เที่ยวอันดามัน จังหวัดกระบี่

เที่ยวอันดามัน จังหวัดกระบี่ เมืองแห่งการท่องเที่ยวจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำตก หมู่เกาะ เขา และทะเล อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรชาติที่สมบูรณ์สุดๆ

10สถานที่ เที่ยวอันดามัน จังหวัดกระบี่

สนับสนุนโดย : SLOTXO,UFABET,UFABET ,UFABET,UFABET

เที่ยวเยอรมัน ปราสาทแห่งเทพนิยาย

เที่ยวเยอรมัน ปราสาทแห่งเทพนิยาย ประเทศที่มีชื่อเสียง และประวัติศาสตร์มานับตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และยังเป็นประเทศที่สวยอันดับต้นๆ ของทวีปยุโรป

สถานที่ เที่ยวเยอรมัน ปราสาทแห่งเทพนิยาย

1. Residenz Munchen

พระราชวังเรสซิเดนซ์ มิวนิค (Residenz Munchen) เป็นราชวังใหญ่ใจกลางเมืองที่มีชื่อเสียง และมีขนาดใหญ่มากที่สุดของประเทศเยอรมนี เคยเป็นที่ประทับและทรงงานของกษัตริย์แห่งแคว้นบาเยิร์นมากว่า 500 ปี มีการตกแต่งต่อเติมมาหลายยุคหลายสมัย เพื่อให้เหมาะสมกับรสนิยมของผู้ปกครอง และกษัตริย์แต่ละพระองค์ ใช้เป็นที่เก็บสะสมงานทางศิลปะและเป็นคลังเก็บสมบัติอีกด้วย โดยได้เปิดให้เข้าชมแก่บุคคลทั่วไปชนิดเต็มอิ่มไม่มีกั๊ก เมื่อปี ค.ศ. 1920 พระราชวังแห่งนี้สวยงามยิ่งใหญ่อลังการมากๆ มีห้องทั้งหมดกว่า 130 ห้อง แต่ละห้องแสดงถึงความมั่งคั่งและความสวยงามหรูหราแตกต่างกันไป มีภาพวาดอันสวยงามที่แฝงวิถีชีวิตของชาวบาวาเรียไว้มากมาย และยังมีสมบัติต่างๆ ทั้งเฟอร์นิเจอร์ เครื่องเคลือบ เครื่องเงิน และภาพเขียนทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะประวัติความเป็นมาของพระเยซู และห้องไฮไลท์ที่ควรเยี่ยมชมก็คือ  Antiquarium Hall of Antiquities ห้องโถงสไตล์เรอเนสซองส์ที่มีความสวยงามมากๆ ต้องชมจริงๆ

2. Nymphenburg Palace

พระราชวังนิมเฟนบูร์ก (Nymphenburg Palace) ตั้งอยู่ชานเมืองมิวนิค สไตล์บารอค ใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อน ของสมาชิกราชวงศ์วิทเทลส์บาค ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้เข้าชม ข้างในมีการแสดงภาพวาด งานศิลป์ และเฟอร์นิเจอร์ให้ชมมากมาย และยังมีสวนสวยๆ ที่เต็มไปด้วยฝูงหงส์และเป็ดอยู่ด้านหน้าอีกด้วย

สนับสนุนโดย : SLOTXO,UFABET,UFABET ,UFABET,UFABET

ดินแดนประวัติศาสตร์ ประเทศโปแลนด์

ดินแดนประวัติศาสตร์ ประเทศโปแลนด์ ประเทศที่เป็นสถานที่เกิดของสมเด็จพระสันตะปาปา นักบุญจอห์น ปอลที่ 2 และเป็นประเทศในตอนกลางของยุโรปเขตแดนด้านตะวันตกจรดเยอรมัน

สถานที่ท่องเที่ยว ดินแดนประวัติศาสตร์ ประเทศโปแลนด์

1. Cracow

เมืองคราคูฟ (Cracow) อดีตเมืองหลวงของโปแลนด์ ตั้งแต่ศตวรรษที่ 11-16 ก่อนจะเป็นมาเป็นกรุงวอร์ซอว์ มีชื่อเสียงในฐานะศูนย์กลางศิลปะและวัฒนธรรมยุโรป และยังได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี 1978 อกีด้วย สถานที่สำคัญของเมืองคราคูฟ ได้แก่ จัตุรัสตลาดกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดของยุโรปในศตวรรษที่ 13 โบสถ์เซนต์แมรีที่มีสถาปัตยกรรมโกธิคที่สวยงาม และมหาวิทยาลัยเยลลอน มหาวิทยาลัยที่เก่าแก่เป็นอันดับ 2 ของยุโรปนอกจากนี้บริเวณริมแม่น้ำวิสตูลาเป็นที่ตั้งของปราสาทวาเวิล พระราชวังที่ราชวงศ์โปแลนด์ประทับอยู่ตลอด 500 ปี สร้างผสมผสานด้วยสถาปัตยกรรมอันหลาย ไม่วาจะเป็น โกธิค บารอค เรเนซองส์ ภายในปราสาทวาเวิล ประกอบด้วยห้องโถง 71 ห้อง สำหรับจัดแสดงวัตถุโบราณต่าง ๆ เช่น เครื่องแต่งกาย ชุดเกราะ ดาบเชอร์เปียส ดาบในพิธีพระบรมราชาภิเษกของกษัตริย์โปแลนด์ ราชสมบัติเพียงชิ้นเดียวที่เหลืออยู่ของราชวงศ์โปแลนด์ ในส่วนโบสถ์ที่มียอดโดมสีทอง มีชื่อว่าโบสถ์ซฺกิสมุนด์ สร้างด้วยแบบสถาปัตยกรรมสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาที่งดงามที่สุดในโปแลนด์ 

