับพิธีต่าง ๆ เหมาะแก่การมาถ่ายรูป นับเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยว ที่เป็นโบราณสถานของจังหวัดตรัง ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดมาเยี่ยมชม

9. สถานีรถไฟกันตัง

สถานีรถไฟกันตัง ตั้งอยู่ที่ บริเวณถนนหน้าค่าย ตำบลกันตัง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง เป็นสถานีรถไฟสุดท้าย ของทางรถไฟสายใต้ฝั่งทะเลอันดามัน โดดเด่นด้วยตัวอาคารไม้ชั้นเดียว ทรงปั้นหยา ตกแต่งประดับด้วยมุขเสา ลวดลายฉลุสวยงาม คงแบบฉบับเอกลักษณ์ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 เอาไว้ได้อย่างสวยงาม ภายในมีข้าวของเครื่องใช้ในอดีตให้เห็นอยู่บ้าง และแม้ว่าวันเวลาจะผ่านไป สถานีรถไฟกันตังแห่งนี้ ก็ยังคงความคลาสสิก เหนือกาลเวลาเอาไว้อย่างไม่เลือนหาย

10. เขาหัวแตก

เขาหัวแตก ตั้งอยู่ที่ ตำบลเขากอบ อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยว ที่น่าสนใจอีกแห่ง ซึ่งเกิดจากการพัฒนา โดยกลุ่มส่งเสริมการท่องเที่ยวเขาหัวแตก จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแนวผจญภัย หรือแอดเวนเจอร์ สนุกไปกับกิจกรรมท่องเที่ยวที่หลากหลาย ทั้งพายเรือคายัก เล่นน้ำ ปั่นจักรยาน และเพลิดเพลินไปกับการถ่ายรูป ท่ามกลางป่าไม้สีเขียวขจี ที่อุดมสมบูรณ์ และน้ำสีเขียวมรกต มองแล้วเพลินตาสบายใจสุด ๆ

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ Https://pizzaandfooditalia.com

เที่ยวจังหวัดตรัง ถิ่นกำเนิดยางพารา

เที่ยวจังหวัดตรัง ถิ่นกำเนิดยางพารา จังหวัดที่มีทะเลสวย หาดทรายขาว มากมายด้วยแหล่งท่องเที่ยว ผู้คนอบอุ่น และเป็นมิตร

10สถานที่ เที่ยวจังหวัดตรัง ถิ่นกำเนิดยางพารา

1. เกาะกระดาน

เกาะกระดาน ได้รับการยกย่องว่า เป็นเกาะที่สวยที่สุดของทะเลตรัง (ไม่นับเกาะรอก ซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดกระบี่ แต่เดินทางได้สะดวกจากตรัง) มีเนื้อที่ประมาณ 600 ไร่ 5 ใน 6 ส่วนของเกาะนี้ อยู่ในความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ที่เหลือเป็นสวนยาง และสวนมะพร้าวของเอกชน เกาะกระดานเป็นชายหาดที่มีทรายขาวละเอียด มีชายหาดกว้างใหญ่สวยงามน่าเล่นน้ำ น้ำทะเลใสจนมองเห็นแนวปะการังน้ำตื้น ตลอดจนฝูงปลานานาชนิด ทุกวันจะมีนักท่องเที่ยวมาแวะจอดเรือเล่นน้ำ อาบแดด ซึ่งที่นี่ยังมีอ่าวเนียง ซึ่งเป็นจุดดำน้ำตื้นชมปะการังได้อย่างสวยงาม น้ำทะเลที่อ่าวเนียงนี้ใสมากเป็นสีมรกตงดงามสุดๆ เหล่าปะการังใต้น้ำเป็นปะการังแข็งที่มีชีวิต มีฝูงปลาต่างๆ หลากหลายให้ชื่นชม บนเกาะมีที่พักบริการทั้งของเอกชน และหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ

2. เกาะมุก

เกาะมุก พื้นที่บนเกาะส่วนใหญ่ จะเป็นโขดหิน และผาสูง บนเกาะมีหมู่บ้านชาวประมง และยังเป็นที่อยู่อาศัยของนกนางแอ่นอีกด้วย นอกจากนี้บนเกาะยังมีถ้ำสวยๆ ที่หลายๆคนรู้จักกันดีในชื่อถ้ำมรกต ที่มีความงดงามตระการตาที่สุด ซึ่งหากนักท่องเที่ยวที่สนใจจะเดินทางไปชมถ้ำนี้ จะเข้าได้เฉพาะในเวลาที่น้ำลงเท่านั้น สำหรับการเดินทางจะต้องนั่งเรือรอดโพรงเล็กๆ และเมื่อพ้นเข้าไปนักท่องเที่ยวจะพบกับหาดทรายขาวสะอาด ล้อมรอบหน้าผาสูงชันที่มีฟ้าสีคราม ที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งเกาะ ที่คุ้มค่าแก่การแวะไปสัมผัส

3. เกาะเหลาเหลียง

เกาะเหลาเหลียง ตั้งอยู่ในตำบลเกาะสุกร อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง เป็นหนึ่งในหมู่เกาะเภตรา กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพืชพันธุ์ เป็นเกาะที่เงียบ สงบ หากอยากเที่ยวหาดทรายสวยๆ แต่ไม่ชอบความวุ่นวาย แนะนำให้มาที่เกาะเหลาเหลียงแห่งนี้ เพราะขึ้นชื่อเรื่องความเงียบสงบอย่างเป็นที่สุด ทั้งนี้ ที่เกาะเหลาเหลียงก็ยังมีทัศนียภาพที่สวยงาม ด้วยเกาะหินปูนตั้งตระหง่านด้วยกันสองลูก เป็นเกาะที่เหมาะกับการมานอนอาบแดด เล่นน้ำทะเล และพักผ่อน

4. เกาะลิบง

เกาะลิบง เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด ในจังหวัดตรัง หากไปเที่ยวที่เกาะนี้ จะได้ชมความงามของธรรมชาติ และเห็นถึงวิถีชาวบ้านที่อยู่บนเกาะแห่งนี้ ส่วนใหญ่ที่พักบนเกาะลิบง จะมาในรูปแบบของโฮมสเตย์ ที่นอกจากจะมีที่พัก ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ให้ทำมากมาย แต่ไฮไลท์ของเกาะลิบง ที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาพักที่นี่ คือการดูพะยูน เพราะบริเวณรอบเกาะลิบง จะเต็มไปด้วยสาหร่าย ที่เป็นอาหารของพะยูน ถ้าใครอยากมาดูพะยูนที่เกาะลิบง แนะนำให้มาช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม ซึ่งเป็นช่วงที่น้ำทะเลจะใสสะอาดมากๆ

5. เกาะแหวน

เกาะแหวน เป็นเกาะที่เหมาะกับผู้ที่ชอบดำน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการดำน้ำลึก หรือว่าดำน้ำตื้น ก็ไม่ควรพลาดที่จะมาดำน้ำดูปะการัง และปลาน้อยใหญ่ที่เกาะแหวน เนื่องจากบริเวณจุดแหวนนี้ เป็นบริเวณดำน้ำที่ฮอตฮิตเป็นอย่างมาก ขึ้นชื่อเรื่องโลกใต้ทะเลที่สวยงาม แต่บริเวณเกาะแหวนจะไม่มีหาด หรือว่าที่พัก เพราะเกาะแห่งนี้ เป็นเกาะที่เปิดสัมปทานรังนกแต่เพียงเท่านั้นนั่งเอง

6. เกาะไหง

เกาะไหง ถึงเป็นเกาะที่เป็นรอยต่อของทั้งจังหวัดกระบี่ และตรัง แต่ส่วนมากคนที่มาเที่ยวตรัง ก็มักจะไม่พลาดมาเที่ยวที่เกาะไหงอยู่ดี เพราะเกาะไหงขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของชายหาดเป็นอย่างมาก หาดทรายจะมีความขาวสะอาด และละเอียดอย่างเป็นที่สุด การมาเที่ยวที่เกาะไหง สามารถมาขึ้นเรือได้ที่ท่าเรือปากเมง หรือใครสะดวกมาเที่ยวจากฝั่งกระบี่ ก็สามารถเดินทางมาจากเกาะลันตาได้เช่นกัน

7. หาดเจ้าไหม

อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม มีพื้นที่ครอบคลุม อยุ่ในท้องที่อำเภอสิเกา และอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง อยู่ทางทะเลอันดามัน ที่แห่งนี้ ประกอบไปด้วยป่าชายเลน หญ้าทะเล และเกาะแก่ง มีหาดทรายขาวนวล เรียงยาวไปตามผืนแผ่นดินกว่า 20 กม. และยังมีสนทะเล ที่ขึ้นตามธรรมชาติอันสวยงามอีกด้วย

