เช็คอินฟินๆ ที่โคราช

เช็คอินฟินๆ ที่โคราช จังหวัดนครราชสีมา เป็นจังหวัดที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน มีแหล่งท่องเที่ยวที่ครบครัน และสวยงามมากมาย ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด

10จุด เช็คอินฟินๆ ที่โคราช

1. อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย

อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย ตั้งอยู่ที่ ตำบลในเมือง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ห่างจากตัวจังหวัดนครราชสีมาไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร มีพื้นที่รับผิดชอบราว 2,658 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่สำคัญของเมืองพิมายในอดีต ด้านทิศเหนือและตะวันออกจรดแม่น้ำมูล ทิศตะวันตกจรดลำจักราช และด้านทิศใต้ครอบคลุมสุดเขตบารายด้านทิศใต้ เป็นสถานที่ตั้งของปราสาทหินพิมาย ซึ่งเป็นศาสนสถานในพุทธศาสนานิกายมหายานที่มีความสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย มีอายุราว 1,000 ปีมาแล้ว เมืองพิมายมีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกว้าง เมตร ยาว 1,030 เมตร มีกำแพงและคูน้ำล้อมรอบ มีแม่น้ำมูลไหลผ่านทางทิศเหนือและทิศตะวันออก ทางทิศใต้มีลำน้ำเค็ม ทิศตะวันตกมีลำน้ำจักราชไหลขึ้นไปบรรจบกับลำน้ำมูล คำว่า พิมาย น่าจะเป็นคำเดียวกับคำว่า วิมายะ ที่ปรากฏอยู่ในจารึกภาษาเขมรที่กรอบประตูด้านทิศตะวันออกของระเบียงคดด้านทิศใต้ของปราสาทหินพิมาย ระบุชื่อ กมรเตงชคตวิมาย และกล่าวถึงการสร้างรูปเคารพสำคัญชื่อ กมรเตงชคตเสนาบดีไตรโลกยวิชัย ใน พ.ศ.1651 ดังนั้นเมืองพิมาย จึงเชื่อได้ว่าเป็นเมืองที่มีมาตั้งแต่ในสมัยอาณาจักรเขมรโบราณ ที่มีการพัฒนาของชุมชนและสังคมตามลำดับ

2. น้ำตกเหวสุวัต

น้ำตกเหวสุวัต เป็นน้ำตกอุมดมสมบูรณ์ที่ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เดินเท้าเข้ามาไม่ไกลประมาณ 200 เมตรก็ถึง และนอกจากจะได้ชื่นชมธรรมชาติแล้ว ที่นี่ยังมีมุมเด็ดๆ ไว้ให้สำหรับนักท่องเที่ยวได้เก็บภาพสวย ๆ งาม ๆ ไว้เป็นที่ระลึกอีกเพียบ และไปต่อกันกับที่เที่ยวปากช่องที่มาแล้วต้องแวะ เพราะถ้าไม่ไปเก็บภาพสักแชะถือว่ามาไม่ถึง!

3. ตลาดน้ำเขาใหญ่

ตลาดน้ำเขาใหญ่ เป็นตลาดน้ำบนเนินเขาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีเจ้าของเป็นเจ้าเดียวกันกับตลาดน้ำสามพันนาม (หัวหิน) ตลาดน้ำอโยธยา ตลาดอโยเดีย และปางช้างอโยธยา โดยตลาดน้ำแบ่งออกเป็น 2 โซน คือโซนตลาดน้ำ และโซนสวนดอกไม้ นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะได้พบกับความสวยงามของทุ่งดอกไม้สีเหลืองทีปกคลุม เขาตลอดทั้งปี พร้อมสวนสัตว์ (mimi zoo) ท่าม กลางธรรมชาติ ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้พบกับเหล่าสัตว์น่ารักอันได้แก่ แกะ กระต่าย อูฐ ที่นักท่องเที่ยวสามารถให้อาหารได้กับมือ นอกจากนี้ภายในตลาดยังมีสถานที่ถ่ายรูปสำหรับคู่รัก (swiss Love) พร้อมที่จอดรถกว่า 200 คัน

4. วัดศิมาลัยทรงธรรม 

วัดศิมาลัยทรงธรรม ตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขา ภายในมีถ้ำหินงอกหินย้อย ตกแต่งพื้นที่สำหรับนั่งสมาธิภาวนา บนยอดพระบรมธาตุเจดีย์ตกแต่งเป็นบันไดพญานาค227ขั้น มีฝ่าพระหัตถ์จำลอง และกุฏิหลังเล็กๆตามแมกไม้บนภูเขา เป็นวัดที่มีความหลากหลายทางพระพุทธศาสนามากที่สุดเลยก็ว่า โดยมีการรวมศิลปะ ประติมากรรมจากหลายพื้นที่มาไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น อินเดีย ศรีลังกา ขอม ทิเบต ฯลฯ รับรองว่าคุณจะต้องเพลิดเพลินไปกับความอัศจรรย์ในแนวคิดของการสร้างวัดนี้ พร้อมมีเจ้านกยูงแสนสวย สัตว์เลี้ยงประจำวัดคอยต้อนรับคุณอย่างเป็นมิตร

5. น้ำพุธรรมชาติ

สระน้ำผุด ตั้งอยู่ที่ ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง เป็นตาน้ำที่มีน้ำไหลตลอดปี มีน้ำผุดออกมาโดยธรรมชาติ ลักษณะของน้ำจะใสมาก และไหลอยู่ตลอดเวลา ถ้าเป็นช่วงหน้าฝนก็จะมีน้ำเยอะกว่าปกติ น้ำผุดนี้จะมี บ่อหรือชั้น ลดหลั่นกัน ไปเป็นบ่อๆ มีประมาณ 4 บ่อ สามารถลงเล่นน้ำได้ ส่วนบ่อที่เป็นตาน้ำจะไม่มีใครไปลงเล่นน้ำ เพราะถือว่าเป็นตาน้ำน้ำผุดบ่อน้ำ จะสามารถลงเล่นน้ำได้ มีสะพานข้ามไปฝั่งตรงข้าม โดยมีถนนทางเดินเล็กๆ เดินเข้าไป

6. จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม

จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย เที่ยวชมวิถีชีวิตพื้นบ้านแบบดั้งเดิม การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม แปลงเก็บผักปลอดสารพิษ ตลอดจนทุ่งดอกไม้นานาพรรณ และความงามของธรรมชาติ ท่ามกลางภูเขาและทุ่งหญ้า โดยจะเปิดให้เที่ยวชมเพียงปีละ 1 เดือนเท่านั้น เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักท่องเที่ยว พร้อมให้ได้เที่ยวชมและเลือกซื้อผัก ดอกไม้นานาชนิด พร้อมทั้งเรียนรู้สถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมประเพณีแบบดั้งเดิมของชาวอีสาน

7. เขาใหญ่ อาร์ต มิวเซียม

เขาใหญ่อาร์ตมิวเซียม (Khao Yai Art Museum) เป็นพื้นที่ทางศิลปะให้ผู้ที่สนใจสามารถเดินทางมาศึกษาเยี่ยมชม โดยอยู่ในฐานะของหอศิลป์และศูนย์รวมการเรียนรู้ทางศิลปะ ภายในจัดแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัยที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยศิลปินระดับแนวหน้าของเมืองไทย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงผลผลิตทางพุทธิปัญญาของมนุษย์ท้ังทางด้าน ศิลปกรรม สถาปัตยกรรม มัณฑนศิลป์ และการจัดวางองค์ประกอบของทิวทัศน์ท่ามกลางบรรยากาศของธรรมชาติที่ งดงาม เงียบสงบ และอบอวลด้วยสนุทรียะแห่งการใช้ชีวีตอย่างมีรสนิยม

8. วัดโนนกุ่ม (วัดหลวงพ่อโต)

วัดโนนกุ่ม อ. สีคิ้ว หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ วัดหลวงพ่อโต ที่มีการสร้างรูป หล่อทองเหลืองรมดำของสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหฺมรังสี ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยโบสถ์มีการสร้างอย่างงดงามและใหญ่โต โดยมีคุณสรพงษ์ ชาตรี ดารานักแสดงได้เป็นผู้เริ่มดำเนินการสร้าง นอกจากนี้บิริวณโดยรอบ ยังมีสวนอุทยานที่สวยงาม ทำให้เป็นสถานที่น่าท่องเที่ยวอีกแห่งหรึ่งในเมืองโคราช

9. บ้านไม้ชายน้ำ

บ้านไม้ชายน้ำ เป็นพิพิธภัณฑ์ของเก่าและร้านอาหาร ในหนึ่งเดียว คุณจะเพลิดเพลินไปกับการเดินชมของเก่าจากหลายยุคหลายสมัย มีทั้งของเล่น เครื่องมือเครื่องใช้ เครื่องอุปโภคบริโภคในสมัยก่อน ที่เป็นของหายาก ถ้ามีคนแก่ไปด้วยท่านอาจจะได้รำลึกความหลัง ภายในโซนสวนอาหารก็ตกแต่งในแบบไทยย้อนยุค มีโคมไฟสีสันสดใสตกแต่งอย่างสวยงาม อีกทั้งยังมีรูปปั้นเหล่าบรรดาซุปเปอร์ฮีโร่ ที่เด็กๆ จะต้องชอบ ขอบอกเลยว่าการมาที่นี่ระวังเมมกล้องเต็มโดยไม่รู้ตัว

10. ผาเก็บตะวัน

ผาเก็บตะวัน อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน มีทางขึ้นอยู่ด้านอำเภอวังน้ำเขียว เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง ไฮไลท์สำคัญของที่นี่ คือ การดีดหนังสติ๊ก เป็นหนังสติ๊กขนาดใหญ่ ที่ให้เอาไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เล่น แต่ไม่ใช่ดีดไปส่งเดชนะครับ เพราะว่ากระสุนที่ใช้ มันคือเมล็ดพันธุ์ (ขายลูกละ 10 บาท) ที่ยิงออกไปไกลแค่ไหนก็แล้วแต่กำลัง มันก็จะเจริญเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ต่อไป ถือเป็นกุศโลบายชั้นเยี่ยม ที่คอยช่วยเหลือผืนป่าให้ยืนยาว

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ Https://pizzaandfooditalia.com

เมืองเจ็ดลุ่มน้ำ จังหวัดอำนาจเจริญ

เมืองเจ็ดลุ่มน้ำ จังหวัดอำนาจเจริญ เป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นทางด้านธรรมชาติ หรือด้านวัฒนธรรมและอารยธรรม

สถานที่ท่องเที่ยว เมืองเจ็ดลุ่มน้ำ จังหวัดอำนาจเจริญ

1. วัดถ้ำแสงเพชร

วัดถ้ำแสงเพชร หรือวัดศาลาพันห้อง เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมสายพระอาจารย์ ชา สุภัทโท ซึ่งในอดีตหลวงปู่ได้มาทำวัตรเช้าเย็น เจริญพระพุทธมนต์นั่งสมาธิที่ถ้ำแห่งนี้ ตัววิหารตั้งอยู่บนยอดเขาสูง ประดิษฐานพระพุทธไสยยาสน์ ยาว 19 เมตร ภายในเจดีย์สถูปมีหุ่นขี้ผึ้งรูปเหมือนหลวงปู่ชาสุภัทโท และภาพเขียนฝาผนังสีน้ำถึงพุทธประวัติ ส่วนถ้ำจะอยู่ทางด้านทิศเหนือของวิหาร มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่เป็นพระประธาน มีความงดงาม ภายในถ้ำมีเกล็ดหินส่องประกายวิบวับมองคล้ายกับแสงเพชร เป็นที่มาของชื่อถ้ำแห่งนี้ ในส่วนบริเวณรอบๆ ร่มรื่นด้วยต้นไม้สีเขียว บรรยากาศค่อนข้างสงบ เหมาะสำหรับการปฏิบัติธรรมเป็นอย่างยิ่ง