ดินแดนประวัติศาสตร์ ประเทศโปแลนด์

2. Church of St. Mary

โบสถ์เซนต์แมรี (Church of St. Mary) แบบกอธิค มีความสูงประมาณ 81 เมตร มีบันไดโบสถ์ กว่า 200 ขึ้น สามารถขึ้นไปชมวิวของเมืองได้ สิ่งสำคัญที่เป็นไฮของโบสถ์นี้คือแท่นบูชาที่สูงถึง 13 เมตร แกะสลักลวดลายตำนานเป็นภาพวาระสุดท้ายของ Virgin Mary ที่อยู่ในพระคัมภีร์ไบเบิล โบสถ์เซนต์แมรีแห่งนี้เป็นหนึ่งใน 3 โบสถ์ที่สร้างด้วยอิฐที่ใหญ่ที่สุดในโลก 

ดินแดนประวัติศาสตร์ ประเทศโปแลนด์

3. Malbork Castle

ปราสาทมัลบอร์ก(Malbork Castle)องค์กรยูเนบสโก้ เมื่อปี ค.ศ. 1997 ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1274 ปราสาทยุคกลางสไตล์โกธิค นับเป็นปราสาทที่สร้างขึ้นด้วยอิฐที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สร้างขึ้นในศตรรษที่ 13 โดยกลุ่มอัศวินแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักสิทธิ์เพื่อเป็นป้อมปราการในการทำสงคราม ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ตัวปราสาทถูกทำลายเสียหาย ในเวลาต่อมาทางการโปแลนด์ได้ทำการบูรณะให้กลับมามีสภาพเดิม ปราสาทมัลบอร์กจึงเป็นอีกจุดมุ่งหมายนึงหากมาที่โปแลนด์แล้วไม่ควรพลาด

ดินแดนประวัติศาสตร์ ประเทศโปแลนด์

4. Łazienki Palace

พระราชวังลาเซียนกี้ (Łazienki Palace) พระตำหนักฤดูร้อนสไตล์ Neoclassical ที่ประทับของพระมหากษัตริย์และยังเป็นพระราชวังทางประวัติศาสตร์ พระราชวังแห่งนี้ถูกขนามนามว่า Palace on the water เนื่องจากตั้งอยู่บนเกาะในทะเลสาบStawy Łazienkowskie บริเวณโดยรอบพระราชวังมีสวนสวยขนาดใหญ่และมีอนุสาวรีย์มากมาย มีเนื้อที่ประมาณ 76 เฮกเตอร์ ปัจจุบันได้เปิดเป็นสวนสาธารณะให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้มาเดินทางพักผ่อน (พระราชวังแห่งนี้เคยเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เมื่อครั้งเสด็จประพาสกรุงวอร์ซอว์ ปี ค.ศ. 1897) พระราชวังเปิดให้เข้าชมวันอังคารถึงวันอาทิตย์ เวลา 10.00 น.-18.00 น.

ดินแดนประวัติศาสตร์ ประเทศโปแลนด์

5. Gdańsk

เมืองเก่ากดันสค์ (Gdańsk) เมืองติดทะเลแห่งเดียวของโปแลนด์ อยู่บริเวณตอนเหนือของโปแลนด์ ซึ่งตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่งของทะเลบอลติกนั้นมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เมืองเก่าแห่งนี้มีอาคารบ้านเรือนที่ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 จำนวนมาก ส่วนใหญ่สร้างแบบสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างยุคกลางและสมัยใหม่

ดินแดนประวัติศาสตร์ ประเทศโปแลนด์

6. Cracow

เมืองคราคูฟ (Cracow) อดีตเมืองหลวงของโปแลนด์ ตั้งแต่ศตวรรษที่ 11-16 ก่อนจะเป็นมาเป็นกรุงวอร์ซอว์ มีชื่อเสียงในฐานะศูนย์กลางศิลปะและวัฒนธรรมยุโรป และยังได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี 1978 อกีด้วย สถานที่สำคัญของเมืองคราคูฟ ได้แก่ จัตุรัสตลาดกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดของยุโรปในศตวรรษที่ 13 โบสถ์เซนต์แมรีที่มีสถาปัตยกรรมโกธิคที่สวยงาม และมหาวิทยาลัยเยลลอน มหาวิทยาลัยที่เก่าแก่เป็นอันดับ 2 ของยุโรปนอกจากนี้บริเวณริมแม่น้ำวิสตูลาเป็นที่ตั้งของปราสาทวาเวิล พระราชวังที่ราชวงศ์โปแลนด์ประทับอยู่ตลอด 500 ปี สร้างผสมผสานด้วยสถาปัตยกรรมอันหลาย ไม่วาจะเป็น โกธิค บารอค เรเนซองส์ ภายในปราสาทวาเวิล ประกอบด้วยห้องโถง 71 ห้อง สำหรับจัดแสดงวัตถุโบราณต่างๆ เช่น เครื่องแต่งกาย ชุดเกราะ ดาบเชอร์เปียส ดาบในพิธีพระบรมราชาภิเษกของกษัตริย์โปแลนด์ ราชสมบัติเพียงชิ้นเดียวที่เหลืออยู่ของราชวงศ์โปแลนด์ ในส่วนโบสถ์ที่มียอดโดมสีทอง มีชื่อว่าโบสถ์ซฺกิสมุนด์ สร้างด้วยแบบสถาปัตยกรรมสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาที่งดงามที่สุดในโปแลนด์ 