8. เกาะรอก

เกาะรอก อยู่ในน่านน้ำทะเลกระบี่ที่เชื่อมต่อทะเลตรัง ลักษณะเป็นสองเกาะเล็กๆ ตั้งคู่กันเป็นเกาะที่มีหาดทราย ที่ยาวเหยียด เม็ดทราย ละเอียดเนียนนุ่มเท้าเมื่อสัมผัส ทรายขาวมาก บรรยากาศการท่องเที่ยวของเกาะรอก จะเหมาะกับผู้ชื่นชอบการค้นหามุมมอง ที่สวยงาม เงียบสงบ และโรแมนติกจากธรรมชาติ หาดทรายที่สวยงาม น้ำทะเลตื้นและใส แนวปะการังที่อุดมไปด้วยดอกไม้ทะเล เป็นถิ่นอาศัยของปลาการ์ตูนส้มเหลือง สีสันสดใสที่ทุกคนชื่นชอบ ที่จุดชมทิวทัศน์เกาะรอกนอกจะเห็นภาพของอ่าวโค้งคล้ายเกือกม้า สองด้านของอ่าว เป็นผาหินสูงชัน เห็นทิวทัศน์ของเกาะรอกนอก และเกาะรอกใน และยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมากอีกจุดหนึ่ง จุดเด่นของหมู่เกาะรอก คือแนวปะการังรอบเกาะ และตามร่องน้ำ ส่วนใหญ่เป็นปะการังก้อน มีดอกไม้ทะเลและปลาการ์ตูนอาศัยอยู่มากมาย บริเวณที่ลึกยังพบปะการังอ่อน แต่มีจำนวนไม่มากนัก เกาะรอกจึงเป็นสวรรค์ของนักดำน้ำทั้งแบบน้ำลึกและน้ำตื้น

9. หาดปากเมง

หาดปากเมง เป็นชายหาดที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ ตำบลไม่ฝาด อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมของจังหวัดตรัง ชายหาดแห่งนี้ เป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว ติดทะเลอันดามันของมหาสมุทรอินเดีย เมื่อน้ำลดลงจะมีความกว้าถึง 500 เมตร จนสามารถขับรถลงไปได้ เพราะทรายมีความหนาแน่นพอที่จะรับน้ำหนักได้ มีจุดสังเกตคือ มีเขารูปคล้ายคนขนาดยักษ์นอนหงายอยู่ มีชื่อเรียกว่า เขาเมง หรือ เกาะเมง อันเป็นที่มาของชื่อเรียก ซึ่งมาจากนิทานพื้นบ้านเรื่องเฒ่าเมง ผู้เฒ่าชาวประมงที่กำลังจะแต่งงานลูกสาวชื่อมุก กับพระยาลันตา ทีนี่มีความงดงามอย่างยิ่งเมื่อยามพระอาทิตย์ตก ขนาบด้วยแนวต้นสนทะเล

10. เกาะสุกร

เกาะสุกร เป็นเกาะขนาดเล็กใกล้ฝั่ง เป็นเกาะที่คงความเป็นธรรมชาติอยู่ สามารถขึ้นเรือได้ที่ ต.บ้านโตะเสะ เป็นเรือหางยาว ซึ่งใช้เวลาเดินทางเพียง 15 นาที ส่วนใหญ่ทะเลตรัง ยังคงเป็นทะเลน้ำสีคล้ำ ทรายไม่ขาว แต่ละเอียด นั่งรถเที่ยวรอบเกาะประมาณ 30 นาทีก็ทั่วแล้ว ส่วนใหญ่ประชากรบนเกาะนี้จะทำการเกษตร เห็นได้จากการปลูกแตงโมไว้ขาย และพื้นที่ในการปลูกข้าวทำนา บนเกาะจะพบควายค่อนข้างเยอะ เพราะบนเกาะปลูกข้าวเอง

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ Https://pizzaandfooditalia.com

เที่ยวกระบี่ แบบไม่ง้อทะเล

เที่ยวกระบี่ แบบไม่ง้อทะเล จังหวัดกระบี่ เป็นจังหวัดที่โดดเด่นในการท่องเที่ยว มีทะเล น้ำตก ภูเขา อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ

สถานที่ เที่ยวกระบี่ แบบไม่ง้อทะเล

1. น้ำตกร้อนคลองท่อม

น้ำตกร้อนคลองท่อม ตั้งอยู่ในเขตอำเภอคลองท่อม บริเวณบ้านบางคราม-บ้านบางเตียว มีลักษณะเป็นอ่างเก็บน้ำธรรมชาติ ซึ่งอยู่กลางป่ารองรับน้ำตก ที่ไหลมาพร้อมกับสายน้ำแร่ และเป็นธารน้ำพุร้อนที่ผุดขึ้นมาจากใต้ดินตามธรรมชาติ ในอุณหภูมิน้ำพอเหมาะ ที่นักท่องเที่ยวสามารถลงไปแช่ได้ ซึ่งเชื่อกันว่าสามารถบำบัดอาการไขข้ออักเสบ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และโรคผิวหนัง พร้อมกับแนวธรรมชาติป่าอันร่มรื่นแห่งนี้

2. น้ำตกธารโบกขรณี

น้ำตกธารบกขรณี ตั้งอยู่ที่ บริเวณอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี มีลักษณะเป็นธารน้ำธรรมชาติ ไหลลงมายังแอ่งน้ำน้อยใหญ่ที่ไล่ระดับกัน น้ำตกนี้นักท่องเที่ยวสามารถลงเล่นน้ำได้ มีบรรยากาศร่มรื่น และสามารถเห็นทัศนียภาพของรากไม้ต่างๆ ที่ชอนไชอยู่ตามแอ่งน้ำอย่างสวยงามอีกด้วย

3. อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา

อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา เป็นอุทยานทางบกแห่งเดียวของจังหวัดกระบี่ ประกอบด้วยเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนในแนวเหนือจรดใต้ มียอดเขาพนมเบญจาซึ่งสูงถึง 1,397 เมตร จากระดับน้ำทะเล ซึ่งสูงที่สุดในกระบี่ นักท่องเที่ยวจะได้ชื่นชมกับทิวทัศน์ธรรมชาติสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นลำธาร น้ำตก ถ้ำ และมีสัตว์ป่าหลายชนิด เช่น สมเสร็จ เลียงผา หมีควาย เสือปลา และมีนกที่สามารถพบเห็นได้มากมาย เช่น นกอินทรี นกเงือก นกหัวและขวาน

4. วัดถ้ำเสือ

วัดถ้ำเสือ ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองกระบี่ประมาณ 5-6 กิโลเมตร เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ พลาดไม่ได้กับการสักการะขอพรจาก เจ้าแม่กวนอิม ซึ่งตั้งประดิษฐานอยู่ภายในวัด สูงเด่นเป็นสง่า รวมถึงการพิชิตบันไดถึง 1,200 ขั้น เพื่อขึ้นไปสักการะ พระธาตุเจดีย์ระฆังใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่บนดอย อีกทั้งยังมองเห็นทิวทัศน์กระบี่โดยรอบได้อยากสุดสายตา

5. เขาหงอนนาค

เขาหงอนนาค เป็นจุดชมวิว ที่ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี การขึ้นไปยังจุดชมวิวแห่งนี้ นักท่องเที่ยวจำเป็นที่จะต้องไต่ระดับความสูงเดินขึ้นเขา เป็นระยะทาง 4 กิโลเมตร โดยในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ก็จะเห็นน้ำทะเลสีฟ้าคราม และป่าไม้สีเขียวสะท้อนตาอย่างงดงาม บางวันมีเมฆหมอกปกคลุมบางๆ ลมพัดผ่านเย็นตลอดวัน ยิ่งในช่วงฤดูหนาวอากาศจะเย็นสบาย รับรองว่าคุ้มค่า และประทับใจแก่การขึ้นมาอย่างแน่นอน

6. ถ้ำผีหัวโต

ถ้ำผีหัวโต ตั้งอยู่ที่ เขตอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่เหมาะกับผู้ที่สนใจในประวัติศาสตร์ ภายในจะพบกับภาพเขียนฝาผนังของมนุษย์โบราณ ที่มีอายุนับพันๆ ปี โดยระหว่างทางไปชมถ้ำผีหัวโต จะมีป่าโกงกางที่อุดมสมบูรณ์ให้ได้ชมตลอดเส้นทาง โดยนักท่องเที่ยวสามารถสอบถามเรือเที่ยวชมถ้ำได้จากที่ทำการอุทยานนั่นเอง

7. เขากาโรส

เขากาโรส มีลักษณะเป็นเขาหินปูนหลายลูกสลับซับซ้อนกัน ล้อมรอบด้วยพรรณไม้ และสัตว์ป่าหลากหลายชนิด มีเวิ้งถ้ำ และหินงอกหินย้อย มีภาพเขียนสีโบราณ ที่เขียนอยู่บนหน้าผาสูง มีทั้งรูปคนและรูปสัตว์ เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวที่ได้พบเห็น และจากเขากาโรสแห่งนี้ นักท่องเที่ยวยังสามารถนั่งเรือหางยาวเดินทางเที่ยวต่อไปยังเกาะห้องได้อีกด้วย

8. ถนนคนเดินกระบี่

ถนนคนเดินกระบี่ ตั้งอยู่ที่ บริเวณถนนมหาราช ซอย 8 ละลานตาไปด้วยสินค้ามากมาย ลิ้มรสชาติอาหารไทยหลากหลายชนิด เดินช้อปสินค้าต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า ของประดับตามสมัยนิยม เพลิดเพลินไปกับการแสดงดนตรี ที่สลับสับเปลี่ยนมาให้นักท่องเที่ยวได้ชม ในแต่ละสัปดาห์ ถนนคนเดินกระบี่แห่งนี้จะเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ตะลุยความสนุกตั้งแต่วันศุกร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 17.00-22.00 น.