2. พุทธอุทยานและพระมงคงมิ่งเมือง

หากได้มาเที่ยวจังหวัดอำนาจเจริญแล้ว ไม่ควรพลาดที่จะแวะไปสักการะพระมงคลมิ่งเมือง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมือง ตั้งอยู่ที่ พุทธอุทยาน ถนนชยางกูร มีพุทธลักษณะตามอิทธิพลของศิลปะอินเดียเหนือแคว้นปาละ ซึ่งได้แผ่อิทธิพลมายังภาคอีสานของประเทศไทย มีชาวบ้านเคารพสักการะบูชาเป็นจำนวนมาก โดยในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 หรือวันมาฆบูชา ของทุกๆปี ชาวอำนาจเจริญจะจัดงานนมัสการพระมงคงมิ่งเมือง เป็นงานยิ่งใหญ่ประจำปี และที่นี่ยังสามารถเดินเล่นพักผ่อนอยู่ภายในพุทธอุทยาน ที่มีต้นไม้ร่มรื่นเย็นสบาย

3. วัดดงเฒ่าเก่า

วัดดงเฒ่าเก่า ตั้งอยู่ที่ บ้านหนองเรือ ต.นาหมอม้า จ.อำนาจเจริญ เป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัด ที่นี่มีการค้นพบใบเสมาเป็นจำนวนมาก มีอายุไม่น้อยกว่าพุทธศตวรรษที่ 12-13 หรือมีอายุกว่า 1,000 ปี นอกจากนี้ยังพบพระพุทธรูปหินทรายสมัยทวารวดีตอนปลาย รวมถึงโบราณวัตถุเก่าแก่ ในสมัยขอม เช่น พระนารายณ์หินที่เหมือนต้นไม้ และหินสลักภาพโบราณ

4. วัดเขาคีรีวงกต

วัดเขาคีรีวงกต หรือ วัดป่าภูมะโรง อยู่ที่ ถนนบ้านคำแก้ว-คำเดือย ต.คําเขื่อนแก้ว อ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูมะโรง ซึ่งเป็นป่าบนภูหินทราย มีลักษณะสวยแปลกตา โดดเด่นไปด้วยลักษณะเป็นเหมือนเขาวงกต หินก้อนใหญ่กระจัดกระจายอยู่ทั่ว มีทางเดินวกวน จนเป็นที่มาของชื่อคีรีวงกต วัดแห่งนี้เป็นเป็นวัดป่า และที่พักสงฆ์ การเที่ยวชมธรรมชาติในที่แห่งนี้ จึงควรทำด้วยความเหมาะสมและเคารพสถานที่

5. อุทยานดงลิงดอนเจ้าปู่

อุทยานดงลิงดอนเจ้าปู่ เป็นพื้นที่ป่าเบญจพรรณอันอุดมสมบูรณ์ มีพื้นที่กว่า 200 ไร่ มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่มากมาย โดยเฉพาะลิงที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก และมีพุทธสถานที่สำคัญ คือ ศาลเจ้าปู่(พรานที) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ของต้นไม้ใหญ่ที่เป็นศาลเดิม ในช่วงเดือนห้า (บุญสงกรานต์) และเดือนหก (บุญบั้งไฟ) ชาวเมืองอำนาจจะมาร่วมกันจัดงาน ณ บริเวณนี้ และนำบั้งไฟมาถวายเจ้าปู่(พรานที) เป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นศิริมงคล และยังเป็นสถานที่พักผ่อนสำหรับผู้ที่มาเยี่ยมชมด้วย

6. น้ำตกตาดใหญ่

น้ำตกตาดใหญ่ ตั้งอยู่ที่ บ้านหินกอง ต.โคกก่ง อ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ เป็นน้ำตกซึ่งเกิดจากลำห้วยทม ไหลผ่านพลาญหินทราย มีหน้ากว้างกว่า 30 เมตร สูงประมาณ 2-3 เมตร มีน้ำไหลตลอดทั้งปี แต่น้ำมากในฤดูฝน และสวยที่สุดช่วงปลายฝนต้นหนาว ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่ามาสัมผัสมากๆ น้ำตกตาดใหญ่ยังเป็นน้ำตกที่เข้าถึงง่าย มีถนนคอนกรีตสลับลาดยางตลอดสาย ไปจนสุดปลายที่น้ำตก ชาวบ้านยังใช้รถอีแต๊กอีแต๋นสัญจรข้ามไปมาสองฝั่งน้ำตก และยังเป็นพื้นที่เกษตรอีกด้วย

7. อ่างเก็บน้ำห้วยหินกอง

อ่างเก็บน้ำห้วยหินกอง ตั้งอยู่ที่ ต.นาหว่า อ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ เป็นอ่างเก็บน้ำที่พัฒนา มาเป็นแหล่งท่องเที่ยวอำนาจเจริญ ให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวได้ใช้เวลามาพักผ่อน และทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ชมสวนผลไม้ โดยในช่วง ม.ค – ม.ค ไปแวะชิมเมลอนผลสดรสหวานฉ่ำ ส่วนในช่วงของ เม.ย – มิ.ย มีเงาะและลำใยให้ชิมกันถึงในสวน นอกจากนี้อย่าลืมลิ้มลองสารพัดเมนูปลาบู่ จากร้านอาหารที่อยู่รอบอ่างเก็บน้ำ

8. ผาชื่นวาริน

ผาชื่นวาริน ตั้งอยู่ที่ ต.เหล่าพรวน อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ ที่นี่เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตก ในอำนาจเจริญ กับบรรยากาศลานหินกว้างๆ เหมาะกับการชวนคนข้าง ๆ ไปยืนรับลมเย็น ๆ ชมวิวพื้นป่าด้านล่าง ไปพร้อมกับแสงสุดท้ายของวัน บอกได้เลยว่า เป็นที่เที่ยวอำนาจเจริญ ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

9. แก่งคันสูง

แก่งคันสูง อยู่ที่ ต.โคกสาร อ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ ชุ่มฉ่ำดับร้อนริมฝั่งแม่น้ำโขงกับลานหินกว้าง ที่เที่ยวอำนาจเจริญ ที่นี่ในช่วงฤดูร้อน นักท่องเที่ยวจะนิยมมาเช่าห่วงยางลงเล่นน้ำ ล่องเรือ ชมวิวสองฝั่งแม่น้ำโขงเป็นจำนวนมาก ยิ่งในช่วงน้ำลดจะเห็นเกาะแก่งต่างๆ ที่อยู่กลางน้ำได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีกระท่อมไม้ไผ่ริมน้ำให้เช่า อีกทั้งสั่งอาหาร และเครื่องดื่มมานั่งรับประทานได้อีกด้วย

10. ไร่ภูตะวัน

ไร่ภูตะวัน เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรกับไร่ผักอินทรีย์ มีเนื้อที่กว่า 35 ไร่ ที่เจ้าของนำความรู้ด้านการเกษตรที่ทันสมัยมาปรับใช้ และส่งเสริมให้ชาวบ้านในชุมชมปลูกผักอินทรีย์ เพื่อส่งขายอีกด้วย โดยผลผลิตหลักของไร่ คือ ผักสลัด ปวยเล้ง คะน้า กวางตุ้ง เมลอน หากใครมีโอกาสไปอำนาจเจริญ สามารถแวะเยี่ยมชม และเลือกซื้อผักสด ๆ กันได้

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ Https://pizzaandfooditalia.com

เที่ยวเมืองบั้งไฟ จังหวัดยโสธร

เที่ยวเมืองบั้งไฟ จังหวัดยโสธร จังหวัดที่เล็กที่สุดในภาคอิสาน เป็นเมืองที่แสนสงบ โดดเด่นไปด้วยวัฒนธรรมที่มีเสน่ห์ และสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย

10สถานที่ เที่ยวเมืองบั้งไฟ จังหวัดยโสธร

1. พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก

พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งคือพิพิธภัณฑ์คางคก ที่นี่เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของจังหวัดยโสธร โดยจะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่สอดแทรกเรื่องราว ของตำนานพื้นเมืองชาวอีสาน เกี่ยวกับคางคก พญานาค และประเพณีบุญบั้งไฟ ซึ่งมีความสวยงามและโดดเด่น สาเหตุที่ต้องเป็นคางคก เพราะชาวยโสธรเชื่อกันว่า เป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ ส่วนตัวอาคารของที่นี่เป็นจุดเช็กอินเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นรูปคางคกสูง 5 ชั้น โดดเด่นและมองเห็นมาแต่ไกล หากใครอยากได้รับความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ หรือประเพณีบุญบั้งไฟ ก็ลองมาที่เที่ยวยโสธรแห่งนี้กันได้เลย

2. วัดมหาธาตุ

วัดมหาธาตุ ตั้งอยู่ที่ ถนนโพธิราช ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ยโสธร วัดคู่บ้านคู่เมืองของยโสธร เพราะเป็นวัดที่อยู่มาตั้งแต่เริ่มสร้างเมือง โดยตั้งอยู่กลางเมือง มีโบราณสถานที่สำคัญภายในวัด นั่นก็คือ พระพุทธบุษยรัตน์ หรือที่เรียกกันว่า พระแก้วหยดน้ำค้าง เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ สร้างจากเนื้อแก้วใสบริสุทธิ์ และเป็นศิลปะในสมัยเชียงแสน เป็นที่เคารพบูชาของคนในสมัยก่อน มาจนถึงปัจจุบัน หากใครมีโอกาสได้มายโสธร ก็ควรแวะมาสักการะ กราบไหว้ ที่วัดมหาธาตุแห่งนี้ เพื่อความเป็นสิริมงคล

3. วัดพระพุทธบาทยโสธร

วัดแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ ต.หัวเมือง อ.มหาชนะชัย ยโสธร เป็นอีกหนึ่งวัดที่สำคัญ และเป็นโบราณสถานที่ล้ำค่าของจังหวัดนี้ ที่นี่โดดเด่นด้วยอุโบสถสีขาว หลังคาสีน้ำเงิน ภายในตัววัดเป็นที่ประดิษฐานของ รอยพระพุทธบาท พระพุทธรูปปางนาคปรก และหลักศิลาจารึกจากศิลาแลง มีประชาชนหลั่งไหลเข้ามาบูชากราบไหว้กันไม่ขาดสาย นอกจากนี้ ที่วัดยังมีพระประธานเจียระไนจากหยกขาว ซึ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย เรียกได้ว่าผู้ที่ชื่นชอบศิลปะแบบประยุกต์ หรือหาที่เที่ยวยโสธรเด็ด ๆ ไม่ควรพลาด

4. แหล่งโบราณสถานบ้านสงเปือย

แหล่งโบราณสถานแห่งนี้ เป็นสถานที่รวบรวมของโบราณ ที่เก็บหรือขุดได้ จากเมืองเก่าในสมัยขอม มีพระประธานองค์ใหญ่ ที่ชาวบ้านท้องถิ่นนิยมมาสักการะ ปั้นด้วยอิฐปูน อายุมากกว่า 200 ปี นอกจากนี้ ยังมีรอยพระพุทธบาทจำลอง ที่สร้างในสมัยจอมพลแปลก พิบูลสงคราม และพิพิธภัณฑ์ของโบราณ ที่ได้รวบรวมของโบราณที่เก็บและขุดได้จากดงเมืองเตย ซึ่งเป็นเมืองเก่าสมัยขอม จึงทำให้ที่แห่งนี้ เหมาะกับการมาศึกษาประวัติศาสตร์ และเรื่องราวในประวัติศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง

5. ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองยโสธร

ศาลแห่งนี้ เป็นที่นับถือและเลื่อมใสของชาวเมืองยโสธร ตั้งอยู่ที่ ในย่านเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า ซึ่งเป็นย่านการค้าที่สำคัญในอดีต ของจังหวัดยโสธร ความพิเศษของที่นี่คือ เสาหลักเมืองจะมี 3 เสา ซึ่งเสาต้นใหญ่จะเป็นเสาหลัก ส่วนเสาเล็ก ๆ ซ้ายขวาจะเป็นเสาของผีพระละงุม และผีพระละงำ ที่จะคอยดูแลรักษาหลักเมืองอีกที โดยที่ศาลหลักเมืองได้มีการบูรณะขึ้นมาใหม่ ซึ่งมีความผสมผสานศิลปะ ถึง 3 วัฒนธรรม คือจีน ไทย และลาว นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีความเชื่อกันว่า หากได้มากราบไหว้ขอพร ก็มักจะได้สมใจปรารถนา

6. โบสถ์คริสบ้านซ่งแย้

โบสถ์คริสต์บ้านซ่งแย้ ตั้งอยู่ที่ อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร เป็นโบสถ์ไม้ของคริสต์ศาสนา ที่มี ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และมีอายุถึง 100 ปี โบสถ์คริสต์บ้านซ่งแย้มีชื่อเต็มๆว่า วัดอัครเทวดามีคาแอล ที่มีโบสถ์ไม้หลังใหญ่ตั้งอยู่อย่างโดดเด่นเป็นสง่า ซึ่งทั้งหมดจากพลังแห่งศรัทธาอันแรงกล้าของคริสต์ชนที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกัน สร้างโบสถ์ไม้ขนาดใหญ่ที่สุดแห่งนี้ ในปัจจุบันโบสถ์แห่งนี้สามารถบรรจุคนได้มากกว่า 500 คน โบสถ์แห่งนี้เป็นโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิคที่มีความสงบ และงดงามอย่างยิ่ง

7. พระธาตุก่องข้าวน้อย

พระธาตุก่องข้าวน้อย หรือที่นิยมเรียกกันว่าพระธาตุก่องข้าวน้อย เป็นเจดีย์เก่าแก่ศิลปะแบบขอมตั้งอยู่ที่วัดทุ่งสะเดา บ้านสะเดา ต.ตาดทอง อ.เมืองจ.ยโสธร ธาตุก่องข้าวน้อยเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูน รูปทรงแปลกไปจากเจดีย์ทั่วไป ประวัติของการสร้างธาตุแห่งนี้แตกต่างไปจากธาตุอื่น ๆ ที่มักเกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา เพราะที่นี่เกี่ยวกับนิทานพื้นบ้านโบราณ ที่เกี่ยวข้องกับชายคนหนึ่งที่หิวอาหารจนหน้ามืดทำร้ายมารดาเสียชีวิต จนสุดท้ายขอชวช และสร้างองค์ธาตุแห่งนี้เพื่อไถ่บาป และเป็นที่มาของคำว่า กล่องข้าวน้อยฆ่าแม่

8. ภูถ้ำพระ

เป็นถ้ำใหญ่มีกว้างประมาณ 3 วา ยาวประมาณ 8 วา ตั้งอยู่ชะง่อนภูด้านทิศใต้ มีทางเข้าไปตามซอกหิน ซึ่งตั้งสูงสุดตระหง่านอยู่ รอบๆเป็นอุโมงค์ จากปากถ้ำเลยไปทางทิศเหนือ สามารถเดินลอดไปได้อย่างสบาย ถ้ำพระนี้มีธรรมชาติเป็น 2 ชั้น เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป ซึ่งตั้งเรียงรายอยู่เป็นแถว ๆ และมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์ พระกัจจายนะ 2 องค์ สร้างสมัยอาจารย์ดี ฉันโน อยู่ในถ้ำนี้อย่างงดงาม ภูถ้ำพระ เป็นพื้นที่ภูเขาขนาดเล็ก เนื้อที่ประมาณ 200 ไร่ มีป่าไม้เบญจพรรณขึ้นอยู่ทั่วไปค่อนข้างสมบูรณ์ ให้ความร่มรื่น มีอากาศเย็นสบาย เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของลำห้วยหลายแห่ง เสาหินมีลักษณะคล้ายแหล่งท่องเที่ยวภูผาเทิบ และมีจุดชมวิวเป็นแหล่งธรรมชาติที่สวยงาม สาเหตุที่เรียกว่า ภูถ้ำพระ เพราะมีพระพุทธรูปอยู่ในถ้ำเป็นจำนวนมาก

9. สวนสาธารณะพญาแถน

สวนสาธารณะพญาแถน มีพื้นที่ราว 18 ไร่ 2 งาน กับอีก 57 ตารางวา ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองยโสธร บริเวณรอบๆสวน มีไม้ดอกไม้ประดับต่างๆ มากมาย หลายชนิด มีลำน้ำเล็กๆ ไหลล้อมรอบพื้นที่ นับได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยโสธร อีกสถานที่หนึ่ง ที่นักท่องเที่ยว ตลอดจนประชาชน นิยมมานั่งพักผ่อนเป็นจำนวนมาก เนื่องจาก บริเวณโดยรอบ ของสวนสาธารณะพญาแถน มีความร่มรื่น เหมาะสำหรับพักผ่อนมากๆ

10. หอไตรวัดสระไตรนุรักษ์ ยโสธร

หอไตรวัดสระไตรนุรักษ์ ตั้งอยู่ที่ วัดสระไตรนุรักษ์ เป็นหอไตรเก่าแก่ อยู่กลางสระน้ำ สร้างมานานกว่าร้อยปี สถาปัตยกรรมแบบพม่าหรือไทยใหญ่ อาคารไม้ขนาดกว้าง 8.30 เมตร ยาว 10.50 เมตร หลังคามุงสังกะสี มีชายคายื่นทั้ง 4 ทิศ หลังคามี 4 ชั้น ลดหลั่นกันขึ้นไปมีประตูด้านหน้า 1 ช่อง บานประตูแกะสลักลวดลายสวยงาม ใช้เป็นที่เก็บพระไตรปิฎกมาแต่โบราณ

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ Https://pizzaandfooditalia.com

เที่ยวได้ทั้งปี ที่ชัยภูมิ

เที่ยวได้ทั้งปี ที่ชัยภูมิ จังหวัดที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขา มีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ขึ้นชื่อทุ่งดอกกระเจียว และมีแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

10สถานที่ เที่ยวได้ทั้งปี ที่ชัยภูมิ

1. วัดศิลาอาสน์

วัดศิลาอาสน์ เป็นวัดที่เงียบสงบ มีผาหิน ซึ่งมีภาพจำหลักกลุ่มพระพุทธรูปทั้งหมด 9 องค์ อันเป็นที่มาของชื่อ ภูพระ มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ประทับนั่งขัดสมาธิ ชาวบ้านเรียกว่า พระเจ้าองค์ตื้อ ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวชัยภูมิ และพื้นที่ ใกล้เคียงมาช้านาน ใกล้กันมีพระพุทธรูปอีก 7 องค์ จำหลักรอบเสาหินทราย พระพุทธรูปทั้งหมดเป็นพระพุทธรูปโบราณ มีพุทธลักษณะแบบพระพุทธรูปอู่ทอง ที่ มีอายุราวศตวรรษที่ 18-19 ซึ่งกรมศิลปากร ได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน และโบราณวัตถุ

2. วัดพระธาตุชัยภูมิ

ประดิษฐานอยู่ ณ วัดอรุณธรรมสถาน บนเนินสูงของภูแลนคา เป็นที่บรรจุพระธาตุ มีอาคารและสิ่งก่อสร้างที่มีศิลปทางสถาปัตยกรรมที่สวยงาม มองเห็นวิวแบบพาโนรามารอบทิศ ที่สดชื่นและสบายตา ที่นี่ยังเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ที่มีผู้คนเข้ามาปฏิบัติธรรมกันอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากว่าเป็นวัดที่สงบ บรรยากาศร่มรื่น และเต็มไปด้วยธรรมชาติ

3. วัดเขาประตูชุมพล

วัดเขาประตูชุมพล ตั้งอยู่ก่อนถึงทางขึ้นอุทยานฯ ป่าหินงามประมาณ 500 เมตร ภายในวัด มีสิ่งที่โดดเด่นคือ ซุ้มประตูหินธรรมชาติ มีชื่อว่า ซุ้มประตูชุมพล มีความเชื่อกันว่า เมื่อไปถึงแล้วให้อธิฐานขอพรพระแล้วเดินรอดซุ้มประตูชุมพล เพื่อเป็นสิริมงคลให้กับตัวเอง ทำกิจการงานใดๆ ก็จะประสบแต่ความสำเร็จ บรรยากาศภายในวัดคล้ายวัดป่า มีความเป็นธรรมชาติร่มรื่นด้วยแมกไม้นานาพันธ์ เหมาะสำหรับพักผ่อน หรือเดินเล่นเพื่อสงบจิต และสูดอากาศบริสุทธิ์

4. วัดป่าเทพอินทรประดิษฐ์

วัดป่าเทพอินทรประดิษฐ์ เป็นวัดที่สร้างจากความศรัทธา ของพุทธศาสนิกชน มีพระอุโบสถสีทองอร่ามทั้งหลัง มีทั้งเจดีย์ทองและองค์พญานาคราชสีทอง ประดิษฐานล้อมรอบพระอุโบสถ ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันแสนสงบ เหมาะกับมาทำบุญ และปฏิบัติธรรมเป็นอย่างมาก และยังตั้งอยู่ในเส้นทางก่อนถึงทุ่งดอกกระเจียวป่าหินงาม ซึ่ง สามารถเที่ยวหลังจากไปเที่ยวทุ่งดอกกระเจียวได้อีกด้วย

5. พระธาตุหนองสามหมื่น

เป็นโบราณสถานที่มีความสำคัญ และน่าสนใจมากแห่งหนึ่งของจังหวัดชัยภูมิ ไม่ปรากฎหลักฐานว่าสร้างขึ้นตั้งแต่เมื่อใด แต่จากลักษณะทางด้านสถาปัตยกรรม และศิลปกรรมที่ปรากฎ เกิดจากการผสมผสานกันระหว่างศิลปะล้านนา และอยุธยา สันนิษฐานว่า สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรต ที่ 21-22 ในสมัยพระไชยเชษฐธิราชแห่งอาณาจักรลาว

6. ปรางค์กู่

เป็นโบราณสถานที่สำคัญ ตั้งอยู่ที่ อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ สถานที่แห่งนี้ ยังมีสภาพสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดชัยภูมิ และเป็นที่เคารพของคนในจังหวัดอีกด้วย เป็นสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากขอม คำว่าปรางค์กู่ เป็นชื่อเรียกของกลุ่มอาคาร ที่มีแผนผังและลักษณะแบบเดียวกันกับอาคาร ที่เชื่อกันว่าเป็นอโรคยาศาล ที่สร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 18 ในสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7

7. มอหินขาว

มอหินขาว ตั้งอยู่ใน เขตอุทยานแห่งชาติภูแลนคา ต.ท่าหินโงม อ.เมือง จ.ชัยภูมิ มีลักษณะเป็นเสาหินและแท่งหิน เป็นปฏิมากรรมที่เกิดขึ้นเองจากธรรมชาติ กระจัดกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ กลายเป็นกลุ่มหินที่มีความสวยงามแปลกตา กลุ่มหินที่มอหินขาว เป็นหินทรายสีขาว นอกจากนี้ก็ยังมี หินทรายแป้ง หินโคลน หินทรายสีม่วง มอหินขาว ยังมีกลุ่มหินอยู่หลายแห่งด้วยกัน