7. Wieliczka Salt Mine

เหมืองเกลือเวียลิชกา (Wieliczka Salt Mine) เหมืองเกลือใต้ดิน ที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองคราคูฟ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ในปี ค.ศ 1978 ภายในเหมืองเกลือมีเส้นทางที่สลับซับซ้อน เนื่องจากใช้ระยะเวลาในการสร้างถึง 700 ปี ประกอบด้วยชั้นใต้ดิน 9 ชั้น อุโมงค์ 180 แห่ง ห้องว่างที่ขุดเสร็จสมบูรณ์ 2,040 ห้อง มีความยาวรวมกว่า 287 กิโลเมตร ภายในห้องต่างเต็มไปด้วยประติมากรรมแกะสลักหินเกลือ รวมไปถึงสร้างโบสถ์เซนต์กิงกา ที่มีห้องโถงขนาดใหญ่ที่สุดจาก 20 โบสถ์ภายในเหมือง เริ่มสร้างประมาณปี ค.ศ. 1896 สร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1963 ประดับตกแต่งด้วยแชนเดอเลียสวยงาม

8. Warsaw Old Town

ย่านเมืองเก่าของกรุงวอร์ซอว์ (Warsaw Old Town) เหล็กกล้า รถยนต์ เครื่องจักร เป็นต้น นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางด้านการศึกษา มีสถานบันการศึกษามากกว่า 66 แห่ง กรุงวอร์ซอว์เป็นเมืองเก่าในประวัติศาสตร์เมืองหนึ่งของยุโรป องค์กรยูเนสโก ได้ประกาศให้กรุงวอร์ซอว์เป็นเมืองมรดกโลก เนื่องจากกรุงวอร์ซอว์เป็นแหล่งสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นในราวปลายศตวรรษที่ 13 และจากช่วงวงครามโลกครั้งที่ 2 กรุงวอร์ซอว์โดนระเบิดทำให้สถาปัตยกรรมต่าง ๆ เกิดความเสียหายอย่างมาก แต่หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ทั้งเมืองก็ถูกบูรณะขึ้นมาใหม่ จนปัจจุบันกลายเป็นเมืองหนึ่งที่เจริญและทันสมัยอย่างแทบไม่น่าเชื่อ

9. Gdańsk

เมืองเก่ากดันสค์ (Gdańsk) อัญมณีแห่งทะเลบอลติก เมืองท่าและเมืองติดทะเลแห่งเดียวของโปแลนด์ อยู่บริเวณตอนเหนือของโปแลนด์ ซึ่งตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่งของทะเลบอลติกนั้นมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เมืองเก่าแห่งนี้มีอาคารบ้านเรือนที่ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 จำนวนมาก ส่วนใหญ่สร้างแบบสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างยุคกลางและสมัยใหม่

10. Auschwitz-Birkenau

พิพิธภัณฑ์ค่ายกักกันเอาซ์วิทช์ (Auschwitz-Birkenau)ค่ายกักกันที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาค่ายกักกันของนาซี ที่ใช้ทำการในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ตั้งอยู่ในเมืองออชเฟียนชิม สัญลักษณ์แห่งความโหดร้ายทารุณ สถานที่แห่งนี้ซึ่งครั้งแรกรัฐบาลโปแลนด์มีความตั้งใจจะสร้างเป็นที่คุมขังนักโทษการเมือง แต่ถูกเยอรมันเข้ายึดครองโปแลนด์ในปี 1939 จึงดัดแปลงสถานที่นี้ให้เป็นค่ายกักกันแบบนาซี ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1940 นับแต่นั้นมาภายในมีการเก็บรักษาของใช้ต่างๆ ของเชลยศึกชาวยิว ภาพถ่ายต่างๆ ของค่ายกักกัน ห้องที่นาซ๊ใช้กำจัดเฉลยศึก ห้องสังหารหมู่โดยการใช้แก๊ส ว่ากันว่าสถานที่แห่งนี้มีคนตาย กว่า 1.5 ล้านคน เกือบทั้งหมดนี้เป็นชาวยิว หากท่านไหนสนใจอ่านบทความอื่นๆ

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ Https://pizzaandfooditalia.com

ที่มา : PG SLOT เรียบเรียงโดย : PG SLOT , PG SLOT

สนับสนุนโดย : SLOTXO,UFABET,UFABET ,UFABET,UFABET

จุดเช็คอินยอดฮิต กับทริปอังกฤษ

จุดเช็คอินยอดฮิต กับทริปอังกฤษ 1 ในประเทศฝั่งยุโรป มีแหล่งท่องเที่ยวที่ทรงคุณค่าประวัติศาสตร์ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอยู่หลายแห่ง

10 จุดเช็คอินยอดฮิต กับทริปอังกฤษ

1. Durham Cathedral

มหาวิหารเดอรัม คริสตจักรมหาวิหารของพระคริสต์ พระนางมารีย์พรหมจารี และเซนต์คัธเบิร์ตแห่งเดอรัม ตั้งอยู่ที่ เมืองเดอรัม ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอังกฤษ เป็นตึกนอร์มันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอังกฤษ โครงสร้างของมหาวิหารเดอรัมเป็นหิน ก่อตั้งขึ้นในวันที่ 12 สิงหาคม ค.ศ. 1093 ลักษณะโครงสร้างส่วนใหญ่เป็นแบบโรมาเนสก์ มีหอคอยสูง 66 เมตร มีบันไดขึ้นทั้งหมด 325 ขั้น ภายหลังได้รับการบูรณะและเพิ่มเติมบางส่วน แต่โดยรวมแล้ว มหาวิหารเดอรัมก็ยังคงเป็นสถาปัตยกรรมแบบนอร์มัน ในปี ค.ศ. 2011 สถานที่ท่องเที่ยวประเทศอังกฤษแห่งนี้ ได้รับการโหวตจากโพลของสำนักข่าว BBC ให้เป็นสิ่งก่อสร้าง ที่น่าหลงใหลมากที่สุดในเกาะอังกฤษ องค์การยูเนสโกยกให้ มหาวิหารเดอรัมเป็น มรดกโลก พร้อมกับปราสาทเดอรัม ซึ่งอยู่ตรงกันข้าม ริมแม่น้ำเวียร์