9. สระมรกต

สระมรกต ตั้งอยู่ที่ อำเภอคลองท่อม อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประมง โดยมีต้นกำเนิดมาจากธารน้ำอุ่นในผืนป่าที่ราบต่ำภาคใต้ ไฮไลท์ที่นี่คือ นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้ชื่นชมกับสระน้ำธรรมชาติที่มีสีเขียวเหมือนมรกตขนาดใหญ่ และมีความใสจนมองเห็นพื้นหินข้างล่างได้อย่างชัดเจนแล้ว รอบๆบริเวณ ยังมีศาลาเอาไว้ให้นักท่องเที่ยวได้นั่งพักผ่อน ชมวิวทิวทัศน์ และเพลิดเพลินกับการว่ายน้ำเล่นอีกด้วย

10. ป่าพรุท่าปอม คลองสองน้ำ

ป่าพรุท่าปอม คลองสองน้ำ ตั้งอยู่ที่ บ้านหนองจิก ที่นี่มีแหล่งน้ำจืดที่ใสสะอาด จนสามารถมองเห็นพื้นน้ำเบื้องล่างได้ ประดับด้วยรากไม้ป่าหลุมพีที่เลื้อยไปเลื้อยมา เมื่อยามแสงแดดสาดแสงลงมาจับต้องแอ่งน้ำเหล่านี้ ยิ่งก่อให้เกิดประกายระยิบระยับ นักท่องเที่ยวจะได้เดินชมธรรมชาติบนสะพานไม้ระแนง ทอดตัวเลื้อยไปตามแอ่งน้ำ บางช่วงมีเก้าอี้ไม้ให้ได้นั่งพัก และนั่งชมทัศนียภาพสองข้างทาง หรือเติมดีกรีการผจญภัยด้วยการพายคายัก ล่องเรือไปตามแนวป่าโกงกางแห่งนี้ก็ทำได้

11. เขาขนาบน้ำ

เขาขนาบน้ำ เป็นเขาสองลูกสูงประมาณ 100 เมตร ขนาบแม่น้ำกระบี่ด้านหน้าตัวเมือง ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองกระบี่ สามารถไปเที่ยวชมได้โดยเจ้าเรือหางยาวจากท่าเรือเจ้าฟ้า ซึ่งใช้เวลาเพียง 15 นาที นอกจากได้นั่งเรือชมเขา และป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์แล้ว ยังได้เที่ยวชมถ้ำ ซึ่งภายในมีหินงอกหินย้อย มีการขุดพบโครงกระดูกมนุษย์โบราณเป็นจำนวนมาก ซึ่งในปัจจุบันไม่มีหลงเหลือแล้ว สันนิษฐานว่า เป็นโครงกระดูกของผู้อพยพมาตั้งถิ่นฐาน และประสบอุทกภัย นอกจากนี้ยังเคยเป็นฐานที่ตั้งของทหารญี่ปุ่น ในสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วย

12. ลานปูดำ

ลานปูดำ หรือ อนุสาวรีย์ปูดำ ตั้งอยู่ที่ ท่าเรือขนาบน้ำ ถนนปากน้ำ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ เป็นท็อปวิวของเมืองกระบี่ ที่ใครๆไปเที่ยวกระบี่แล้วต้องแวะเช็คอิน เพราะสามารถมองเห็นเขาขนาบน้ำ ภูเขาสองลูกตั้งโดดเด่นริมแม่น้ำกระบี่ อันเป็นสัญลักษณ์ของเมืองกระบี่ ที่ลานปูดำ นอกจากจะมีประติมากรรมปูดำแล้ว ใกล้ๆกันยังมี อนุสาวรีย์นกออก หรือนกอินทรีย์ นกประจำถิ่นของจังหวัดกระบี่ ซึ่งทั้งปูดำ และนกอินทรีย์ เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความอุดมสมบุรณ์ของเมืองกระบี่ได้เป็นอย่างดี

13.ฮับคาเฟ่

ฮับคาเฟ่ ตั้งอยู่ที่ 586 หมู่ที่ 1 ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่  จังหวัดกระบี่ เป็นร้านคาเฟ่ที่เก๋ และวิวสวยมากๆ ไปกระบี่ห้ามพลาดไปเช็คอินเด็ดขาด ร้านอยู่ติดถนนใหญ่เดินทางสะดวกสบาย มีบริเวณจอดรถกว้างขวาง รอบๆบริเวณร้านเป็นสวนปาล์ม และโอบล้อมด้วยภูเขาหินปูน รูปทรงแปลกตา ซึ่งดูสวยงามมาก ฮับคาเฟ่ เป็นทั้งร้านคาเฟ่ และร้านอาหารพร้อมเซิร์ฟด้วยเมนูหลากหลายทั้งอาหารไทย ฝรั่งและอิตาเลี่ยน เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10:00 น. – 21:00 น.

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ Https://pizzaandfooditalia.com

เที่ยวเมืองอันดามัน จังหวัดกระบี่

เที่ยวเมืองอันดามัน จังหวัดกระบี่ จังหวัดที่โดดเด่นในเรื่องของการท่องเที่ยว มีทะเล น้ำตก ภูเขา อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ

10สถานที่ เที่ยวเมืองอันดามัน จังหวัดกระบี่

1. เกาะรอก

เกาะรอก ตั้งอยู่ในน่านน้ำทะเลกระบี่ เชื่อมต่อกับทะเลตรัง ลักษณะเป็นสองเกาะเล็กๆตั้งคู่กัน เป็นเกาะที่มีหาดทรายที่ยาวเหยียด และยังเป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์ย่อยของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา เป็นเกาะที่มีหน้าผาสูงชัน สามารถขึ้นไปชมวิวของ เกาะรอกนอก และ เกาะรอกใน และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตก ที่สวยมากอีกจุด ด้านทิศตะวันออกของเกาะจะมีหาดทราย และแนวปะการังเป็นกลุ่มๆ ตามโขดหิน ด้านทิศเหนือของเกาะจะมีแหลมธงและอ่าวศาลเจ้า เกาะรอกในจะมีผืนทรายที่ละเอียดขาวเนียน มีน้ำทะเลที่ใสเป็นสีเขียว จนมองเห็นปลาหลากสีสันในทะเล เป็นความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ ที่มีนักท่องเที่ยวมาสัมผัสไม่มากนัก

2. อ่าวมาหยา

อ่าวมาหยา ตั้งอยู่บนเกาะพีพีเล เกาะที่ใหญ่เป็นอันดับสองของหมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ อ่าวมาหยาเกิดจากการสร้างสรรค์ของธรรมชาติ จากการพังทลายของหน้าผาที่โอบล้อม แหว่งเป็นเวิ้งอ่าวขนาดเล็ก รูปพระจันทร์เสี้ยว ที่ล้อมรอบด้วยเขาหินปูน อ่าวมาหยา นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นดึงดูดอีกจุดหนึ่งของทะเลกระบี่ ที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาพักผ่อนเป็นจำนวนมาก หาดทรายขาวละเอียด นอนแช่น้ำทะเลที่ใสสุดๆสีเขียวมรกต สัมผัสบรรยากาศ และธรรมชาติแวดล้อมที่ปกคลุมไปด้วยพันธุ์ไม้ชายทะเล อ่าวมาหยา จึงถูกยกย่อง ให้เป็นทะเลไทยที่สวยติดอันดับโลก

3. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา

เกาะลันตา ประกอบด้วยเกาะสามเกาะเรียงตัวจากเหนือ-ใต้ ได้แก่ เกาะลันตาน้อย เกาะกลาง และเกาะลันตาใหญ่ และยังมีเกาะเล็กๆอีกมากมายถึง 49 เกาะ มีจุดดำน้ำดูปะการังที่สวยงามคือ หินม่วง หินแดง บริเวณแห่งนี้จะได้พบกับ ภูเขาที่อยู่ใต้น้ำจำนวน 2 ลูก โดย ยอดหินม่วง จะจมอยู่ใต้น้ำ และ ยอดหินแดง จะปรากฎปริ่มๆน้ำ ที่นี่จัดเป็นแหล่งดำน้ำที่ติดอันดับความสวยงาม และสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย มีสัตว์น้ำขนาดใหญ่อย่าง วาฬ ฉลามวาฬ และแมนต้าเรย์ รวมถึงกระเบนราหู กระเบนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก อาศัยอยู่เป็นจำนวนมากอีกด้วย