8. น้ำตกตาดโตน

น้ำตกตาดโตน เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดชัยภูมิ เป็นน้ำตกที่สวยงาม ที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติตาดโตน มีน้ำไหลผ่านตลอดปี โดยเฉพาะในฤดูฝน ที่นี่จะสวยงามเป็นพิเศษ ด้านบนเป็นธารน้ำไหลผ่านลานหิน สองฝั่งธารร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ เหมาะที่จะนั่งพักผ่อนชมธรรมชาติและเล่นน้ำ ด้านบนน้ำตกมีสภาพเป็นลานหินกว้าง ไหลไปตามลำน้ำ มาตามลานหิน ลงมาตกที่หน้าผาเป็นน้ำตกตาดโตนที่มีความสูง

9. ทุ่งดอกระเจียวป่าหินงาม

ทุ่งดอกกระเจียวแห่งนี้ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอำเภอเทพสถิต นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับทุ่งบัวสวรรค์ หรือดอกกระเจียว ที่ออกดอกสีชมพูอมม่วง จะทยอยผลิบานเป็นระยะเวลา 2 เดือน ในช่วงเดือน ก.ค. – ส.ค. ที่ขึ้นเต็มทั่วผืนป่า ทุ่งดอกกระเจียว ถือเป็นไฮไลต์ท่องเที่ยวช่วงฤดูฝน ดอกสีชมพูอมม่วงขึ้นทั่วผืนป่า ตัดกับพื้นสีเขียวขจีของหญ้า และโขดหิน อีกทั้งรูปลักษณ์สวยงาม ห่างจากทุ่งดอกกระเจียวประมาณ 300 เมตร เป็นจุดสูงสุดของ อ ช. ป่าหินงาม จุดชมวิวแห่งนี้ คือตะมีลักษณะของผาหิน ที่ยื่นออกไปในอากาศ มองเห็นทิวทัศน์เบื้องล่างได้กว้างไกลและสวยงาม

10. น้ำตกไทรทอง

หากมาเที่ยวทุ่งดอกกระเจียว ที่อุทยานแห่งชาติไทรทองแล้ว นอกจากจะได้ชมความงาม ของทุ่งดอกกระเจียว ยังสามารถแวะเที่ยวน้ำตกไทรทอง ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากที่ทำการอุทยานฯ น้ำตกแห่งนี้ เป็นน้ำตกที่มีขนาดเล็ก แต่มีความสวยงามของสายน้ำที่ไหลผ่าน ตามลานหิน ด้านล่างเป็นแอ่งน้ำ กว้าง ที่นักท่องเที่ยวสามารถลงเล่นได้ ริมแอ่งน้ำมีต้นไทรขึ้นอยู่ มีชื่อเรียกแอ่งนี้ว่า วังไทร และเป็นที่มา ของชื่อน้ำตกไทรทองแห่งนี้

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ Https://pizzaandfooditalia.com

แหล่งท่องเที่ยว สกลนคร

แหล่งท่องเที่ยว สกลนคร จังหวัดที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ มีวัฒนธรรมทางอิสานที่โดดเด่น และยังมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์

10 แหล่งท่องเที่ยว สกลนคร

1. วัดถ้ำผาแด่น  

วัดแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ บนเทือกเขาภูพาน บ้านดงน้อย ตำบลดงมะไฟ อ.เมือง จ.สกลนคร อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 17 กม.  เป็นหนึ่งสถานที่ ที่ไม่ควรพลาดของสกลนคร ที่แห่งนี้ งดงามไปด้วยงานแกะสลักบนหน้าผาหิน ที่มีเอกลักษณ์วิจิตรศิลป์สวย งดงาม ซึ่งได้ถ่ายทอดเรื่องราวพุทธประวัติ เป็นวัดที่เก่าแก่ในจังหวัดสกลนคร มีประวัติความเป็นมานับร้อยปี วัดตั้งอยู่บนภูเขาสูง ท่ามกลางธรรมชาติที่ร่มรื่น มีการจัดพื้นที่ให้ชมทิวทัศน์ และได้ถ่ายรูป ในบริเวณศาลาผาแดง ยังสามารถมองเห็นตัวเมืองสกลนคร และทะเลสาบหนองหารได้แบบ 180 องศาอีกด้วย

2. อุทยานบัวเฉลิมพระเกียรติ

อุทยานบัวเฉลิมพระเกียรติ ตั้งอยู่ที่ ฝั่งตรงข้ามกับบึงหนองหาน อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ซึ่งอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมบัวพันธุ์ต่างๆ และรองรับการประชุม วิชาการบัวนานาชาติปี พ.ศ. 2553 ที่จัดขึ้นที่วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ศึกษาค้นคว้า ของนักศึกษา และประชาชนทั่วไป รวมทั้งยังเป็นแหล่งพักผ่อน และแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดสกลนคร  ความโดดเด่นของอุทยานแห่งนี้คือ มีบึงบัวขนาดใหญ่ ที่ตั้งอยู่ตรงทางเข้า มีสะพานไม้สีแดงทอดยาวเชื่อมต่อกันเพื่อเดินชม ดอกบัวรอบบริเวณสระ มีศาลาชมวิวกลางบึงบัวสำหรับพักผ่อนรับลมเย็นๆ และถ่ายรูป นับเป็นอุทยานบัวที่ใหญที่สุดของประเทศอีกด้วย

3. วัดพระธาตุเชิงชุม

ตั้งอยู่ที่ ถนนเจริญเมือง อ.เมือง จ.สกลนคร ในวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร ปูชนียสถานสำคัญคู่บ้านคู่เมืองสกลนครมาช้านาน ภายในวิหารใกล้พระธาตุเชิงชุม เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อองค์แสน อันศักดิ์สิทธิ์ ที่เป็นที่เคารพนับถือ และเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนในจังหวัดสกลนคร ยอดฉัตรเหนือองค์พระธาตุทำด้วยทองคำบริสุทธิ์ มีน้ำหนักถึง 247 บาท ภายในมีรอยพระพุทธบาท 4 พระองค์ นับตั้งแต่พระกกุสันทะ พระโกนาคม พระกัสสะปะ และพระโคดม วัดพระธาตุเชิงชุม นับเป็นดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ ดังคำกล่าวที่ว่า จะมีครั้งไหนที่ได้อานิสงส์มากไปกว่าการได้มาบูชา พระธาตุที่สร้าง ครอบรอยพระบาทแห่งพระพุทธเจ้าถึง 4 พระองค์ ซึ่งมีความเชื่อกันว่า อานิสงส์ในการนมัสการพระธาตุเชิงชุม จะก่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลสูงสุดแก่ตนเอง และครอบครัว ให้มีความเจริญรุ่งเรือง แคล้วคลาดปราศจากอันตรายทั้งปวง

4. พิพิธภัณฑ์อาจารย์ฝั้น อาจาโร

ตั้งอยู่ที่ วัดป่าอุดมสมพร ตำบลพรรณานิคม อำเภอพรรณนานิคม วัดป่าอุดมพรแห่งนี้ เป็นวัดที่พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร เกจิอาจารย์ชื่อดังสายวิปัสสนากรรมฐานเคยจำพรรษาอยู่ โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จมาวางศิลาฤกษ์แล้วเสร็จ ในปี พ.ศ. 2525 โดยอาคารพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ภายในสวน ตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ มีความงดงามที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นรูปเจดีย์ฐานกลมกลีบบัวสามชั้น ภายในมีรูปปั้นพระอาจารย์ฝั้น ซึ่งมีขนาดเท่ารูปจริง ในท่านั่งห้อยเท้า และถือไม้เท้าไว้ในมือ มีตู้กระจกบรรจุอัฐิ และแสดงเครื่องอัฐบริขารที่ท่านใช้ในยามที่มีชีวิต รวมทั้งประวัติความเป็นมาตั้งแต่เกิด จนถึงมรณภาพ

???????????????????????????????????????????

5. ทะเลสาบหนองหาร

ทะเลสาบหนองหาร หรือเรียกกันอีกว่า หนองหารหลวง เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศไทน รองจากบึงบอระเพ็ด จ.นครสวรรค์ ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองสกลนคร อำเภอโพนนาแก้ว ทะเลสาบหนองหาน ประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่ มากกว่า 30 เกาะ เกาะที่ใหญ่ที่สุดคือเกาะดอนสวรรค์ โดยมีพุทธสถานโบราณภายในเกาะ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเที่ยวชมทัศนียภาพ น้ำใสๆ สาหร่ายสีทอง นกน้ำ ปลานานาพันธุ์ และวิถีชีวิตของชาวประมงหนองหาร จะมีศาลาชมวิวและสะพานปูทอดยาว สำหรับชมทัศนียภาพรอบหนองหาน โดยเฉพาะในช่วงเย็น ที่นี่ถือเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตก ที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง

6. ฟาร์มฮัก Farm Hug  

ตั้งอยู่ที่ บ้านโพนยางคำ ตำบลโนนหอม อ.เมือง จ.สกลนคร บริเวณถนนสกลนคร-นาแก ที่นี่เป็นทั้งสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และฟาร์มแกะรวมกันอยู่ในแห่งเดียว ภายในฟาร์ม มีร้านโคขุนคุณทองขายสเต๊กเนื้อโคขุนโพนยางคำ และอาหารประเภทต่างๆ เป็นจุดแวะพัก ที่ได้สัมผัสกับบรรยากาศสไตล์คาวบอยคันทรี ร่มรื่นไปด้วยการจัดตกแต่งสวนที่สวยงาม แถมยังมีมุมถ่ายภาพน่ารักๆ ให้ถ่ายกันหลากหลายมุมด้วย

7. พิพิธภัณฑ์อาจารย์มั่น ภูริทัตโต

ตั้งอยู่ในวัดป่าสุทธาวาส อ.เมือง จ.สกลนคร อยู่ตรงข้ามกับศูนย์ราชการจังหวัด พิพิธภัณฑ์มีการ ก่อสร้างสถาปัตยกรรมแบบสมัยใหม่ประยุกต์ สร้างด้วยกระเบื้องดินเผา ภายในพิพิธภัณฑ์มีรูปหล่อเหมือนองค์ของพระอาจารย์มั่น ในท่านั่งสมาธิ และมีตู้กระจกบรรจุอัฐิของท่าน ที่แปรสภาพเป็นแก้วผลึกใสสีขาว ยกฐานสูงพื้นปูด้วยหินอ่อน พร้อมทั้งตู้แสดงเครื่องอัฐ บริขาร รวมทั้งประวัติความเป็นมาของท่านตั้งแต่เกิด จนมรณภาพ

8. วัดพระธาตุนารายณ์เจงเวง

ภายในวัดพระธาตุนารายณ์เจงเวง มีปราสาทหิน ที่ได้รับอิทธิพลศิลปะขอม มีองค์เจดีย์ทรงสี่เหลี่ยม ส่วนที่เป็นหลังคาและยอด ซึ่งปัจจุบันหักพังหมดแล้ว ยังคงเหลือแต่องค์พระธาตุ ที่ประกอบด้วยปรางค์องค์เดียว สร้างด้วยหินทรายบนฐานศิลาแลงขนาดใหญ่ และเชื่อกันว่าเป็นฝีมือของผู้หญิงสร้างทั้งหมด เพื่อแข่งขันกับผู้ชายที่สร้างพระธาตุภูเพ็ก เป็นอีกหนึ่งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่ได้รับการเคารพทั้งชาวจังหวัดสกลนคร และจังหวัดใกล้เคียงเป็นจำนวนไม่น้อย

9. พระธาตุภูเพ็ก

ตั้งอยู่ที่ ตำบลนาหัวบ่อ อ.พรรณานิคม สกลนคร นักท่องเที่ยวที่ต้องการขึ้นไปนมัสการพระธาตุ จะต้องขึ้นบันไดถึง 491 ขั้น ซึ่งสร้างอยู่บนยอดเขาภูพาน และมีทางขึ้นที่ค่อนข้างชันและไกล ที่แห่งนี้ นับเป็นโบราณสถานชื่อดัง เป็นสถานที่ที่แสดงปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ ที่สามารถบ่งชี้ตำแหน่งดวงอาทิตย์ในจักรราศีได้อย่างแม่นยำ ตั้งตระหง่านอยู่บนภูเพ็ก และยังเป็นจุดชมวิวเมืองสกลนคร และวิวทะเลสาบหนองหารที่สวยงามอีกด้วย

10. พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์

เป็นพระตำหนักที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2518 บริเวณเทือกเขาภูพาน โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงใช้แผนที่ทางอากาศและเสด็จฯ สำรวจเส้นทางป่าเขา น้ำตก เพื่อกำหนดเขตพื้นที่ก่อสร้างพระตำหนักด้วยพระองค์เอง ภายหลังทรงใช้เป็นที่ประทับในช่วงแปรพระราชฐานมาประทับ เพื่อทรงติดตามโครงการพระราชดำริในภาคอีสาน พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าเฝ้าฯ รับเสด็จตามภารกิจ และเข้าชมบริเวณพระตำหนักชั้นนอก

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ Https://pizzaandfooditalia.com

เที่ยวเมืองมะขามหวาน มุกดาหาร

เที่ยวเมืองมะขามหวาน มุกดาหาร เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นประตูสู่อาเซียน จังหวัดที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ หลากหลายทางวัฒนธรรม และมากมายในแหล่งท่องเที่ยว

10สถานที่ เที่ยวเมืองมะขามหวาน มุกดาหาร

1.ภูผาเทิบ

ตั้งอยู่ที่ ตำบลนาสีนวน อำเภอเมือง มุกดาหาร เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 59 ของประเทศไทย มีเนื้อที่กว่า 30,312.5 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหาร และอำเภอดอนตาล เป็นภูเขาหินทราย ที่มีเทือกเขาน้อยใหญ่หลายลูกติดต่อกันเป็นลูกคลื่น และยังเป็นส่วนปลายสุดของเทือกเขาภูพาน เทือกเขาเหล่านี้วางตัวในแนวเหนือ-ใต้ขนาน และห่างจากชายฝั่งแม่น้ำโขง ประมาณ 4 กม. ภายในอุทยานภูผาเทิบประกอบด้วย ภูหมากยาง ภูมโน ภูโปร่ง ภูรัง ภูจอมนาง ภูหมากมี่ ภูผาเทิบ ภูนางหงส์ ภูถ้ำพระ ภูหลักเส และยอดภูจอมศรี ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 170-420 เมตร

2.แก่งกะเบาะ

ตั้งอยู่ที่ ตำบลบ่งขาม อำเภอหว้านใหญ่ มุกดาหาร เป็นแก่งหินยาวตามลำน้ำโขง บนฝั่งมีลานหินขนาดใหญ่ สามารถเป็นที่พักผ่อนได้อย่างดี ในช่วงหน้าแล้ง น้ำจะลดจนเห็นเกาะแก่งกลางน้ำ และหาดทรายจะสวยกว่าฤดูอื่นๆ นอกจากจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนแล้ว ยังเป็นแหล่งประมงของชาวบ้าน บริเวณใกล้เคียงอีกด้วย

3.น้ำตกตาดโตน

เป็นน้ำตกตกแห่งเดียว และเป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของจังหวัด น้ำตกตาดโตน เป็นน้ำตกชั้นเดียว และมีน้ำไหลตลอดทั้งปี มีแนวราบสวยงาม ความสูงน้ำตกอยู่ที่ประมาณ 7 เมตร กว้าง 30 เมตร มีแอ่งน้ำที่สามารถลงเล่นน้ำได้ อยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่ร่มรื่น สวยงาม ในช่วงปลายฤดูฝนถึงฤดูร้อนน้ำจะใสไหลเย็น ทำให้น่าลงเล่นน้ำเป็นอย่างมาก ในบริเวณน้ำตกจะมีร้านคาราโอเกะ และอาหารให้กับผู้ที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ และร้านค้าไว้บริการ บริเวณทางเข้าน้ำตกยังมีสินค้าพื้นบ้าน สินค้าขึ้นชื่อของอำเภอหนองสูง ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ซื้อติดไม้ติดมือเป็นของฝากอีกด้วย ที่นี่ผู้คนจะนิยมมากันในหน้าแล้งของทุกปี เพื่อคลายร้อนกัน เพราะบรรยากาศร่มรื่น เย็นสบาย แถมมีร้านขายของคอยบริการ นับเป็นสวรรค์บนดินอย่างแท้จริง

4.วัดพระศรีมหาโพธิ์ 

เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองมานานกว่า 100 ปี ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ริมฝั่งแม่น้ำโขง ตั้งอยู่ที่ บ้านหว้านใหญ่ ตำบลหว้านใหญ่ ภายในวัดจะมีโบราณสถานคือ สิมอีสาน ที่เก่าแก่ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2459 ศิลปะผสมตะวันตก ไทย เวียดนาม และฝรั่งเศส เป็นสิมผนัง 3 ด้าน ภายในผนังจะมีธูปแต้ม หรือจิตกรรมฝาผนังเรื่องราวของพระเวสสันดรชาดก ที่เป็นภาพที่งดงามและหาดูได้ยากในปัจจุบัน ที่จิตรกรรมฝาผนังได้รับความนิยมชมชอบน้อยลงจากอดีตกันเป็นอย่างมาก และภาพเหตุการณ์ที่สมเด็จกรมพระยาดำรงเดชานุภาพเสด็จตรวจหัวเมืองในมณฑลอีสานประทับทั่งอยู่บนเกวียน ภายในวัดยังมีกุฎิเก่าแก่ ปัจจุบันทำเป็นห้องสมุด ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศส ซึ่งมีซุ้มประตู และหน้าต่าง เป็นรูปโค้งสวยงาม แต่งต่างจากศาลาทั่วไปของพุทธศาสนาหลายแห่งในไทย

5.วัดพุทธโธธัมมะธะโร

ตั้งอยู่ที่ บ้านชัยมงคล ตำบลโชคชัย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร มีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ ประดิษฐานอยู่บนหลังคาพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูน ปางปฐมเทศนา เป็นศิลปะรัตนโกสินทร์แบบประยุกต์ ออกแบบโดยท่านพ่อลี ธัมมธโร ที่เคยดำริจะก่อสร้างที่วัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ หันหน้าออกอ่าวไทยเพื่อเป็นที่พึ่งทางใจแก่นักเดินเรือ และประชาชนที่อาศัยในบริเวณนั้น เมื่อท่านหลวงพ่อลี ละสังขารก็ไม่มีผู้ใดสานต่อเจตนารมณ์

6.วัดศรีมงคลใต้

ตั้งอยู่ที่ ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมือง มุกดาหาร อยู่ริมแม่น้ำโขงในตัวเมืองมุกดาหาร ภายในอุโบสถ ประดิษฐานพระเจ้าองค์หลวง พระพุทธรูปก่ออิฐถือปูน เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง สร้างขึ้นก่อนตั้งเมืองมุกดาหาร โดยพระเจ้าองค์หลวงเป็นพระประธานปางมารวิชัย มีหน้าตักกว้าง 2 เมตร 20 เซนติเมตร ความสูงจากฐาน 3 เมตร ส่วนพระพุทธรูปองค์เล็กนั้นกลับปาฏิหาริย์ไปอยู่ใต้ต้นโพธิ์ดังเดิม ทางวัดจึงได้สร้างแท่นบูชาไว้ ต่อมาตลิ่งริมแม่น้ำได้ทรุดตัวลง พระเหล็กก็ทรุดจมลงจนเห็นพระเมาลี ชาวบ้านจึงสร้างแท่นหินครอบพระเกศไว้ จึงเรียกกันว่า พระหลุดเหล็ก ภายหลังได้ถูกน้ำกัดเซาะหายไป เหลือเพียงแท่นหินเท่านั้น บานแท่นหินตั้งอยู่ตรงทางขึ้นพระวิหาร

7.วนอุทยานแห่งชาติภูหมู

ภูหมู เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามของจังหวัดมุกดาหาร เป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สำคัญและสวยงามของอำเภอนิคมคำสร้อย มองเห็นทุ่งนา ไร่สวนของชาวบ้าน ไกลสุดตา โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว ลมจะพัดแรงมาก และมีอากาศหนาวมาก ในอดีต บริเวณนี้จะมีหมูป่าชุกชุมเป็นจำนวนมาก บนยอดเขามีจุดชมวิวซึ่งเป็นหน้าผาอยู่ 3 จุด จุดแรก อยู่ด้านตะวันออกของที่ทำการ สามารถมองเห็นภูถ้ำเม่น ภูไม้ซาง ภูแผงม้า และอ่างเก็บน้ำห้วยขี้เหล็กได้ชัดเจน จุดที่ 2 อยู่ด้านทิศตะวันตก สามารถมองเห็นถนนทางขึ้นภูหมู ภูน้อย ภูติ้ว ภูโล้น ภูกะล่อน วัดภูด่านแต้ และเทือกเขาภูพานสลับซับซ้อน จุดสุดท้าย อยู่บริเวณยอดเขาด้านทิศใต้ สามารถมองเห็นภูถ้ำพระและ อำเภอเลิงนกทา ในบริเวณนี้มีร่มไม้ใหญ่และลานหินอยู่มาก เหมาะกับการพักผ่อน นักท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดที่จะแวะเวียนมายังภูหมูแห่งนี้ เป็นการเปิดประสบการณ์แห่งใหม่ ที่ไม่ควรพลาดจริงๆ

8.ตลาดอินโดจีน

ตั้งอยู่ที่ ตำบลศรีบุญเรือง อำเภอเมือง มุกดาหาร เป็นแหล่งรวมสินค้านำเข้า จากหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็น รัสเซีย จีน เวียดนาม และลาว โดยจำหน่ายทั้งราคาส่งและราคาปลีก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นร้านเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม เซรามิค เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องอุปโภคและบริโภคต่างๆ นอกจากจะเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าแล้ว ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ยกให้เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม ของสองฝั่งโขงอีกด้วย

9.สะพานมิตรภาพไทย – ลาว

สะพานแห่งนี้ เป็นแห่งที่ 2 ถัดจากที่หนองคาย เป็นสะพานที่เชื่อมต่อระหว่างจังหวัดมุกดาหาร(ไทย) กับแขวงสะหวันนะเขต ประเทศลาว ใต้สะพานเป็นจุดชมวิว มีร้านค้าและร้านอาหารคอยบริการ มีที่นั่งเล่นชิลล์ ๆ บรรยากาศค่อนข้างดีมาก โดยเฉพาะในตอนเย็น ๆ จะมีผู้คนนิยมมากันมาก เป็นแหล่งท่องเที่ยวมุกดาหาร ที่ห้ามพลาดเลย

10.วัดสองคอน

โบสถ์คริสต์วัดสองคอน หรืออีกชื่อเต็มๆ ว่า สักการสถานพระมารดาแห่งมรณสักขีวัดสองคอน ตั้งอยู่ริมฝั่งโขง ณ บ้านสองคอน อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร วัดสองคอนแห่งนี้ ถือเป็นโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุด และใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ https://pizzaandfooditalia.com

ถิ่นฐานอารยธรรม มหาสารคาม

ถิ่นฐานอารยธรรม มหาสารคาม จังหวัดเล็กๆ เงียบสงบ ที่อยู่ใจกลางของภาคอีสาน มีประวัติศาสตร์ ประเพณี และวัฒนธรรมที่โดดเด่น

ถิ่นฐานอารยธรรม มหาสารคาม กับแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