2. The Cotswolds

คอทส์โวลส์ แนวเนินเขาละมุนน่าสัมผัส เมืองที่มีทิวทัศน์ทางธรรมชาติที่ชวนหลงใหลที่สุด หนึ่งใน สถานที่ท่องเที่ยว ประเทศอังกฤษ จุดที่สูงที่สุดจากระดับน้ำทะเล คือ ระยะ 330 เมตร สถานที่ซึ่งได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยว ได้แก่ หมู่บ้านที่สร้างจากหินสีน้ำผึ้ง ย่านเมืองเก่าแห่งประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของอังกฤษ

3. York Minster

มหาวิหารยอร์ก เป็นคริสต์ศาสนสถานแบบกอธิค ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปตอนเหนือ (รองจากมหาวิหารโคโลญ ประเทศเยอรมนี) มหาวิหารยอร์ก เริ่มสร้างใน ปี ค.ศ. 1230 และเสร็จสมบูรณ์ใน ปี ค.ศ. 1472 เป็นสิ่งก่อสร้างที่รวมลักษณะสำคัญของสถาปัตยกรรมแบบกอธิคไว้ทั้งหมดสิ่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงและเป็นที่จดจำ คือหน้าต่างบานใหญ่ ชื่อ Great East Window สร้างใน ปี ค.ศ. 1408 ถือเป็นหน้าต่างประดับกระจกสีที่ใหญ่ที่สุดในโลก

4. Stonehenge

สโตนเฮนจ์ กลุ่มแท่งหินขนาดใหญ่ บนที่ราบ Salisbury บริเวณตอนใต้ของเกาะอังกฤษ ประกอบด้วยแท่งหินขนาดยักษ์ 112 ก้อน ที่มาของสโตนเฮนจ์ ยังไม่มีบทสรุปที่แท้จริง มีเพียงข้อสันนิษฐานมากมาย นักโบราณคดีเชื่อว่า กองหินนี้ถูกสร้างขึ้นจากที่ไหนสักแห่ง เมื่อประมาณ 2000 – 3000 ปี ก่อนคริสตกาล โดยการคำนวณอายุจากคาร์บอนกัมมันตรังสี นักวิทยาศาสตร์และนักประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่า แท่งหินยักษ์ทั้งหมดถูกชักลากมาจากที่อื่น เนื่องจากที่ราบบริเวณนั้นไม่มีหิน ซึ่งคาดว่าน่าจะมาจากทุ่งมาร์ลโบโร ที่อยู่ห่างออกไป 40 กิโลเมตร แต่ก็มีความเชื่อไปในทางเดียวกันว่าสโตนเฮนจ์ น่าจะถูกสร้างขึ้นเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของคนในยุคโบราณ ด้วยความอัศจรรย์และความลึกลับที่ยังหาข้อพิสูจน์ไม่ได้แน่ชัด สโตนเฮนจ์จึงถูกยกให้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก

5. Warwick Castle

ปราสาทวอริก ปราสาทอันยิ่งใหญ่แห่งนี้ตั้งอยู่บนลุ่มน้ำเอวอน ในเมืองวอริก ตัวปราสาทเป็นหินสีน้ำตาลอ่อน มีอายุมากกว่าพันปี สร้างโดยสมเด็จพระเจ้าวิลเลียมที่ 1 แห่งอังกฤษ มีหอคอยอันโดดเด่น ปัจจุบันเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม พร้อมกับมีกิจกรรมมากมายให้ได้เข้าร่วมสนุก อีกทั้งการแสดงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ที่นักแสดงใส่ชุดอัศวินเท่ ๆ มาขี่ม้าฟันดาบให้เราได้ชื่นชมกัน บางช่วงของปี พื้นที่โล่งบริเวณรอบ ๆ ของปราสาทยังใช้เป็นที่จัดแสดงคอนเสิร์ตสุดชิลอีกด้วย

6. Coca-Cola London Eye

โคคา โคลา ลอนดอน อาย เป็นอีกประสบการณ์สุดพิเศษที่จะทำให้คุณจดจำอังกฤษไปตลอดกาล กับการขึ้นชิงช้าสวรรค์ยักษ์ หรือโคคา โคลา ลอนดอน อาย ที่มีความสูงกว่า 135 เมตร เป็นชิงช้าสวรรค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอย่างโดดเด่นอยู่บริเวณริมแม่น้ำเทมส์ ออกแบบโดย Marks Barfield ซึ่งแต่ละบอลลูนนั้นก็สามารถบรรจุคนได้มากกว่า 10 คน นักท่องเที่ยวจะได้พบกับทัศนียภาพของเมืองลอนดอนในมุมสูง ยิ่งในช่วงค่ำคืนจะมีบรรยากาศที่โรแมนติกมาก เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-21.30 น. ราคาเริ่มต้นที่ 19.35 ยูโร