4. เกาะปอดะ

เกาะปอดะ ประกอบด้วย เกาะปอดะ เกาะไก่ เกาะทับ เกาะหม้อ เป็น4เกาะที่สามารถเที่ยวภายในวันเดียวได้ เพราะเดินทางสะดวกและค่าใช้จ่ายไม่มาก หากเลือกพักที่อ่าวนางจะสามารถเหมาเรือหางยาวหรือเรือหัวโทงมาเที่ยวชมหาดทรายสวยๆ ของเกาะเหล่านี้ได้ ซึ่งเกาะปอดะเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด มีหาดทรายขาวยาว บรรยากาศร่มรื่นด้วยทิวสน น้ำทะเลใสจนเห็นทรายสีขาวที่อยู่ใต้น้ำ เกาะปอดะยังเป็นสวรรค์ของนักอาบแดด ด้านทิศเหนือและทิศตะวันออกมีแนวปะการังให้ผู้คนได้ดำน้ำชม นอกจากนี้ที่ชายหาดยังมีกิจกรรมทางทะเล เช่นพายเรือคายัคคอยให้บริการอีกด้วย

5. หาดไร่เลย์

หาดไร่เลย์ อยู่ในเขตพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา–หมู่เกาะพีพี ได้ชื่อว่าเป็นเกาะพีพีแห่งที่ 2 ของจังหวัดกระบี่ เป็นหาดที่สวยงามด้วยหินผาสูงตระหง่าน และถือว่าเป็นแหล่งกีฬาปีนผาที่โด่งดัง ซึ่งนักท่องเที่ยวไทยและชาวต่างชาติ ต่างให้ความสนใจอยากมาลองสัมผัสประสบการณ์ที่ท้าทายนี้ การเดินทางไปเที่ยวไร่เลย์ สามารถนั่งเรือได้ที่ท่าเรือหางยาวที่สะพานเจ้าฟ้า ตัวเมืองกระบี่ ค่าโดยสารประมาณ 100 บาท หรือที่อ่าวนาง และอ่าวน้ำเมา ค่าเรือโดยสารประมาณ 50 บาท ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 10-15 นาที

6. ทะเลแหวก

ทะเลแหวก อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยว Unseen Thailand ที่เราสามารถเดินเหยียบทรายขาวละเอียด จากเกาะหนึ่งไปยังอีกเกาะหนึ่งได้ในเวลาน้ำลด ทะเลแหวกเกิดจากสันทรายจากเกาะสามเกาะ คือเกาะไก่ เกาะหม้อ เเละเกาะทับ 3เกาะเด่นที่อยู่ในหมู่เกาะปอดะ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆกัน มีสันฐานติดกันเมื่อคลื่นพัดทรายมาพบกันที่จุดนี้จึงทำให้เกิดเป็นแนวสันทรายเชื่อมเกาะทั้งสามเกาะนี้ให้ถึงกัน สันทรายนี้จะจมหายไปเมื่อน้ำขึ้นสูง เมื่อน้ำลดแนวสันทรายก็จะค่อยๆโผล่ขึ้นมา เหมือนกับว่าแบ่งทะเลให้แยกออกกันเป็นสามส่วน สันทรายจะโผล่ในช่วงที่น้ำทะเลลดต่ำสุด แต่ถึงแม้ว่าสันทราย จะไม่โผล่เราก็สามารถเดินเล่นได้

7. เกาะไผ่

เกาะไผ่ หรือเกาะไม้ไผ่ เป็นเกาะเล็กๆกลางทะเล ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะพีพีดอน อยู่ไม่ไกลจากเกาะยุง เกาะไผ่อยู่ในพื้นที่การดูแลของอุทยานแห่งชาตินพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี แต่บรรยากาศของเกาะไผ่แห่งนี้ จะต่างกับเกาะพีพีอย่างสิ้นเชิง เพราะเป็นเกาะที่เงียบสงบมากๆ มีน้ำทะเลใส มีหาดทรายสวยงาม เป็นเกาะที่มีแนวปะการังที่สวยอีกแห่ง เหมาะสำหรับมาดำน้ำดูความสวยงามของโลกใต้ท้องทะเล ช่วงเวลาที่เหมาะกับการมาเที่ยวที่นี่ คือช่วงที่ไม่มีลมมรสุม หรือเดือนพฤศจิกายน-เมษายนของทุกปี

8. เกาะห้อง

เกาะห้อง ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี เกาะห้อง เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เกาะเหลาบิเละ เป็นเกาะที่มีทัศนียภาพ สวยงามมาก ล้อมรอบด้วยน้ำทะเลสีคราม มีกัลปังหา และปะการังรอบเกาะ โดยมีจุดที่น่าสนใจได้แก่อ่าวบิเละ เป็นอ่าวที่มีหาดทรายโค้งเป็นรูปนกบิน ทรายละเอียดขาวสะอาด น้ำทะเลใส  มีสีเขียวมรกต มีฝูงปลาเล็กๆ แหวกว่ายให้เห็นอยู่ทั่วไป ห่างจากชายหาดลงไปในทะเล มีกัลปังหาและปะการังหลากหลายชนิด ชายทะเลเหมาะแก่การเล่นน้ำ ถือว่าเป็นแหล่งพายเรือคายัค และแหล่งดำน้ำดูปะการังน้ำตื้นที่สวยงามมากๆ

9. เกาะลาดิง

เกาะละดิง หรือ เกาะเหลาลาดิง เกาะพาราไดซ์  เกาะที่ถูกซุกซ่อนโดยธรรมชาติ แต่แฝงไว้ด้วยความสวยงามของหาดทราย และความเงียบสงบเป็นส่วนตัวแบบสุดๆ เป็นเกาะที่เป็นที่พักอาศัยของกลุ่มสัมปทาน เก็บรังนก แต่ก็ยังเปิดเกาะให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวชม และพักผ่อน ภายในเกาะนั้นมีหาดทรายละเอียด มีปลาและปะการัง และมีทะเลให้เล่นน้ำได้อย่างเพลิดเพลิน เกาะเหลาลาดิง เป็นเกาะเล็กๆ ที่นักท่องเที่ยวมักแวะเวียนเข้ามาเมื่อมาเที่ยวยังเกาะห้อง มีลักษณะเป็นภูผา มีป่าเกาะที่สวยงาม และมีแนวชายหาดเล็กๆ อยู่บนเกาะ ทั้งยังมีน้ำทะเลที่ใสสะอาด

10. เกาะจำ

เกาะจำ ตั้งอยู่ในเขตตำบลเกาะศรีบอยา อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ ห่างจากชายฝั่งเพียง 22 กิโลเมตร เป็นเกาะที่มีชุมชนท้องถิ่นอาศัยอยู่มาเป็นเวลานาน บนเกาะประกอบไปด้วย 3  หมู่บ้านคือ หมู่บ้านเกาะปู หมู่บ้านเกาะจำ และหมู่บ้านติงไหร เป็นชุมชนเล็กๆ ที่เงียบสงบ ผู้คนเป็นมิตร และมีน้ำใจไมตรี อีกทั้งทัศนียภาพบนเกาะก็ยังสวยงาม มีชายหาดยาวหลายแห่ง น้ำทะเลใสสะอาด แม้จะไม่สวยใสทรายขาวเหมือนเหมือนเกาะพีพี หรือเกาะห้อง แต่จุดเด่นของเกาะจำก็คือ ความเงียบสงบ และความเป็นธรรมชาติ ที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ Https://pizzaandfooditalia.com

พักผ่อนที่พังงา

พักผ่อนที่พังงา พังงา เป็นจังหวัดเล็กๆ เงียบ สงบ ที่อยู่ติดกับทะเลฝั่งอันดามัน มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และหลากหลาย

10สถานที่สวยๆ พักผ่อนที่พังงา

1. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นในท้องทะเลที่สวยงาม ไม่ว่าจะเป็นปะการังหลากหลาย ทั้งปะการังผักกาด ปะการังสมอง ปะการังเขากวาง ปะการังอ่อน ดอกไม้ทะเล และกัลปังหา มีปลาทะเลอีกมากมายที่สวยงาม เช่น ปลานกแก้ว ปลานกขุนทอง ปลาสินสมุทร ปลาผีเสื้อ ปลาสิงโต และยังมีสัตว์น้ำทะเลที่หายาก ไม่ว่าจะเป็น เต่าทะเล ฉลามวาฬ ปลากระเบนราหู กุ้งมังกร นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของชุมชนชาวมอแกนยิปซีทะเล ที่ใช้ชีวิตร่อนเร่อยู่กลางทะเลอันดามันมาช้านาน ซึ่งเราสามารถไปเยี่ยมชมหมู่บ้านชาวมอแกนเพื่อสัมผัสวิถีชีวิตที่ยังคงผูกพันอยู่กับท้องทะเล และเสน่ห์ของบ้านไม้กลางทะเลที่สร้างไว้อย่างกลมกลืนกันอีกด้วย

2. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ที่สุดแห่งท้องทะเลไทย ที่ไม่มีใครไม่รู้จัก เจ้ายุทธจักรแห่งท้องทะเลนี้ ซึ่งที่นี่มีน้ำทะเลสีฟ้าใส หาดทรายขาวละเอียด และสีสันของโลกใต้ท้องทะเล ที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวมากมาย ให้มาสัมผัสความสวยงามของธรรมชาตแห่งนี้อย่างใกล้ชิด หมู่เกาะสิมิลัน เป็นหมู่เกาะในทะเลอันดามันมี 9 เกาะ เรียงจากเหนือมาใต้ คือ เกาะหูยง เกาะปายัง เกาะปาหยัน เกาะเมี่ยง เกาะปายู เกาะหัวกะโหลก เกาะสิมิลัน และเกาะบางู หมู่เกาะสิมิลันได้รับการยกย่อง ว่าเป็นหมู่เกาะที่มีความสวยงามที่สุด ทั้งบนบกและใต้น้ำซึ่งมีปะการังหลากหลายชนิด

3. เกาะไข่

เกาะไข่ เป็นเกาะขนาดเล็ก อยู่ในอ่าวพังงา มีทั้งหมด 3 เกาะ คือ เกาะไข่ใน เกาะไข่นอก และเกาะไข่นุ้ย เกาะไข่มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือ มีฝูงปลาหน้าหาด ที่ว่ายมาทักทายอย่างคุ้นเคยกับนักท่องเที่ยว น้ำทะเลของทั้งเกาะไข่ในและเกาะไข่นอกมีความสวยใส มีหาดทรายขาวอยู่ด้านหน้าของเกาะ เหมาะสำหรับการนอนอาบแดดมากๆ ส่วนเกาะไข่นุ้ย เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาดำน้ำดูปะการัง และปลาชนิดต่างๆ และยังได้พบกับปลาการ์ตูนอีกด้วย

4. เกาะยาวน้อย

เกาะยาวน้อย เป็นเกาะที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบความสงบ ซึ่งถ้าชื่นชอบธรรมชาติและรักสงบ จะเหมาะกับเกาะแห่งนี้นี้เป็นอย่างยิ่ง เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของเกาะยาวน้อย คือ วิวป่าเกาะ ซึ่งป็นหมู่เกาะหินปูน ที่ตั้งอยู่ทางทะเลฝั่งตะวันออกของเกาะยาวน้อย เป็นวิวของ เกาะห้อง  เกาะลาดิง เกาะผักเบี้ย หากเมื่อมองจากฝั่งเกาะยาวน้อยก็จะเห็น หมู่เกาะเหล่านี้เรียงรายกันสวยงาม ยิ่งในยามเช้า ตรงจุดนี้จะเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่งดงามที่สุดบนเกาะยาวน้อย กิจกรรมเที่ยวรอบเกาะยาวน้อยอื่นๆได้แก่ ดูวิถีชีวิตบนเกาะ ดูการวางอวน กู้อวน การเลี้ยงกุ้งมังกรในกระชัง รวมถึงการไปเที่ยวยังเกาะใกล้เคียงด้วย

5. อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา

อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา เป็นอุทยานแห่งชาติที่งดงามด้วยทิวทัศน์ชายฝั่งทะเล และทิวทัศน์เหนือผิวน้ำ ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าชายเลน และยังเป็นแหล่งขยายพันธุ์สัตว์น้ำมากมาย ซึ่งอุทยานฯแห่งนี้จะอยู่ในเวิ้งอ่าวพังงา ที่เต็มไปด้วยเกาะหินปูนสวยงามด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่น ได้แก่ เขาหมาจู ถ้ำลอด เขาตะปู เขาพิงกัน เกาะปันหยี เรียกได้ว่าภูเขาและเกาะเหล่านี้ เป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความเป็นจังหวัดพังงา เมืองแห่งวิวป่าเกาะได้อย่างดีเลยทีเดียว

6. เกาะพระทอง 

เกาะพระทอง ตั้งอยู่ที่ อ.คุระบุรี จ.พังงา อยู่ห่างจากฝั่งประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดพังงา และใหญ่เป็นอันดับ 5 ของเมืองไทย เกาะพระทองเกิดจากซากปะการังทับถมกันมายาวนานนับล้านปี จนเกิดเป็นเกาะที่มีความสวยงามแปลกตา มีลักษณะค่อนข้างแบนราบ กลายเป็นลักษณะเฉพาะตัวอันโดดเด่นของเกาะนี้ ถ้าหากชอบทะเลสวย น้ำใส หาดทรายขาว ความสะดวกสบายที่นี่ไม่มี แต่ถ้าหากมาที่นี่ จะเห็นความสวยงามแปลกตาของหาดทราย และธรรมชาติแบบดิบๆไม่เหมือนใคร จนหลายคนขนานนามว่า ดินแดนซาฟารีแห่งทะเลใต้ เกาะพระทอง พังงา

7. เขาหน้ายักษ์

เขาหน้ายักษ์ หลายๆคนอาจไม่คุ้นเคยกับชื่อนี้นัก แต่ความสวยงามของน้ำทะเล และบรรยากาศของที่นี่ไม่เป็นรองใครแน่นอน เขาหน้ายักษ์ ตั้งอยู่บนหาดท้ายเหมือง อยู่ในความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง มีพื้นที่ติดกับทะเลป่าชายเลน มีป่าโกงกางที่อุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่ง มีชายหาดยาวกว่า 13 กิโลเมตร เป็นเวิ้งอ่าวที่เงียบสงบ ทรายขาวน้ำตาลละเอียด น้ำทะเลสีฟ้าอมเขียว ชายหาดบริเวณเขาหน้ายักษ์ น้ำค่อนข้างใส มีโขดหินสีสันสวยงามและมีรูปร่างที่แปลกตา

8. คลองสังเน่ห์  

คลองสังเน่ห์ เป็นผืนป่าเล็กๆ เรียบลำคลอง ที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพพืชพรรณแปลกๆที่ขึ้นอยู่ตามริมฝั่ง มีการล่องเรือชมความความสมบูรณ์ของธรรมชาติที่คลองสังเน่ห์ ได้ชมต้นไทรโบราณเก่าแก่อายุนับร้อยปี ที่แผ่กิ่งก้านสาขา บางช่วงก็ห้อยระย้าตรงหน้าเหมือนม่านอุโมงค์ต้นไทร นอกยังได้ชมอีกหนึ่งไฮไลต์  คือการได้ชมงู ทั้งงูเขียว งูปล้องทอง งูเหลือม ซึ่งไม่เป็นอันตรายใดๆ เพราะจะล่องดูงูอยู่ห่างๆ และในช่วงกลางวันงูจะนอนหลับนิ่งขดกับต้นไม้เพื่อรอเวลาออกหากินในตอนกลางคืน นอกจากนี้ยังมีนกเงือก สัตว์สงวนหายากซึ่งจะมากินลูกไทร นกกระสา และนกอีกหลายชนิด หากมาในช่วงที่ดี ก็มีโอกาสได้เห็นนกเหล่านี้บินโฉบไปมาผ่านตรงหน้าอีกด้วย ด้วยธรรมชาติที่แปลกตานักท่องเที่ยวที่มาสัมผัสผืนป่าแห่งนี้จึงตั้งฉายาว่าเป็น Little Amazon แห่งตะกั่วป่า

9. วัดถ้ำสุวรรณคูหา 

วัดสุวรรณคูหา เป็นวัดที่น่าสนใจ และมีความสำคัญที่สุดของจังหวัดพังงา เพราะเป็นโบราณสถานที่สำคัญในทางประวัติศาสตร์ และในทางโบราณคดี บริเวณที่ตั้งวัดมีภูเขาซึ่งมีถ้ำน้อยใหญ่ที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็น ถ้ำใหญ่ ถ้ำแจ้ง ถ้ำมืด และถ้ำแก้ว ถ้ำใหญ่ใช้เป็นวิหารมีพระพุทธรูปปูนปั้นต่างๆ ประดิษฐานอยู่จำนวนหลายองค์ ที่สำคัญคือพระพุทธไสยาสน์ ยาว 7 วา 2 ศอก ถ้ำสุวรรณคูหา เป็นถ้ำที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จพระราชดำเนินมาประพาส และจารึกพระปรมาภิไธย จ.ป.ร. 109 ภายในถ้ำและอักษรพระนามย่อพระบรมวงศานุวงศ์ และเจ้านายองค์อื่นๆ อีกหลายองค์

10. เสม็ดนางชี

เสม็ดนางชี เป็นจุดชมวิวของจังหวัดพังงา เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเก็บเกี่ยวความสวยงามของบรรยากาศของพระอาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ตกดินสวยๆ ราวกับสวรรค์ นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถเช่าเต็นท์นอนบนจุดชมวิวเสม็ดนางชี และยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่โดยรอบอีกด้วย เช่น ท่าเรือบ้านหินร่ม ท่าเรืออาบแสงจันทร์ และ เขาพระอาดหนุ่ม หากมาที่นี่รับรองได้เลยว่า จะต้องหลงใหลไปกับความสวยงามที่แสนเรียบง่ายของท้องทะเลพังงาแห่งนี้แน่นอน