พระธาตุนาดูน

ตั้งอยู่ที่ อำเภอนาดูน มหาสารคาม เป็นโบราณวัตถุที่มีอายุมากกว่า 1,300 ปี เป็นสถูปที่ใช้บรรจุพระสารีริกธาตุ ทำด้วยทองสำริด มีส่วนประกอบ 2 ส่วน คือ ส่วนยอด มีลักษณะเป็นปล้องไฉน จำนวน 2 ปล้อง ส่วนบนสุดเป็นปลียอดกลม และส่วนตัวสถูป ที่ทำด้วยทองสำริด มีความคล้ายระฆัง หรือโอคว่ำ ส่วนยอดตัวสถูป จะรับเข้ากับส่วนล่างสุดของส่วนยอดพอดี ตัวองค์พระธาตุมีทั้งหมด 16 ชั้น ก่อสร้างแบบคอนกรีตเสริมเหล็กทั้งหมด ภายในโปร่ง ชั้นที่ 8 จะเป็นชั้นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่มีความงดงามมาก โดยโครงสร้างมีเสาร์ทั้งหมด 16 ต้น จนถึงชั้นที่ 9

พระพุทธมงคล พระพุทธมิ่งเมือง

ตั้งอยู่ที่ อำเภอกันทรวิชัย มหาสารคาม เป็นพระพุทธรูปที่สำคัญ ที่ชาวบ้านศรัทธา และนับถือกันมาก ถือเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองอยู่ 2 องค์ คือ พระพุทธมงคล และพระพุทธมิ่งเมือง ซึ่งเป็นพระเก่าแก่ เป็นโบราณวัตถุ และเป็นที่เคารพสักการบูชาของชาวอำเภอกันทรวิชัย มาตั้งแต่โบราณสมัย มีความเชื่อกันว่า ท่านช่วยในเรื่องของความอุดมสมบูรณ์ ฝนตกชุ่มฉ่ำตามฤดูกาล และยังมีพระพิมพ์เนื้อดีเป็นที่นิยมของผู้สะสมพระเป็นอย่างยิ่ง

กู่สันตรัตน์

ตั้งอยู่ที่ ตำบลกู่สันตรัตน์ อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม สร้างด้วยศิลาแลงเป็นศิลปะขอมแบบ บายน เป็นปราสาทหินที่มีปรางค์ประธานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัต มีมุขด้านหน้ายื่นไปทางทิศตะวันออก มีบรรณาลัยตั้งอยู่ทางทิศตะวันนออกเฉียงใต้ เป็นที่เก็บคัมภีร์ทางศาสนา อาคารทั้ง 2 ล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลง ซึ่งสร้างยังไม่เสร็จอีกชั้นหนึ่ง กู่สันตรัตน์สร้างขึ้นมาเพื่อประดิษฐานรูปเคารพ ในการประกอบพิธีทางศาสนา และเป็นโรคยาศาล คือเป็นที่พักรักคนเจ็บป่วยอีกด้วย

อุทยานมัจฉาโขงกุดหวาย

ตั้งอยู่ที่ ตำบลเกิ้ง อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ได้รับการประกาศเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดมหาสารคามเมื่อปี 2540 แหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ มีฝูงปลาหลายร้อยชนิดที่มาจากแม่น้ำชีได้ทะลักเข้ามาอยู่ ตั้งแต่ตัวเล็ก และส่วนมากจะเป็นปลาเผาะ ซึ่งเป็นปลาเนื้ออ่อน ต้นตระกูลของปลานี้จะอยู่ในแม่น้ำโขง ชาวบ้านที่นี่อนุรักษ์ไว้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาดูและศึกษาชนิดพันธุ์ปลาต่างๆ ด้วย

พิพิธภัณฑ์บ้านเชียงเหียน

ตั้งอยู่ที่ ตำบลเขวา อำเภอเมือง มหาสารคาม เป็นอนุสรณ์ที่แสดงถึงความทุ่มเท และความเสียสละของอาจารย์บุญหมั่น คำสะอาด ในการสร้างสรรค์ และจรรโลงคุณค่าของศิลปะวัฒนธรรม ให้กับลูกหลานได้รับรู้ ซึ่งใช้เวลาสะสมวัตถุต่างๆ ถึง 50 ปี ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ชั้นบนมีการจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ของชาวอีสานตามประวัติศาสตร์บ้านเชียงเหียน และวัตถุอื่น ๆ อาทิ กะโหลก เขาควาย ส่วนชั้นล่าง จะเป็นการจัดแสดงผลงานศิลปะของอาจารย์บุญหมั่น และผลงานของศิลปิน นิสิต นักศึกษาที่หมุนเวียนกันมาจัดแสดงตลอดทั้งปี

สะพานไม้แกดำ

ตั้งอยู่ที่ วัดดาวดึง อำเภอแกดำ มหาสารคาม เป็นสะพานไม้ที่เก่าแก่ มีอายุกว่า 50 ปี อยู่ท่ามกลางหนองน้ำแกดำ บนระยะทางกว่า 1 กม. ท่ามกลางบรรยากาศบึงบัว และมีพืชน้ำอีกมากมาย สะพานสร้างขึ้นด้วยฝีมือชาวบ้าน ที่ดูคดโค้งไปมา มองดูคล้ายสะพานซูตองเป้อันเลื่องชื่อ ของแม่ฮ่องสอน เป็นจุดพักผ่อนอีกแห่ง หรือเป็นสถานที่ถ่ายรูปสวยๆ ของเหล่าช่างภาพ สะพานมีฉากหลังเป็นทุ่งดอกบัว มองสุดสายตามีชุมชนอยู่ด้านหลัง สะพานที่นี่ทำมุมโค้ง มีสวยงามเป็นที่สุด

วัดหนองหูลิง

ตั้งอยู่ที่  ต.มิตรภาพ อ.แกดำ จ.มหาสารคาม วัดแห่งนี้ เป็นวัดเก่าแก่ โดดเด่นด้วยอุโบสถทรงเรืออนันตนาคราช ที่แปลกตาไม่เหมือนใคร นอกจากจะมีรูปร่างสวยงามแปลกตาแล้ว ทุกส่วนของอุโบสถจะแฝงไว้ด้วยปริศนาธรรม สร้างขึ้นมาจากพลังศรัทธาของชาวบ้าน ภายในของอุโบสถยังมี องค์พระพุทธมหาชัยมงคลเมทนีดลสารคามพิทักษ์  พระพุทธรูปเนื้อโลหะที่มีความศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นศูนย์รวมความศรัทธาของชาวบ้านในท้องถิ่น

วัดพุทธมงคลหลวงพ่อพระยืน

ตั้งอยู่ที่ ต.โคกพระ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม  หรือมีอีกชื่อว่า วัดบ้านสระ เป็นวัดเก่าแก่เป็นที่ประดิษฐานของ หลวงพ่อพระยืน ปูชณียวัตถุที่สำคัญและเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของชาวอำเภอกันทรวิชัย และชาวมหาสารคาม องค์พระเป็นพระพุทธรูปปางสรงน้ำ สร้างด้วยศิลาแลงที่นิยมในสมัยขอม ก่อนยุคสุโขทัย ตั้งอยู่บริเวณนอกอุโบสถที่มีต้นไม้ขนาดใหญ่ปกคลุม เชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ ผู้คนที่มากราบไหว้ขอพร หรือบนบานศาลกล่าวใดใด ก็จะได้สมใจทุกประการ 

วนอุทยานโกสัมพี

ตั้งอยู่ที่ ตำบลหัวขวาง ในเขตสุขาภิบาล อำเภอโกสุมพิสัย มีเนื้อที่ประมาณ 125 ไร่ ที่แห่งนี้ เป็นป่าดงดิบตามธรรมชาติ ซึ่งเต็มไปด้วยพืชพรรณต่าง ๆ และสัตว์ป่าหลากหลายชนิด โดยเฉพาะลิงวอกที่มีอยู่จำนวนมาก และยังมีศาลเจ้าปู่ ให้มากราบไหว้ขอพรกันอีกด้วย ที่นี่ยังมีพื้นที่กางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยว ที่อยากมากางเต็นท์นอนชมดาว กับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยธรรมชาติแห่งนี้

แก่งเลิงจาน

เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ห้ามพลาดอีกหนึ่งแห่ง ของมหาสารคาม ตั้งอยู่ที่ ตำบลแก่งเลิงจาน อำเภอเมือง มหาสารคาม เป็นบึงน้ำกว้าง ที่มีสวนสุขภาพแก่งเลิงจานสุดร่มรื่น เพื่อให้ไปเดินเที่ยวและออกกำลังกาย พร้อมกับพิพิธภัณฑ์ ศาลากลางน้ำ และสถานีประมง ให้ได้ไปเดินชมเล่นกันแบบเพลิน ๆ อีกด้วย

หาดวังโก

ตั้งอยู่ที่ บ้านท่าเดื่อ ตำบลหนองบอน อำเภอโกสุมพิสัย มหาสารคาม เป็นชายหาดที่มีความยาวประมาณ 1 กม อยู่ริมลำน้ำชี ซึ่งเกิดจากตะกอนทรายทับถมตามธรรมชาติบริเวณโค้งน้ำของแม่น้ำชี จนทำให้กลายเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของชาวมหาสารคาม ที่นี่ยังสามารถลงเล่นน้ำได้ในช่วงน้ำลด และยังมีกิจกรรม เช่น บานาน่าโบ๊ท เจ็ตสกีให้บริการ รวมทั้งร้านค้า ร้านอาหาร และเก้าอี้ผ้าใบ

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ https://pizzaandfooditalia.com

แหล่งท่องเที่ยว จังหวัดกาฬสินธุ์

แหล่งท่องเที่ยว จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นจังหวัดเล็กๆ ของอีสาน เป็นถิ่นของไดโนเสาร์ เป็นเมืองสำคัญทางประวัติศาสตร์ และมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย

10 แหล่งท่องเที่ยว จังหวัดกาฬสินธุ์

1.พระธาตุยาคู

พระธาตุยาคู ตั้งอยู่ที่ บ้านเสมา ตำบลหนองแปน อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองฟ้าแดดสงยาง เจดีย์เป็นทรงแปดเหลี่ยมก่อด้วยอิฐก่อสร้างถึง 3 สมัยด้วยกัน คือ ส่วนฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมย่อมุม มีบันไดทางขึ้น 4 ทิศ ประดับด้วยปูนปั้น สร้างในสมัยทวารวดี ต่อมาเป็นฐานรูปแปดเหลี่ยม ที่สร้างซ้อนทับบนฐานเดิมเป็นรูปแบบเจดีย์ในสมัยอยุธยา ส่วนองค์ระฆังและยอดของเจดีย์สร้างในสมัยรัตนโกสินทร์

2.วัดวังคำ

ตั้งอยู่ที่ ตำบลสงเปลือย อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ วัดวังคำ เป็นวัดที่งามล้ำ คู่เมืองกาฬสินธุ์ โดดเด่นในเรื่องของความงาม ของตัววัด รวมถึงตัวโบสถ์ด้วย นอกจากความสวยงามแล้ว ยังมีศิลปะแบบประยุกต์สมัยล้านช้าง โดยได้รับอิทธิพลมาจากวัดเชียงทอง เมืองหลวงพระบาง ประเทศลาวนั่นเอง ภายในวัด ยังมีสถาปัตยกรรมแบบล้านช้างอีกมาก ที่นักท่องเที่ยวจะต้องประทับใจ กับความสวยงาม และวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวภูไท

3.พิพิธภัณฑ์สิรินธร

ตั้งอยู่ที่ ตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เป็นพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ แห่งแรกของไทย และยังเป็นศูนย์เรียนรู้เกี่ยวกับไดโนเสาร์แบบครบวงจร มีทั้งแสง สี เสียง ตระการตาสุด ๆ จำลองสถานการณ์เหมือนยุคของไดโนเสาร์จริง ๆ โดยที่นี่มีทั้งหมด 9 โซนด้วยกัน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปเยี่ยมชม และสัมผัส ซึ่งนำเสนอประสบการณ์แปลกใหม่ผ่านเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย นักท่องเที่ยวต้องตื่นเต้น และครบรสแน่นอน