7. Windermere

ทะเลสาบวินเดอร์เมียร์ เป็นทะเลสาบที่สวยและใหญ่ที่สุดในอังกฤษ ด้วยพื้นที่กว้างกว่า 10 ไมล์ มีความลึกประมาณ 219 ฟุต น้ำในทะเลสาบนี้จะเต็มตลอดปี รายล้อมไปด้วยภูเขาสูงใหญ่ พร้อมทั้งต้นไม้เขียวขจี อากาศเย็นสบาย และสัมผัสได้ถึงความบริสุทธิ์ของอากาศโดยรอบ เป็นสถานที่พักตากอากาศสุดฮิตของคนท้องถิ่น น้ำในทะเลสาบไหลเย็นและใสสะอาด แต่ละฤดูกาลจะมีความสวยงามแตกต่างกันไป สามารถพักได้ตามโรงแรมหรือโฮมสเตย์ใกล้ ๆ ทะเลสาบ ซึ่งมีบรรยากาศที่สวยงามมาก รู้สึกได้ถึงการพักผ่อนที่แท้จริง

8. Cambridge University

มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ตั้งอยู่ที่เมืองเคมบริดจ์ เป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่อันดับ 2 รองจากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด นอกจากจะเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศอังกฤษแล้ว ตัวมหาวิทยาลัยยังมีภูมิทัศน์ที่สวยงามอีกด้วย เพราะมีอาคารที่มีสถาปัตยกรรม สไตล์กอธิกให้ได้ชื่นชม ซึ่งเคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ดังระดับโลกอย่างเรื่องแฮรี่ พอตเตอร์ อีกด้วย

9. Calton Hill

Calton Hill เป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุดเป็นอันดับสองในอังกฤษที่รองจากลอนดอน ด้วยเนินเขาที่มีความสำคัญแห่งหนึ่งที่มีความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ตั้งแต่สมัยกลาง ทำให้เมืองเดินมาถึง Calton Hill แล้วจะเห็นวิวสวยๆ สุดคลาสสิคของเมืองเอดินเบิร์กถึง 2 แบบที่สุดจะลงตัว ทั้งฝั่ง Old town และ New town และด้วยบรรยากาศนั้นทำให้รู้สึกเหมือนตัวเราเองได้เข้าไปเมืองของเวทมนต์ด้วย Calton Hill เองที่มีลักษณ์เมืองตรงตามพล็อตเรื่องของหนังสือ Harry potter จึงถูกเลือกเป็นสถานที่เปิดตัวของหนังสือ หากเดินทางมาที่นี่ ต้องมาช่วงเช้าหรือช่วงเย็น รับรองว่าบรรยากาศที่สุดเกินจะบรรยายแน่นอน

10. Batamire Lake

Batamire Lake เป็นหนึ่งในทะเลสาบที่สวยที่สุด เนื่องจากมีวิวธรรมชาติที่ตกกระทบกับผืนน้ำทะเลสาบในวันฟ้าสดใส เป็นอะไรที่ได้มาเห็นแล้วยากที่จะลืมจริงๆ ความสวยงามที่อยู่ตรงหน้าทำให้หลายๆคนประทับใจ และถ่ายรูปเก็บไว้เป็นความทรงจำดีดีแน่นอน

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ https://pizzaandfooditalia.com

ที่มา : PG SLOT เรียบเรียงโดย : PG SLOT , PG SLOT

สนับสนุนโดย : SLOTXO,UFABET,UFABET ,UFABET,UFABET

แหล่งท่องเที่ยว จังหวัดอุทัยธานี

แหล่งท่องเที่ยว จังหวัดอุทัยธานี เป็นจังหวัดเล็กๆ แต่มีแหล่งท่องเที่ยวอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิต ที่ทำให้ไม่เบื่อแน่นอน

10 แหล่งท่องเที่ยว จังหวัดอุทัยธานี

1. วัดถ้ำเขาวง

วัดถ้ำเขาวง เป็นวัดที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก เอกลักษณ์ของวัดนี้คือ วิหารแก้ว 100 เมตร ตกแต่งประดับประดาไปด้วยแก้วใสวาววับทั้งภายในและภายนอก ภายในวิหารแก้วนี้ มีโลงบรรจุองค์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ซึ่งเป็นที่ศรัทธานับถือของประชาชนทั่วไป ถัดไปอีกด้านมีปราสาททองคำ ซึ่งตกแต่งด้วยทองคำตระการตา และถูกสร้างด้วยฝีมือที่มีความประณีตงดงาม สถานที่นี้ถือว่าเป็นจุดท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของจังหวัดอุทัยธานี อยู่ที่ เชิงเขาวง ต.บ้านไร่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี ตัววัดเป็นอาคาร 4 ชั้น ออกแบบเหมือนเรือนไทยยกใต้ถุน แบ่งสัดส่วนการใช้งานเป็น 4 ส่วน คือ ใต้ถุนเป็นลานเอนกประสงค์และร้านขายของ ชั้นที่ 2 เป็นวิหาร ชั้นที่ 3 เป็นกุฏิ และชั้นที่ 4 เป็นโบสถ์ สร้างด้วยไม้สักและไม้มะค่า เป็นวัดที่มีความงดงามมาก บริเวณโดยรอบสวยงาม ร่มรื่น มีฉากหลังเป็นเขาหินปูนสูงตระหง่าน ด้านหน้าวัดมีสวนไม้ดัดและบ่อน้ำ ในบ่อมีปลาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ห่างจากตัววัดไปทางด้านหลังจะมีถ้ำอยู่หลายถ้ำ เป็นทั้งที่นั่งวิปัสสนาสำหรับพระภิกษุ มีถ้ำค้างคาว และถ้ำที่มีหินงอกหินย้อยให้ชมกัน ระหว่างทางเดินไปชมถ้ำ จะผ่านน้ำตกเทียมที่ดูเข้ากับบรรยากาศ เมื่อมาเยือนวัดแห่งนี้ จะรู้สึกสบายทั้งใจที่สงบจากการทำบุญ และกายที่ได้พักผ่อน เหมือนมาตากอากาศในรีสอร์ทนั่นเอง