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ Https://pizzaandfooditalia.com

ท่องเที่ยงที่สตูล เมืองสงบของใต้

ท่องเที่ยวที่สตูล เมืองสงบของใต้ น้ำทะเลใสสะอาด ธรรมชาติบริสุทธิ์ จังหวัดเล็กๆที่มากมายไปด้วยนักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติ

12สถานที่ ท่องเที่ยวที่สตูล เมืองสงบของใต้

1. เกาะหลีเป๊ะ

เกาะหลีเป๊ะ เป็นเกาะกลางทะเล ที่อยู่ในเขตจังหวัดสตูล อยู่ทางตอนใต้ของเกาะอาดัง ห่างจากแผ่นดินของจังหวัดสตูล 62 กิโลเมตร นอกเขตอำนาจการควบคุมของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตาในจังหวัดสตูล เป็นชายหาดบนเกาะที่อุดมไปด้วยท้องทะเลที่ใสสะอาด มีความสวยงามมากๆ เป็นเกาะที่เงียบสงบ และมีน้ำที่ตื้นเขิน จุดเด่นของทางเกาะหลีเป๊ะ คือ ความเป็นธรรมชาติของปะการังที่รายล้อมอยู่รอบเกาะแห่งนี้ มีเวิ้งอ่าวที่สวยงาม หาดทรายละเอียดนิ่มนวลขาวเหมือนแป้ง เกาะหลีเป๊ะ มีชายหาดที่สำคัญ ๆ อยู่ 4 หาด คือ หาดพัทยา หาดซันไรท์ หาดคาร์มา และหาดซันเซ็ทนั่นเอง

2. เกาะไข่

เกาะไข่ อยู่ในพื้อนที่อุทยานแห่งชาติตะรุเตา จังหวัดสตูล อยู่ห่างจากเกาะตะรุเตาไปทางทิศตะวันตก ประมาณ15กม. ใช้เวลาเดินทางจากเกาะตะรุเตาประมาณ40นาที สิ่งที่มีชื่อเสียงบนเกาะไข่ คือ มีซุ้มประตูหินธรรมชาติ เป็นสัญลักษณ์ของอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ทะเลรอบ ๆ เกาะไข่มีแนวปะการังอยู่โดยทั่วไป ในทุกๆปีจะมีเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่เป็นจำนวนมากบนเกาะแห่งนี้ และทางด้านตะวันตกของเกาะ จะมีหาดทรายสีขาวนวล และละเอียด มีน้ำทะเลที่ใส จนเห็นผืนทรายใต้น้ำได้ชัดเจน

3. เกาะหินซ้อน

เกาะหินซ้อน ตั้งอยู่หน้าเกาะดง และเกาะผึ้ง ห่างจากเกาะอาดังประมาณ 15 กิโลเมตร เป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะดง ซึ่งอยู่ห่างจากเกาะหลีเป๊ะ ประมาณ 15 กิโลเมตร เกาะหินซ้อนมีความโดดเด่นตรงที่มีหินสี่เหลี่ยมสองก้อน ที่ตั้งซ้อนกันกลางทะเล ไม่มีชายหาดรอบเกาะ เกาะหินซ้อนดูเหมือนกับศิลปะกลางทะเลไทย ความน่าแปลกของที่นี่อีกอย่างคือ ก้อนหินสองก้อนนี้ไม่ได้เป็นเนื้อเดียวกัน แต่ก็มั่นคงต่อกันมาก ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีเหตุการณ์แผ่นดินไหวเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งในบริเวณนี้ แต่หินสองก้อนนี้ก็ไม่เคยพลากจากกันเลย

4. เกาะหินงาม

เกาะหินงาม อยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติตะรุเตา จังหวัดสตูล เป็นเกาะขนาดเล็ก อยู่ทางทิศใต้ของเกาะอาดัง ทั้งเกาะเต็มไปด้วยหินสีดำกลมเกลี้ยง มันวาว เมื่อโดนคลื่นซัด จะทำให้ก้อนหินเป็นมันวาวยิ่งขึ้น กลางเกาะเป็นป่าไม้สีเขียว ที่อุดมสมบูรณ์ ในขณะที่เกาะอื่นๆ โดดเด่นเรื่องหาดทรายขาวสะอาด แต่เกาะหินงามแห่งนี้ไร้หาดทราย แต่กลับโดดเด่นกว่าเกาะใดๆในสตูล เล่ากันว่าหินทุกก้อนมีคำสาปของเจ้าพ่อตะรุเตา หากใครนำติดตัวไปจะเกิดหายนะ แต่หากไปชมแล้วเรียงก้อนหินได้ 12 ก้อน แล้วอธิษฐานขอพร ก็จะไ้ด้สมปรารถนาทุกสิ่งทุกอย่าง

5. เกาะอาดัง

เกาะอาดัง อยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติตะรุเตา จังหวัดสตูล เกาะอาดัง คำว่า อาดัง มาจากคำเดิมในภาษามลายูว่า อุดัง มีความหมายว่า กุ้ง เพราะบริเวณนี้ เคยอุดมสมบูรณ์ไปด้วยกุ้งทะเลมากมาย เกาะอาดังเป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติตะรุเตาที่ ต.ต.5 แหลมสน-เกาะอาดัง เกาะอาดัง มีเนื้อที่เกาะประมาณ 30 ตารางกิโลเมตร เป็นเกาะที่มีหาดทรายละเอียด และน้ำทะเลที่สวยงาม

6. เกาะราวี

เกาะราวี ตั้งอยู่ในเขตอุทยายแห่งชาติตะรุเตา มีหาดทรายขาวละเอียด น้ำใสสะอาด เงียบสงบ เหมาะแก่การกางเต๊นต์พักผ่อน เล่นน้ำ ดำน้ำตื้น และดำน้ำลึกชมประการัง พร้อมสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลที่น่าชมมากมาย เกาะราวีแห่งนี้ ตั้งอยู่ห่างจากตะรุเตาไปทางทิศตะวันตก เพียง 40 กิโลเมตร

7. เกาะหอขาว

เกาะหอขาว เป็นเกาะที่เกิดจากซากเปลือกหอยสีขาว เปลือกหอยที่พบบนเกาะแห่งนี้มีมากกว่า 20 ชนิด และมีพื้นที่เกาะ 20ไร่ ทั่วทั้งเกาะไม่มีหาดทราย แต่พื้นที่ที่เหมือนหาดทรายนั้น เป็นล้วนซากของเปลือกหอยทั้งสิ้น มีนักสำรวจลงไปดูใต้น้ำ ก็ยังพบว่าเกาะแห่งนี้ ลึกลงไปก็ยังคงเป็นเปลือกหอย เหมือนกับว่ามันมากองรวมกันกลายเป็นภูเขาขนาดย่อมโพล่พ้นน้ำ จนกลายเป็นเกาะหอขาวขึ้นมา

8. หาดสันหลังมังกร

หาดสันหลังมังกร มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก กลางทะเลอันดามันใต้ ในยามที่น้ำทะเลลดลง เหมือนกระแสน้ำกำลังหลีกทางให้เป็นเส้นทางแห่งสวรรค์ ซึ่งเป็นสันทรายที่เต็มไปด้วยซากเปลือกหอยนับหลายล้านตัวทับถมกันเป็นเส้น มีทางเดิน ยาวกว่า 3 กิโลเมตร กลางน่านน้ำทะเลอันดามันใต้ที่กว้างใหญ่ เส้นทางแห่งสวรรค์นี้ ได้เปรียบเหมือนกับมังกรฟ้าที่ถลาลงมา

9. อุโมงค์แสงมรกต

อุโมงค์แสงมรกต ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัด ม.9 ต.ปาล์มพัฒนา อ.มะนัง จ.สตูล ลานแสงมรกต ถ้ำภูผาเพชร อ.มะนัง เป็น 1 ใน 24 แหล่งท่องเที่ยววิถีไทย ที่เล่ากันว่า ชีวิตคนเราขอเพียงแห็นแสงที่ปลายอุโมงค์ มันก็เกิดพลังที่จะเดินก้าวต่อไปในชีวิต ในความมืดของถ้ำที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของอาเซียน แต่มีอยู่โถงหนึ่งในถ้ำแห่งนี้ ถ้าไปในช่วงเวลาที่แสงจากภายนอกทำมุมเข้ามา จะเกิดเป็นถ้ำแสงมรกต เชื่อกันว่า นี่คือแสงปลายอุโมงค์ ที่ได้เล่าขานกันมา หากใครได้มาเห็นสักครั้ง ก็จะเกิดเป็นพลังแก่ชีวิต