4.เขื่อนลำปาว

ตั้งอยู่ที่ ตำบลนาเชือก อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นอีกหนึ่งสถานที่เที่ยว ที่มีชื่อเสียงของกาฬสินธุ์ เขื่อนลำปาว เป็นเขื่อนดิน ซึ่งจริง ๆ แล้วเขื่อนแห่งนี้ สร้างเพื่อที่จะบรรเทาอุทกภัย และการเกษตรของชาวบ้าน แต่ในปัจจุบันได้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา และเป็นสถานที่พักผ่อน มีธรรมชาติและสายน้ำ ลมที่เย็นสบาย บริเวณแถบริมฝั่งของตัวเขื่อน ยังมีหาดดอกเกด ซึ่งมีความสวยงาม น่าท่องเที่ยว เป็นดั่งหาดสวรรค์ของชาวกาฬสินธุ์เลยทีเดียว

5.น้ำตกผานางคอย

ตั้งอยู่ที่ ตำบลบ่อแก้ว อำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ น้ำตกแห่งนี้ เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดแห่งหนึ่งในอำเภอนาคู และมีความสวยงามมากๆ มีด้วยกันทั้งหมด 3 ชั้น ชั้นที่ผู้คนนิยมคือ ชั้นที่ 1 เพราะเป็นแอ่งน้ำสามารถลงเล่นได้ ส่วนชั้นที่ 2 เป็นชั้นที่มีความสวยงามกว่าชั้นอื่น ๆ และเป็นชั้นที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก ส่วนชั้นที่ 3 จะไม่ค่อยมีใครขึ้นไปถึง เนื่องจากอยู่ห่างจาก 2 ชั้นแรกค่อนข้างมาก ต้องเดินทางไกล นอกจากนี้ บนยอดเขา ยังเป็นที่ตั้งของวัดผาเจริญธรรม ซึ่งมีบันไดขึ้นไปหลายร้อยขั้น เมื่อมาเยือนน้ำตกแห่งนี้ ก็ไม่ควรพลาดในการขึ้นไปยังวัด

6.ผาเสวย

ตั้งอยู่ที่ ตำบลผาเสวย อำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ สถานที่แห่งนี้ ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพาน ซึ่งเป็นจุดชมทัศนียภาพ และเป็นสถานที่พักผ่อน ที่นักท่องเที่ยวนิยมมา ชื่อนี้ได้มาจาก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรและมาประทับบนผาแห่งนี้เพื่อเสวยพระกระยาหาร จึงมีชื่อว่า ผาเสวย ที่แห่งนี้ได้กลายมาเป็นจุดพักผ่อนริมทางบนเทือกเขาภูพาน มีลมเย็นๆพัดผ่าน ด้านหน้ามีรูปปั้นไดโนเสาร์ขนาดใหญ่ ให้นักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกอีกด้วย

7.ทุ่งทานตะวันสีทองหนองทึง

ตั้งอยู่ที่ ตำบลหัวนาคำ อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นสถานที่ถ่ายรูปแห่งใหม่ของจังหวัด และนักท่องเที่ยวนิยมมาเก็บภาพสวยๆ และมาชมความงามของ ทุ่งทานตะวัน สถานที่สุด Unseen แห่งใหม่ ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาอย่างคึกคัก โดยในช่วงเดือนธันวาคม ถึงมกราคม ที่จะมีดอกทานตะวันบานสะพรั่ง มากกว่า 15,000 ดอก ในพื้นที่กว่า 20 ไร่ ซึ่งที่นี่ได้มีการจัดมุม เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวตลอด เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ถ่ายรูปแห่งใหม่ มาที่นี่ไม่ผิดหวังแน่นอน เป็นที่เที่ยวกาฬสินธุ์ที่น่ามาสำหรับคนชอบถ่ายรูป

8.อนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร

ตั้งอยู่ที่ ตำบลลำพาน อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์เป็นอนุสาวรีย์ของท่านพระยาชัยสุนทร หรือ ท้าวโสมพะมิตร เจ้าเมืองกาฬสินธุ์คนแรก หล่อด้วยสัมฤทธิ์ขนาดเท่าตัวจริง มือขวาถือกาน้ำ มือซ้ายถือดาบอาญาสิทธิ์ ตั้งอยู่บนแท่นหน้าที่ทำการไปรษณีย์ ชาวกาฬสินธุ์นิยมมาสักการะบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคล และเพื่อแสดงออกถึงความกตัญญูต่อผู้ก่อตั้งเมือง ถือว่าเป็นอนุสาวรีย์ที่มีคุณค่า และศักดิ์สิทธิ์อย่างมากของชาวกาฬสินธุ์

9.สะพานเทพสุดา 

ตั้งอยู่ที่ ตำบลหนองบัว อำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นสะพานข้ามน้ำจืดที่ยาวที่สุดในประเทศไทย เป็นเส้นทางคมนาคมการขนส่ง จาก จังหวัดหนองคาย อุดรธานี ผ่านจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อไปจังหวัดมุกดาหาร เป็นประตูสู่อินโดจีน หรืออีสต์เวสต์อีโคโนมิก คอริดอร์ จะช่วยลดระยะทางได้กว่า 100 กม. รวมถึงการขนส่งผลผลิตทางการเกษตรฝั่งตะวันตก เช่น อำเภอหนองกุงศรี อำเภอท่าคันโท ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกเพื่อเข้าสู่โรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่ฝั่งตะวันออก อำเภอสหัสขันธ์ อำเภอสมเด็จ อำเภอกุฉินารายณ์ และตัวจังหวัดกาฬสินธุ์ จะลดระยะทางกว่า 80 กม. สถานที่แห่งนี้ เหมาะกัยสายชิล ที่มานั่งชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่อยู่เหนือเขื่อนลำปาว สัมผัสบรรยากาศสบาย ในทุกๆเย็น บนสะพานจะเต็มไปด้วยผู้คนที่มานั่งรับลมชมวิวกันอย่างมากมาย

10.น้ำตกตาดทอง

ตั้งอยู่ที่ ตำบลกุดสิมคุ้มใหม่ อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ อยู่ในลำห้วยดาน ซึ่งต้นน้ำอยู่ในเทือกเขาภูพาน เขต อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร น้ำตกมีขนาดไม่ใหญ่มาก สูงประมาณ 5 ม. มีสายน้ำที่ไหลผ่านโขดหิน และมีแอ่งน้ำที่สามารถลงเล่น ทั้งด้านบนและด้านล่างของน้ำตก น้ำตกที่นี่มีบรรยากาศที่ร่มรื่น และยังเข้าชมได้ทุกวันอีกด้วย

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ https://pizzaandfooditalia.com

ท่องเที่ยวศรีสะเกษ

ท่องเที่ยวศรีสะเกษ จังหวัดเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยร่องรอยทางประวัติศาสตร์ มีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ และมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย

10สถานที่ ท่องเที่ยวศรีสะเกษ

1.ผามออีแดง

ผามออีแดง ตั้งอยู่ที่ ทางหลวงหมายเลข 221 กันทรลักษ์ ศรีสะเกษ เหมาะกับผู้ที่อยากมาสัมผัสอากาศเย็น ๆ ควรมาในช่วงเช้า โดยเฉพาะหลังวันฝนตก อาจจะได้พบกับทะเลหมอก หรือจะไปกางเตนท์นอน เพื่อตื่นมาสูดอากาศที่บริสุทธิ์ในยามเช้า ซึ่งทางอุทยาน ฯ มีเต็นท์และที่ทางไว้ให้เรียบร้อย จากหน้าผา สามารถมองไปเห็นเขาพระวิหารซึ่งอยู่ไกล ๆ มีกล้องส่องทางไกลให้ดูด้วย ส่วนถ้ามองลงไปด้านล่างจะเป็นอาณาเขตของประเทศกัมพูชา

2.น้ำตกห้วยวังใหญ่

ตั้งอยู่ที่ Unnamed Road, ละลาย , กันทรลักษ์ , ศรีสะเกษ น้ำตกห้วยวังใหญ่ อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก ตัวน้ำตกมีความสูงประมาณ 5 เมตร รับน้ำจากลำธารที่ไหลมาจากเทือกเขาพนมดงรัก สามารถเล่นน้ำได้ตลอดแนวน้ำตก เป็นที่เที่ยวธรรมชาติ ของจังหวัดศรีสะเกษแห่งนี้ เป็นที่อยู่ของฝูงผีเสื้อ และมีพืชสมุนไพรหลากหลายชนิดอีกด้วย

3.น้ำตกสำโรงเกียรติ

ตั้งอยู่ที่ Unnamed Road, ตำบล บักดอง อำเภอ ขุนหาญ ศรีสะเกษ เป็นน้ำตกขนาดกลาง ตกจากหน้าผาสูง 8 เมตร น้ำตกแห่งนี้มีชื่อเดิมว่า น้ำตกปีศาจ แต่ไม่ได้มาจากความน่ากลัว หรือมีเรื่องลี้ลับอะไร เป็นชื่อเรียกตามหน่วยทหารพราน หน่วยปีศาจ ที่ใช้น้ำตกแห่งนี้เป็นที่ตั้งหน่วยปฏิบัติการ ซึ่งต่อมา ได้มีการปรับปรุงพื้นที่ให้เป็นที่ท่องเที่ยวศรีสะเกษแล้ว น้ำตกปีศาจที่ใคร ๆ เรียกกัน ก็ได้เปลี่ยนชื่อไปเรียกตามชื่อหมู่บ้าน กลายเป็นน้ำตกสำโรงเกียรติ มีบรรยากาศที่ค่อนข้างร่มรื่น สามารถปูเสื่อนั่งกินอาหาร และลงเล่นน้ำได้ด้วย

4.น้ำตกนาตราว

ตั้งอยู่ในพื้นที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา ในท้องที่ตำบลดงรัก อำเภอภูสิงห์ เป็นน้ำตก ที่อยู่ในระหว่างการสำรวจข้อมูลเพิ่มเติม มีน้ำไหลในช่วงฤดูฝน และต้นฤดูหนาว น้ำตกแห่งนี้ เพิ่งถูกค้นพบ มีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติมากๆ น้ำตกใสสวยงาม บรรยากาศน่าท่องเที่ยว

5.ศรีสะเกษ อะควาเรียม

ตั้งอยู่ที่ อำเภอเมือง จังหวัดศรีษะเกษ เป็นอาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาให้ความรู้ สร้างความเพลิดเพลิน และส่งเสริมการท่องเที่ยวแก่เยาวชน นักเรียน นักศึกษา นอกเหนือจากการเรียนรู้ในตำรา หรือในห้องเรียนแล้ว ภายในอาคารได้จัดโซนปลาทะเล ปลาน้ำจืด ปลาสวยงาม โดยมีปลาน้ำจืด 79 ชนิด และปลาทะเล 22 ชนิด จำนวนกว่า 4,000 ตัว ตกแต่งในบรรยากาศสัตว์โลกล้านปี ทั้งยังมีอุโมงค์แก้วใต้น้ำที่มีความยาวถึง 24 เมตร ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยว ได้สัมผัสกับฝูงปลาที่แหวกว่ายได้อย่างใกล้ชิด

6.ปราสาทวัดสระกำแพงใหญ่

ตั้งอยู่ที่ วัดสระกำแพงใหญ่ ตำบลสระกำแพงใหญ่ อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ เป็นปราสาทขอมที่มีขนาดใหญ่ และสมบูรณ์ที่สุด เป็นปรางค์ 3 องค์อยู่บนฐานเดียวกัน ปรางค์ประธานอยู่ตรงกลาง ก่อด้วยหินทราย ส่วนปรางค์อีก 2 องค์ เป็นปรางค์อิฐ มีส่วนที่ตกแต่งด้วยหินทราย ล้อมรอบด้วยระเบียง ที่ก่อด้วยศิลาแลงและหินทราย