2. หุบป่าตาด

หุบป่าตาด อยู่ที่ ต. ทุ่งนางาม อ. ลานสัก จ.อุทัยธานี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขา มีความสวยงามและอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติคล้ายกัยป่าดึกดำบรรพ์ เมื่อเดินทะลุปากถ้ำซึ่งเป็นโพรงมืดระยะทาง 100 เมตรเข้าไป จะมองเห็นแสงสว่างรำไรอยู่ที่ปลายทาง และเราจะพบกับห้องโถงของป่าใหญ่ที่ถูกซ่อนเอาไว้อย่างมิดชิด ภายในโถงใหญ่แห่งนี้ประกอบไปด้วยพันธุ์ไม้โบราณจำนวนมาก นอกจากนี้ที่นี่ยังมี กิ้งกือมังกรสีชมพู สัตว์ที่ได้รับการประกาศให้เป็นสุดยอดการค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่อันดับ3ของโลก ซึ่งในประเทศไทยพบได้ที่นี่เพียงแห่งเดียวเท่านั้น 

3. เขาสะแกกรัง

เขาสะแกกรัง อยู่ที่ ตำบลน้ำซึม อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี ในอดีต เรียกที่นี่กันว่าเขาแก้ว เป็นที่ตั้งของวัดสังกัสรัตนคีรี ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2443 ยอดเขาสะแกกรัง เป็นดินแดนที่ชาวอุทัยยกให้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ภายในวัด เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมือง ของเมืองของจังหวัดอุทัยธานีนั่นเอง

4. วัดจันทราราม (วัดท่าซุง)

วัดจันทราราม (วัดท่าซุง) อยู่ที่ ตำบลน้ำซึม อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี เป็นวัดที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก วัดนี้มีวิหารแก้ว 100 เมตร เป็นเอกลักษณ์ ตกแต่งประดับไปด้วยแก้วใสวาววับ ทั้งภายในและภายนอก ภายในวิหารแก้วนี้ มีโลงบรรจุองค์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ซึ่งเป็นที่ศรัทธานับถือของประชาชนทั่วไป มีปราสาททองคำ ซึ่งตกแต่งด้วยทองคำตระการตา และสร้างด้วยฝีมือที่มีความประณีตงดงาม สถานที่นี้แห่งนี้ ถือว่าเป็นจุดท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของจังหวัดอุทัยธานี ที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

5. วัดผาทั่ง

วัดผาทั่ง อยู่ที่ ตำบลห้วยแห้ง อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี เป็นอีกหนึ่งวัด ที่ควรมาท่องเที่ยวเมื่อมาจังหวัดแห่งนี้ เพราะมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดในจังหวัด ประดิษฐานอยู่ที่วัดแห่งนี้ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ หลวงพ่อโต ที่ชาวบ้านให้ความนับถือ นอกจากนี้ในบริเวณวัดผาทั่ง ยังมีต้นสาระ ซึ่งเป็นต้นไม้ที่พระพุทธเจ้าประสูตร

6. ถ้ำพุหวาย

ถ้ำพุหวาย ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติพุเตย สภาพโดยทั่วไปเป็นภูเขาหินปูนสูงชันสลับซับซ้อน เป็นถ้ำที่ใหญ่ ภายในถ้ำกว้างขวาง มีหินงอกหินย้อย รูปเจดีย์ อ่างน้ำ ทางเข้าถ้ำอยู่บนไหล่เขาซึ่งต้องเดินขึ้นไป มีอากาศที่ถ่ายเทได้สะดวก มีโพรงทะลุถึงด้านตรงข้ามของภูเขา และมีค้างคาวอาศัยอยู่ถึง 9 ชนิด คือ ค้างคาวชนิดใช้ฟันหน้ากินผลไม้ ค้างคาวมงกุฎยอดสั้นเล็ก ค้างคาวหน้ายักษ์เล็ก ค้างคาวปีกถุงเคราดำ ค้างคาวหน้ายักษ์ทศกรรณ ค้างคาวปีกพับดำใหญ่ ค้างคาวมงกุฎจมูกใหญ่ ค้างคาวยักษ์สามหลืบ และค้างคาวยอดปีกกล้วยไม้

7. น้ำตกผาร่มเย็น

น้ำตกผาร่มเย็น อยู่ที่ บ้านใหม่ร่มเย็น ตำบลเจ้าวัด อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี น้ำตกแห่งนี้ เมื่อมองจากถนน จะเห็นน้ำตกลงมาจากผาสูงเป็นสายเดียว จนผ่านหน้าผาดิน ที่มีมอสสีเขียวเกาะอยู่มากมาย น้ำตกจะแยกออกเป็นเหมือนม่านน้ำบางๆ สู่ลำธารเบื้องล่าง จนทำให้ชาวอุทัยธานีบอกว่า น้ำตกผาร่มเย็นแห่งนี้ เป็นน้ำตกที่สวยที่สุดของจังหวัดอุทัยธานีอีกด้วย

8. วัดอุโปสถาราม (วัดโบสถ์มโนรมย์)

วัดอุโปสถาราม หรือมีชื่อเดิมว่า วัดโบสถ์มโนรมย์ อยู่ที่ ตำบลอุทัยใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสะแกกรัง ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับตลาดสดเทศบาลเมืองอุทัยธานี สันนิษฐานว่าวัดแห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ภายในวัดมีโบราณสถาน และโบราณวัตถุที่ทรงคุณค่าหลายอย่าง เป็นวัดเก่าแก่ที่มีศิลปะทางด้านสถาปัตยกรรมที่หลากหลาย ทั้งมณฑปทรงแปดเหลี่ยม ที่ออกไปทางสถาปัตยกรรมตะวันตก และถือได้ว่าเป็นวัดที่มีความงดงามเป็นอย่างยิ่ง