10. ถ้ำเลสเตโกดอน

ถ้ำเลสเตโกดอน ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 7 บ้านคีรีวง ตำบลทุ่งหว้า อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล ถ้ำแห่งนี้เป็นถ้ำที่ยาวที่สุดในเมืองไทย และในบรรดาถ้ำเลด้วยกัน หรือเป็นถ้ำที่น้ำทะเลท่วมถึง ธรรมชาติได้สร้างถ้ำนี้มาอย่างน่าอัศจรรย์ นอกจากความสวยงามของหินงอกหินย้อยแล้ว พิกัดที่ตั้งของถ้ำแห่งนี้ ยังเป็นสถานที่ค้นพบซากฟอสซิล ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไทยอีกด้วย มีการค้นพบซากฟอสซิลสัตว์ดึกดำบรรพ์แล้วมากมายนับร้อยๆชิ้น และเชื่อว่ายังมีอีกมาก สัตว์ดึกดำบรรพ์ที่ค้นพบรวมทั้งช้างสเตโกดอนที่มีขนาดใหญ่กว่าแมมมอส

11. อุทยานแห่งชาติทะเลบัน

อุทยานแห่งชาติทะเลบัน อยู่ที่ ตำบลวังประจัน อำเภอควนโดน สตูล ที่เที่ยวสตูลแห่งนี้มีจุดเด่นคือบึงน้ำขนาดใหญ่ ที่อยู่ท่ามกลางป่าดิบชื้น ตั้งอยู่ ณ ชายแดนไทย – มาเลเซีย เกิดจากการยุบตัวของพื้นดิน ในบริเวณเดียวกันยังมีภูเขา น้ำตก ถ้ำ ทางเดินไม้ศึกษาธรรมชาติ และสัตว์ที่น่าสนใจของที่นี่คือ นกปรอดคอลาย นกหัวขวาน และที่ไม่มีที่อื่นคือ เขียดว้าก เป็นสัตว์รูปร่างคล้ายกบแต่มีหาง มีเสียงร้องคล้ายสุนัข ถ้าอยากสัมผัสธรรมชาติแห่งนี้อย่างใกล้ชิด สามารถมาตั้งแคมป์หรือพักในบ้านพักอุทยานฯได้

12. เกาะบุโหลนเล

เกาะบุโหลนเล เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา เหมาะสำหรับคนรักความสงบมากๆ ท่ามกลางธรรมชาติแบบยังดิบ เกาะบุโหลนเลเป็นเกาะใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะบุโหลน ซึ่งเป็นที่ตั้งของชุมชนชาวอูรักลาโว้ย มีชายหาด 4 – 5 แห่ง เหมาะสำหรับพักผ่อนและดำน้ำ อีก 2 เกาะใกล้เคียงคือเกาะบุโหลนดอน และเกาะบุโหลนไม้ไผ่

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ Https://pizzaandfooditalia.com

จุดเช็คอินยอดนิยม ชุมพร

จุดเช็คอินยอดนิยม ชุมพร จังหวัดเล็กๆ ที่เป็นประตูสู่ภาคใต้ แต่อุดมสมบูรณ์ด้วยแหล่งท่องเที่ยวเด็ด ๆ มากมาย 

15 จุดเช็คอินยอดนิยม ชุมพร

1.ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดชุมพร ที่พลาดไม่ได้กับการแวะสักการะ ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ องค์พระบิดาแห่งกองทัพเรือ หรือ เสด็จเตี่ย ของชาวเรือ และประชาชนทั่วไป โดยศาลแห่งนี้ ได้สร้างเป็นรูปเรือจำลองจักรีนฤเบศร หันหน้าออกไปทางทะเล บริเวณใกล้เคียงมีอาคารพิพิธภัณฑ์ และเรือรบหลวง จะมีนักท่องเที่ยว ที่แวะเวียนเข้ามากราบไหว้สักการะกันเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะมาขอพร หรือมาแก้บนกันตลอดทั้งวัน จะมีประชาชนนำปะทัดมาแก้บนเสียงดังสนั่น เพื่อเป็นพยานหลักฐานถึงความเชื่อ และความศรัทธาอย่างล้นหลาม ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้

2.พระธาตุสวี

วัดแห่งนี้ เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง ของจังหวัดชุมพร ภายในวัดมีโบราณสถานสำคัญคือ องค์พระธาตุสวี บรรจุพระบรมสารีริกธาตุอยู่ในองค์พระเจดีย์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ อันเป็นที่เคารพบูชาของชาวชุมพรและจังหวัดใกล้เคียง สถาปัตยกรรมของพระธาตุสวีนี้ เป็นทรงระฆังคว่ำ คล้ายกับพระบรมธาตุเมืองนครศรีธรรมราช แต่มี่ขนาดที่ต่างกัน ปัจจุบันองค์พระธาตุได้มีการบูรณะใหม่ โดยใช้กระเบื้องปิดองค์พระเจดีย์ แต่ยังคงรูปแบบเดิม และได้มีการสร้างกำแพงแก้วล้อมรอบองค์พระธาตุ ทุกเทศกาลสงกรานต์ ก็จะมีการจัดงานแห่ผ้าห่มพระธาตุสวีเป็นประจำของทุกๆปี

3.น้ำตกคลองเพรา

 น้ำตกคลองเพรา หรือ น้ำตกทับช้าง เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางป่า มีทั้งหมด 5 ชั้น การชมน้ำตกที่นี่จะแตกต่างจากที่อื่นคือ นักท่องเที่ยวจะต้องเริ่มชมน้ำตกจากชั้นสุดท้าย ไล่ลงมาจนถึงชั้นแรก จะเห็นสายน้ำที่ตกกระทบลงบนโขดหินฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ด้านล่างของน้ำตกยังเป็นแอ่งน้ำใส ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถลงเล่นน้ำได้ และยังมีลานกางเต็นท์อยู่บริเวณน้ำตกชั้นที่ 1 ที่ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติที่ร่มรื่นสุดๆ และนักท่องเที่ยวต้องเตรียมอุปกรณ์และเสบียงอาหารมาเอง

4.บ่อน้ำพลุร้อนถ้ำเขาพลู

ตั้งอยู่ที่ ตำบลสวนแตง อำเภอละแม จังหวัดชุมพร พื้นที่บ่อน้ำพุร้อนถ้ำเขาพลู มีเนื้อที่กว่า 300 ไร่ แวดล้อมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ ที่คอยให้ความร่มรื่น บ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้ มีชื่อเรียกของแต่ละบ่อที่น่าสนใจ มีความคล้องจองกันอย่างไพเราะคือ เอื้ออารีย์ธารทิพย์ อมฤตธารา พฤกษาชลธาร สถานที่แห่งนี้เหมาะกับผู้ที่รักสุขภาพ และชื่นชอบในการแช่น้ำร้อน นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถชมทัศนียภาพทางธรรมชาติรอบบ่อน้ำพุร้อน ซึ่งจะมีถ้ำ และร่องเขาเล็กๆ ให้ได้เข้าไปชมความสวยงามของธรรมชาติ ซึ่งภายในยังมีหินงอกหินย้อยที่สวยงามอีกด้วย

5.วนอุทยานน้ำตกกะเปาะ

น้ำตกแห่งนี้ ตั้งอยู่ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำตกกะเปาะ ภายในมีน้ำตกขนาดเล็กที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปีชื่อว่า น้ำตกกะเปาะ มีน้ำตกที่คล้ายฝายรูปโค้ง ถึงน้ำตกแห่งนี้จะมีขนาดเล็ก แต่ก็มีความน่ารักที่เป็นเอกลักษณ์อยู่ไม่น้อย รายล้อมไปด้วยสวนป่าที่ร่มรื่น เหมาะสำหรับมาพักผ่อนในวันหยุด ที่นี่ยังมีศาลาพักร้อน และสถานที่ไว้สำหรับกางเต็นท์ ให้กับนักท่องเที่ยวที่ต้องการนอนพักค้างแรม เพื่อดื่มด่ำกับความสวยงามของธรรมชาติแห่งนี้

6.เขาดินสอ

เป็นยอดเขาที่สูงที่สุด ในเขตอำเภอปะทิว เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบผจญภัย โดยนักท่องเที่ยวจะต้องเดินขึ้นยอดเขาที่สูงจากระดับน้ำทะเล 400 เมตร ตลอดเส้นทาง นักท่องเที่ยวจะได้ชื่นชมกับธรรมชาติและพรรณไม้เฉพาะถิ่นของภาคใต้ เมื่อขึ้นไปถึงยอดแล้ว ยังมองเห็นทิวทัศน์สุดสายตา ไม่ว่าจะเป็น ท้องทะเล ชายหาดทุ่งวัวแล่น สวนผลไม้ สวนยางพารา รวมถึงธรรมชาติที่เกิดจากแนวเทือกเขา ที่เรียงตัวกันอย่างสวยงาม ในช่วงเดือนตุลาคมของทุกปี ที่แห่งนี้จะมีการจัดเทศกาลดูเหยี่ยวอพยพ นักท่องเที่ยวจะได้พบนกเหยี่ยวนานาชนิดที่บินผ่านน่านฟ้าเหนือบริเวณเขาดินสอเป็นจำนวนมาก นับเป็นความงดงามทางธรรมชาติที่หาดูไม่ได้ง่าย ๆ