7. ปราสาทบ้านเมืองจันทร์

เป็นปราสาท หรือ ปรางค์เดี่ยว มีฐานเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส สร้างด้วยอิฐสอปูน รูปทรงสี่เหลี่ยมย่อมุม  ยอดเรียวแหลม ซุ้มประตู้ทั้งสี่ด้านเป็นประตูหลอก  ไม่มีกำแพงแก้ว ทับหลังหรือศิลาจำหลักใดๆทั้งสิ้นในบริเวณปราสาทแห่งนี้ มีการขุดพบในเสมาหิน  สลักเป็นรูปดอกบัวตูม และอาจารย์ศรีศักรวิลลิโภดม ได้สันนิษฐานไว้ว่า เสมาหินในภาคอีสาน มีมากกว่าภาคอื่นๆ เป็นลักษณะพิเศษของวัฒนธรรมอีสาน ที่มีการเกี่ยวโยงกับลัทธิความเชื่อเรื่องการถือผี และเซ่นไหว้บรรพบุรุษ และปะปนกับการนับถือพุทธศาสนา เสมาหินที่สลักเป็นรูปดอกบัว  หรือกลีบบัว จึงเป็นสัญลักษณ์ของพุทธศาสนา

8.ปราสาทเขาพระวิหาร

ตั้งอยู่ที่ ต.เสาธงชัย อ.กัณทรลักษณ์ จ.ศรีษะเกษ เป็นปราสาทหินตามแบบศาสนาฮินดู ที่ตั้งอยู่เทือกเขาพนมดงรัก สูงจากระดับทะเลปานกลาง 657 เมตร ที่ตั้งของศาสนสถานแห่งนี้ รู้จักกันในชื่อพนมพระวิหาร ที่หมายถึง บรรพตแห่งศาสนสถานที่มีความศักดิ์สิทธิ์ โดยปราสาทนี้ มีสถาปัตยกรรมแบบเขมร สร้างตามแนวเหนือใต้ ซึ่งแปลกไปจากปราสาทขอมส่วนใหญ่

9.ปราสาทห้วยทับทัน

ตั้งอยู่ที่ ตำบลปราสาท อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ สร้างขึ้นตามความเชื่อศาสนาพราหมณ์ เป็นศิลปกรรมร่วมสมัยแบบปาปวน ปราสาทแห่งนี้ถูกสร้างบูรณะมาแล้ว 3 ยุค สร้างขึ้นตั้งแต่ครั้งสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 ทรงครองราชย์ ราวพุทธศตวรรษที่ 16 ใช้เป็นที่ประดิษฐานเทพเจ้าตีมูรติ เป็นปราสาทขอมโบราณที่ถูกดัดแปลงในสมัยหลัง และสถานที่แห่งนี้ ยังมีการจัดงานประเพณีไหว้พระธาตุ โดยจัดขึ้นในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี

10.วัดล้านขวด

ตั้งอยู่ที่ เขตสุขาภิบาล อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ วัดแห่งนี้ มีสิ่งปลูกสร้างภายในตกแต่งด้วยขวดแก้วหลากสี หลากหลายแบบนับล้านใบ ที่ชาวบ้านได้นำมาบริจาค เป็นวัดที่มีความสวยงามแปลกตา โดยเฉพาะ ศาลาใหญ่ที่เรียกว่า ศาลาฐานสโม มหาเจดีย์แก้ว

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ https://pizzaandfooditalia.com

สนับสนุนบทความโดย : Slotxo  Slotxo

แหล่งท่องเที่ยว จังหวัดบึงกาฬ

แหล่งท่องเที่ยว จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดที่ 77 ของประเทศไทย เป็นจังหวัดเล็กๆ ที่เงียบสงบ มีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ และมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

10 แหล่งท่องเที่ยว จังหวัดบึงกาฬ

1.หินสามวาฬ

ตั้งอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู เป็นหินขนาดใหญ่ติดหน้าผาสูง แยกเป็นหิน 3 ก้อน 1 เดียวในโลก มีอายุประมาณ 75 ล้านปี เมื่อมองดูจากระยะไกล หินสามก้อนนี้ จะดูคล้ายกับครอบครัววาฬ ที่มีพ่อวาฬ แม่วาฬ และลูกวาฬ ซึ่งเรียกตามขนาดของหินแต่ละก้อน และยังเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดในภูสิงห์ มองเห็นผืนป่า ทัศนียภาพของป่าภูวัว ห้วยบังบาตร แก่งสะดอก หาดทรายแม่น้ำโขง และภูเขาเมืองปากกระดิง ประเทศลาว ที่มีความสวยงามจริงๆ

2.ภูทอก

ภูทอก เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียง ของจังหวัดบึงกาฬ เป็นที่ตั้งของวัดเจติยาคีรีวิหาร อยู่ในอาณาเขตบ้านคำแคน ตำบลนาสะแบง บริเวณโดยรอบภูทอกมีความสวยงาม และเงียบสงบ มีสะพานไม้สร้างขึ้นไปสู่ยอดเขาถึง 7 ชั้น เพื่อเป็นทางเดินขึ้นไปยังกุฏิ และถ้ำที่อยู่ตามหลืบผา จากด้านบนนักท่องเที่ยวจะมองเห็นความสวยงามของภูมิประเทศ โดยเฉพาะในวันที่อากาศแจ่มใส อาจจะมองได้ไกลถึงเทือกเขา ในเขตจังหวัดนครพนมเลยด้วย

3.ภูสิงห์

ตั้งอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู โดยเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา ของเปลือกโลก ซึ่งเกิดเป็นหน้าผา ถ้ำ และหินรูปทรงต่าง ๆ กระจายอยู่ทั่วพื้นที่แห่งนี้ มีความงดงามของธรรมชาติที่น่าสนใจ จุดเด่นของภูสิงห์ คือ ลานธรรมภูสิงห์ จุดชมวิวลานธรรม จุดชมวิวถ้ำฤาษี หินช้าง หินรถไฟ ลานหินลาย และกำแพงหินภูสิงห์ มาที่เดียวแต่ตื่นตาตื่นใจไปทั้งวันแน่นอน

4.น้ำตกเจ็ดสี

ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว เป็นหนึ่งในน้ำตกสวย ๆ ของบึงกาฬ ที่นักท่องเที่ยวนิยม ทั้งยังมีจุดให้เล่นน้ำด้วยกันหลายจุด มีสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งร้านค้า และเครื่องดื่มมากมาย เส้นทางบนน้ำตกแห่งนี้ค่อนข้างชัน บางช่วงทางเดินค่อนข้างลื่น นักท่องเที่ยวควรระมัดระวังในการเดิน โดยช่วงที่เหมาะสำหรับการมาเที่ยวน้ำตกเจ็ดสี คือช่วงฤดูฝน ไปจนถึงต้นฤดูหนาว รับรองว่าน้ำตกแห่งนี้ สวยมากจริงๆ

5.น้ำตกถ้ำพระ

ตั้งอยู่ที่ บ้านถ้ำพระ ตำบลโสกก่าม อำเภอเซกา อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว น้ำตกถ้ำพระ แบ่งออกเป็น 3 ช่วงหลัก ๆ ช่วงแรกจะเป็นธารน้ำตกไหลลดหลั่นลงสู่แอ่งน้ำกว้าง แต่เป็นแอ่งน้ำที่ค่อนข้างลึก ถัดมาช่วงกลางของน้ำตก มีพื้นที่ขนาดใหญ่และยาวไปจนถึงฝายทดน้ำ น้ำค่อนข้างตื้น และส่วนสุดท้ายเป็นบริเวณเหนือฝายขึ้นไป จุดนี้ถือเป็นไฮไลท์ของน้ำตก เพราะคุณจะเห็นน้ำตกกว้างสีขาวลอยฟูฟ่อง ซึ่งเป็นต้นธารที่ไหลลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง จุดนี้จะเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นมาชมน้ำตก และลงเล่นน้ำกันเป็นจำนวนมาก

6.น้ำตกตาดกินรี

ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติภูลังกา เป็นน้ำตกที่มีสวยงาม มีทั้งหมด 5 ชั้น มีแอ่งน้ำและลานหินกว้างรองรับสายธารน้ำตก ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเป็นจำนวนมาก เพราะมีความสวยงามและเดินทางสะดวก ในช่วงที่มีน้ำเยอะ น้ำจะค่อนข้างไหลแรง ไม่มีจุดเล่นน้ำ และค่อนข้างอันตราย ไม่เหมาะสำหรับเด็กเล็ก และผู้สูงอายุ เพราะจะต้องปีนขึ้นไปในการไปชมน้ำตก

7.น้ำตกชะแนน

ตั้งอยู่ที่ บ้านเทพมีชัย ตำบลหนองเดิ่น อำเภอบุ่งคล้า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่สวยงามเป็นอย่างมาก เพราะสายน้ำของน้ำตก เกิดจากลำห้วยชะแนนไหลหลั่นกันเป็นชั้น ๆ ในช่วงหน้าฝน ปริมาณน้ำที่ตกจากหน้าผาจะดูอลังการแบบสุด ๆ เหมือนกับม่านเมฆสีขาวตั้งตระหง่าน เสียงน้ำตกไหลดังกึกก้อง ละอองน้ำกระเซ็นเป็นวงกว้างตามขนาดของน้ำตก สวยงามคุ้มค่าแก่การรอคอย

8.วัดโพธาราม

เป็นวัดที่มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองบึงกาฬประมาณ  5 กม. ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบึงกาฬ และชาวจังหวัดใกล้เคียง รวมไปถึงในสปป.ลาว ที่อยู่ในลุ่มน้ำโขงแถบนี้ เมื่อเข้ามายังตัววัดจะพบกับอุโบสถ ด้านในจะมีหลวงพ่อพระใหญ่ประดิษฐานอยู่ด้านในตัวอุโบสถ หลวงพ่อพระใหญ่ เป็นพระพุทธรูปปรางมารวิชัยที่มีความงดงาม และมีเรือกำปั่นโบราณถายในวัด ที่ผู้คนต่างมาขอโชคลาภมากมาย

9.วัดอาฮงศิลาวาส 

วัดอาฮงศิลาวาส ตั้งอยู่ที่ บ้านอาฮง  อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ  ห่างจากตัวอำเภอ 21 กม. ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงบริเวณแก่งอาฮง เป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่จากฝั่งไทยถึงฝั่งลาว มีความยาวประมาณร้อยกว่าเมตร วัดอาฮงศิลาวาส เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดบึงกาฬ มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม มีพื้นที่ติดกับแม่น้ำโขงเป็นแนวโค้งยาว มีความเชื่อเรื่องพญานาค เล่าต่อกันมาว่า บริเวณหน้าวัดซึ่งเป็นที่ตั้งของแก่งอาฮง เป็นจุดที่ลึกที่สุดของแม่น้ำโขงซึ่งมีความลึก 200 เมตร ทำให้นักท่องเที่ยวนิยมมาที่วัดอาฮงอย่างไม่ขาดสาย

10.วัดสว่างอารมณ์

 วัดสว่างอารมณ์ หรือวัดถ้ำศรีธน ตั้งอยู่ที่ อำเภอปากคาด เป็นวัดที่มีความสำคัญ อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดบึงกาฬ เป็นวัดที่มีทิวทัศน์สวยงาม มีลำธารเล็ก ๆ ไหลผ่าน มีก้อนหินน้อยใหญ่เต็มบริเวณ และเงียบสงบ มีโบสถ์ตั้งอยู่บนก้อนหินใหญ่ ถ้ำด้านล่าง เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปไสยาสน์ปางปรินิพพาน บริเวณด้านบนก้อนหินเป็นจุดชมวิวแม่น้ำโขง และยังเป็นสถานที่จัดงานประจำปี ไม่ว่าจะเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปีใหม่ และออกพรรษา โดยมีคนในชุมชน และนักท่องเที่ยวเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ https://pizzaandfooditalia.com