9. ปราสาททองคำ

ปราสาททองคำ (กาญจนาภิเษก) ก่อสร้างด้วยการก่ออิฐฉาบปูน ประดับลวดลายไทย ปิดทองคำเปลว ติดกระจก ใช้เป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่ญาติโยมถวาย รอบนอกปราสาทแห่งนี้ ยังได้ใช้ทองคำเปลวปิดรอบปราสาทอีกด้วย

10. บ้านสวนจันทิตา

บ้านสวนจันทิตา อยู่ที่ ตำบลสะแกกรัง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี เป็นที่พักโฮมสเตย์ แบบบ้านไม้ 4 หลัง ตั้งแทรกอยู่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ ซึ่งทั้ง 4 หลังเชื่อมต่อกันทั้งหมด บ้านแต่ละหลังจะมีความสูงไม่เท่ากัน เพราะจะทำให้ดูมีมิติ และระบายอากาศได้ดี ภายในบ้านโปร่งสบาย เน้นให้เราเห็นธรรมชาติได้แบบพาโนรามา อีกทั้งบรรยากาศโดยรอบยังร่มรื่นด้วยพรรณไม้หลายชนิด แถมที่พักราคาไม่แพงด้วย เพียงหลังละ 2,000 บาทเท่านั้น ถ้าหากอยากมาพักผ่อนที่นี่ ก็ต้องจองล่วงหน้านานหน่อย

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ Https://pizzaandfooditalia.com

ที่มา : PG SLOT เรียบเรียงโดย : PG SLOT , PG SLOT

สนับสนุนโดย : SLOTXO,UFABET,UFABET ,UFABET,UFABET

สถานที่เช็คอิน สมุทรสงคราม

สถานที่เช็คอิน สมุทรสงคราม ซึ่งสมุทรสงคราม จังหวัดที่เล็กที่สุดในประเทศไทย แต่มีแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตอยู่หลายที่ ที่นักท่องเที่ยวต้องได้มาเที่ยวสักครั้ง

สถานที่เช็คอิน สมุทรสงคราม

 1. ตลาดน้ำอัมพวา

และจุดเช็คอินยอดฮิต ของสมุทรสงครามแห่งนี้ก็คือ ตลาดน้ำอัมพวา ตั้งอยู่ที่ ถนนโชติธำรงค์ ตำบลอัมพวา อำเภออัมพวา สมุทรสงคราม มาเยือนที่นี่แล้วไม่แวะ เหมือนมาไม่ถึง ที่นี่เป็นตลาดที่คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาแวะชิมอาหารอร่อยๆ ริมคลอง เสน่ห์ของตลาดน้ำอัมพวาก็คือ มีเรือขายอาหารอยู่ในคลองกันอย่างมากมาย อิ่มอร่อยไปกับ อาหารไทยพื้นบ้าน ไม่ว่าจะเป็น ผัดไทย ส้มตำ ก๋วยเตี๋ยว อาหารทะเล และ ขนมไทย

2. ตลาดร่มหุบ

เป็นตลาดเทศบาลจังหวัดสมุทรสงคราม หรือ ตลาดแม่กลอง ตลาดนี้เป็นตลาดสดทั่วไป มีขายผักสด อาหารสด อาหารแห้ง อาหารทะเล และขายของจิปาถะทั่วไป และอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟแม่กลอง ทำให้มีรางรถไฟพาดผ่านตลาดนี้ จึงทำให้เป็นที่มาของตลาดร่มหุบ เพราะว่าเวลารถไฟแล่นผ่านตลาด แม่ค้าที่ขายของอยู่บริเวณใกล้ๆกับรางรถไฟนี้จะต้องเก็บข้าวของ และหุบร่มของร้านตัวเอง จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวมากมายแวะเข้ามาเที่ยวชม และสัมผัสกับความหวาดเสียวไปตามๆ กัน

3. ตลาดน้ำท่าคา

ตั้งอยู่ที่ ตำบลท่าคา เป็นตลาดนัดทางน้ำที่ยังคงความเป็นธรรมชาติของวิถีชาวบ้าน ซึ่งมีอาชีพทำสวนพืชชนิดต่างๆ ชาวบ้านจะพายเรือนำผลผลิต พืชผักและผลไม้จากสวน เช่น พริก หอม กระเทียม น้ำตาล มะพร้าว ฝรั่ง ชมพู่ ส้มโอ มาขายแลกเปลี่ยนกัน เฉพาะในวันขึ้นหรือแรม 2 ค่ำ 7 ค่ำ 02 ค่ำ (ทุกๆ 5 วัน) และวันเสาร์ อาทิตย์ตั้งแต่เวลา 06.00-12.00 น. นอกจากนี้ ที่นี่ยังสามารถเช่าเรือพายเที่ยวชมหมู่บ้าน และชมสวนผลไม้ในบริเวณนั้นได้

4. ตลาดน้ำบางน้อย

เป็นตลาดน้ำเก่าแก่ มีอายุกว่า 100 ปี แต่ถูกลืมเลือนมานานหลายสิบปี ณ ปัจจุบัน ตลาดน้ำบางน้อย ได้รับการฟื้นฟูจากการร่วมแรงร่วมใจของชาวบางน้อย และเปิดตลาดขึ้นอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2552 โดยมุ่งเน้นให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพื่อรักษาสภาพทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมของพื้นที่รักษาขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมของชาวบางน้อยแห่งนี้ ให้คงไว้ชั่วนิจนิรันดร์ 