7.ถ้ำเขาเกรียบ

 ถ้ำแห่งนี้ ตั้งอยู่ในวัดถ้ำเขาเกรียบ เป็นวัดที่มีชื่อเสียงในจังหวัดชุมพร มีสิ่งที่โดดเด่นคือ จากวัดถ้ำเขาเกรียบมีทางเดินถึงเชิงเขาเป็นบันไดปูนไปสู่ถ้ำ ที่สามารถเดินได้อย่างสบาย เมื่อถึงปากถ้ำจะพบกับพระพุทธรูปองค์ขาว ที่ประดิษฐานอยู่หน้าถ้ำ ภายในถ้ำยังมีหินงอกหินย้อยที่สวยงามตระการตา และเมื่อแสงอาทิตย์ตกกระทบ จะมีความสวยงามมากยิ่งขึ้น เพราะมีประกายสวยงามแวววับราวกับเพชร เมื่อมองลงไปด้านล่างของถ้ำ จะเห็นถึงวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ส่วนบริเวณเชิงภูเขาด้านล่างเป็นสำนักสงฆ์ที่เข้ามาปฏิบัติธรรม และยังมีศาลเจ้าแม่กวนอิม ศาลปู่เจ้าสมิงพราย ให้นักท่องเที่ยว ได้เคารพสักการะด้วย

8.หาดทุ่งวัวแล่น

ตั้งอยู่ที่ หมู่ 8 ตำบลสะพลี อำเภอปะทิว ชุมพร เป็นชายหาดที่มีเม็ดทรายละเอียดมีสีขาวนวล ทอดยาวสุดสายตา เป็นชายหาดที่มีน้ำตื้นค่อย ๆ ลาดเอียงลงทีละน้อย เหมาะกับการเล่นน้ำ และเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ส่วนทางด้านใต้ของหาดติดกับภูเขา เป็นหาดที่มีหินอยู่มากมาย

9.สวนนายดำ

สวนนายดำ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรของจ.ชุมพร มีการตกแต่งสวนที่สวยมาก เพื่อศึกษาพืชพรรณธรรมชาติ ท่ามกลางบรรยากาศรื่นร่มสุดๆ จุดเด่นของสวนนายดำ ที่ทำให้ผู้คนรู้จัก คือ ส้วมรูปแบบต่างๆหลากหลายจินตนาการ ที่ไว้คอยให้บริการแก่นักท่องเที่ยว เป็นสุดยอดส้วมที่ได้รับรางวัล ส้วมแห่งปี โดยมีส้วมหลายประเภท ได้แก่ จะเป็นส้วมตูดหมู  ส้วมรู ส้วมทาซาน ส้วมเสมอภาค  ส้วมอวตาล ส้วมใต้พิภพ ซึ่งส้วมแต่ละแบบก็จะมีป้ายอธิบายถึงที่มาที่ไปไว้ด้วย ส้วมแต่ละประเภทเป็นส้วม ที่ใช้งานได้จริง สะอาดและถูสุขลักษณะ

10.อ่าวคราม

อ่าวคราม เป็นที่ตั้งของชุมชนชาวประมงขนาดเล็ก ที่อำเภอสวี จังหวัดชุมพร ซึ่งชุมชนนี้ตั้งอยู่ริมทะเลท่ามกลางธรรมชาติที่แสนสงบ โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าพักแบบโฮมสเตย์ เรียนรู้วิถีชุมชน ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมง หาปลา ปลาหมึก กุ้ง คนในชุมชนยังคงใช้ชีวิตแบบดั้งเดิม ดื่มด่ำกับการพักผ่อนแบบโฮมสเตย์ริมทะเล ที่มีลมพัดเย็นสบายตลอดทั้งวัน มีอาหารทะเลสดๆให้บริการ ยามค่ำคืนจะมีกิจกรรมพาไปชมการยกบาม หรืออวนหมึก ที่เป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวของ บ้านอ่าวคราม และยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวไปยังเกาะที่ใกล้เคียง อย่างเกาะกุลา ซึ่งตรงข้ามกับอ่าวคราว ใช้เวลาเดินทางไม่ถึง 10 นาที

11.เกาะกุลา

เกาะน่าเที่ยว ที่มีหาดทรายขาวน้ำใสมากๆ จนเห็นปะการังและฝูงปลา สามารถดำน้ำชมปะการังได้จากหน้าหาด มีสัตว์น้ำที่อยู่อาศัยอยู่มากมาก เช่น หอยเม่น หอยมือเสือ ปลาเสือ สามารถเดินชมแนวปะการังได้จากสะพานเทียบเรือที่ทอดยาวบริเวณหน้าเกาะ เกาะกุลามีชายหาดอยู่ 2 หาดด้วยกันคือ หาดที่อยู่ในโซนของบ้านพักอุทยานฯ ซึ่งมีพื้นที่กว้างขวาง และชายหาดที่เป็นท่าเทียบเรือ ซึ่งชายหาดทางฝั่งนี้ จะมีพื้นที่ของชายหาดไม่กว้างมากนัก แต่มีน้ำทะเลที่ใสมากจนมองเห็นโขดหินและ ปะการัง สามารถดำน้ำตื้น เพื่อดูปะการังได้จากหน้าหาด ซึ่งหาดนี้เป็นหาดที่ผู้คนนิยมมาเล่นน้ำ มีสะพานเทียบเรืออยู่ด้านหน้าสามารถเดินเล่นได้

12.เกาะมัตรา

เกาะมาตรา หรือ เกาะมัตรา อยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร มีหาดทรายขาวสลับกับโขดหินอยู่หน้าเกาะ เป็นเกาะที่นักท่องเที่ยวนิยมดำน้ำ ดูปะการัง เพราะเกาะแห่งนี้ มีแนวปะการังน้ำตื้นที่สวยงาม และมีฝูงปลาชุกชุม เกาะมาตรามีพื้นที่แนวปะการังชายฝั่งก่อตัวอยู่รอบเกาะ มีระดับความลึกราว 8 เมตร แนวปะการังมีความสวยงาม มีสภาพที่สมบูรณ์ดีถึงดีมาก จึงเป็นแหล่งดำน้ำที่มีนักท่องเที่ยวนิยมมาดูปะการักเป็นจำนวนมาก

13.เกาะรังกาจิว

เกาะรังกาจิว เป็นเกาะสัมปทานรังนกที่อยู่ในเขตอำเภอเมือง เป็นเกาะที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยเสด็จประภาสเพื่อทอดพระเนตรการเก็บรังนกบนเกาะนี้ ถึง 3 ครั้ง และได้ทรงจารึกพระปรมาภิไธยย่อ จปร. ของพระองค์ไว้บนผนังหินปากถ้ำ ทางด้านใต้ ซึ่งยังคงปรากฏเป็นหลักฐานจนถึงทุกวันนี้ เกาะรังกาจิวมีชายหาดสวยงาม หาดทรายขาว น้ำทะเลใสสุดๆ และมีแนวปะการังแถบชายฝั่งที่สามารถดำน้ำตื้นชมปะการังได้

14.เกาะหลักแรด

เป็นเกาะดำน้ำยอดนิยม ของหมุ่เกาะทะเลชุมพรนอกจากจะเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเลหลากหลายชนิดแล้ว เกาะแห่งนี้ยังเป็นเกาะที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ ให้คล้ายกับสัตว์ป่าอย่าง แรด เนื่องจากรูปทรงของเกาะทางตอนใต้ของทะเลชุมพรแห่งนี้ไปคล้ายคลึงกับแรด ชาวบ้านจึงเรียกเกาะแห่งนี้ว่า เกาะอีแรด เป็นเกาะหินปูนที่ไม่มีชายหาด หรือที่ราบสำหรับขึ้นเกาะ มีแนวปะการังที่สวยงาม ดอกไม้ทะเล และฝูงปลา มากมาย รอบ ๆ หินหลักแรดมีแนวปะการัง และดอกไม้ทะเลเป็นจำนวนมาก

15.หมู่เกาะง่าม

จุดดำน้ำที่ขึ้นชื่อของทะเลชุมพร ประกอบด้วยหินหลักง่าม หรือหินแพ เกาะง่ามใหญ่ เกาะง่ามน้อย และเกาะหลักง่าม ทะเลแถบนี้แม่น้ำจะไม่ใสเหมือนแถบอันดามัน และไม่มีปะการังอ่อนสีสดมากเท่าใด แต่ก็รายล้อมด้วยดงปะการังดำ ที่หาชมได้ยากในจุดดำน้ำอื่นๆ ทะเลชุมพรนับเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเล และฝูงปลาจำนวนมาก นักดำน้ำมักพบปลากะพงแดง ปลากะมง ปลาข้างเหลือง ฝูงใหญ่ ๆ โฉบเฉี่ยวเวียนว่ายไปมาอยู่ในที่แห่งนี้

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ https://pizzaandfooditalia.com