5. บ้านแมวไทยโบราณ

บ้านแมวไทยโบราณ เกิดจากการรวมตัวของผู้ที่นิยมเลี้ยงแมวไทย เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการอนุรักษ์แมวไทยให้อยู่คู่กับประเทศไทยเป็นสมบัติของชาติตลอดไป และเพื่อเผยแพร่ความรู้เรื่องคุณสมบัติและลักษณะที่ถูกต้องของแมว แลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมทั้งเพิ่มพูนความรู้ระหว่างสมาชิก แลกเปลี่ยนเรื่องและประสบการณ์การวิจัย การผสมพันธุ์กับองค์กรการเลี้ยงแมวที่เกี่ยวข้อง ภายในบ้านแมวไทย มีเรือนเพาะเลี้ยงแมวไทย แบ่งเป็นประเภทต่างๆ บ้านแมวไทยโบราณ เป็นสถานที่น่าสนใจอีกแห่งนึง เหมาะแก่การศึกษาหาความรู้

6. ตลาดสดแม่กลอง

เป็นตลาดสด ที่รวบรวมทุกความต้องการเอาไว้อย่างครบครัน ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟแม่กลองและวัดเพชรสมุทรวรวิหาร สินค้ายอดนิยมที่ต้องซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน คือ ปลาทูแม่กลอง ซึ่งเป็นเจ้าของฉายาหน้างอคอหัก เนื้อแน่น มัน รสชาติดี รวมทั้งมีอาหารทะเลทั้งสดและแห้ง ผัก ผลไม้ และขนมไทยต่าง ๆ จำหน่ายในราคาย่อมเยาด้วย

7. ดอนหอยหลอด

หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยว ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสมุทรสงคราม ตั้งอยู่ปากแม่น้ำแม่กลอง มีอาณาเขตกว้างประมาณ 3 กม. ยื่นลึกออกไปทะเล เกิดเป็นตะกอนทับถมจากปากแม่น้ำผสมกับตะกอนจากทะเล จนเป็นสันดอนที่พบได้ยากในเมืองไทย ที่มาของชื่อดอนหอยหลอด เพราะที่นี่เป็นแหล่งที่อยู่ของหอยหลายชนิด แต่พบว่ามีหอยหลอดจำนวนมากที่สุด บริเวณดอนหอยหลอดมีร้านค้า ร้านอาหารบริการมากมาย นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรับลมเย็น ๆ เพลิน ๆ กินอาหารอร่อย ๆ หรือถ่ายรูปสวย ๆ ก็ได้

8. อาสนวิหารแม่พระบังเกิด บางนกแขวก

ตั้งอยู่ที่ ริมแม่น้ำแม่กลอง ตำบลบางนกแขวก อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นศาสนสถานศักดิ์สิทธิ์ของชาวคริสต์ ที่มีอายุกว่า 100 ปี สร้างโดยบาทหลวงเปาโล ซัลมอน มิชชันนารีชาวฝรั่งเศส และได้มีการทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2439 งดงามด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบโกธิคของประเทศฝรั่งเศส เมื่อมองไปที่ผนังจะพบเรื่องราวของพระนางมารีย์ ภาพของนักบุญชายหญิง รูปปั้น ธรรมเทศน์ อ่างล้างบาป และรูปแกะสลักบรรยายเกร็ดประวัติในพระคัมภีร์คริสต์ศาสนา นับได้ว่าเป็นโบสถ์ที่มีความงดงามอีกแห่งหนึ่งของไทย

9. วัดจุฬามณี

ตั้งอยู่ที่ ตำบลบางช้าง (ริมฝั่งคลองอัมพวา) จังหวัดสมุทรสงคราม สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย สิ่งสำคัญภายในวัดแห่งนี้ ก็คือ หลวงพ่อเนื่อง โกวิท อดีตเจ้าอาวาส และเกจิอาจารย์ดังที่ศพไม่เน่าเปื่อย ชมโบสถ์จัตุรมุขหินอ่อน ที่ปูพื้นด้วยหินหยกสีเขียวจากเมืองการาจี ประเทศปากีสถาน และประดับภายในด้วยโคมไฟระย้า บานหน้าต่างด้านนอกลงรักฝังมุกเป็นภาพตราพระราชลัญจกร ในสมัยรัชกาลที่ 4 แกะสลักบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับชาดก นอกจากนี้ยังมีภาพจิตรกรรมแสดงพุทธประวัติและนิทานชาดก ที่เป็นฝีมือของจิตรกรหญิง นิตยา ศักดิ์เจริญ ซึ่งใช้เวลาในการวาดนานถึง 6 ปี อีกด้วย

10. วัดบางกะพ้อม

ตั้งอยู่ที่ ตำบลอัมพวา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม วัดที่มีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนาน สร้างขึ้นสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ภายในวัดมีโบราณสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญมากมาย ไม่ว่าจะเป็น วิหารเก่าของวัด อาคารก่ออิฐถือปูนที่ได้รับอิทธิพลด้านสถาปัตยกรรมจากจีน โดดเด่นจากการไม่มีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ รวมทั้งผนังวิหารด้านบนเป็นภาพจิตรกรรม ที่แตกต่างจากทั่วไป คือเป็นปูนปั้นลวดลายนูนสูง และนูนต่ำ แสดงเกี่ยวกับพระพุทธประวัติ ส่วนวิหารด้านล่างมีการเจาะช่องเป็นซุ้มประตูเพื่อใช้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป นอกจากนี้ยังสามารถชมวิหารหลวงพ่อคง หรือ หลวงพ่อคง ธมฺมโชโต อดีตเจ้าอาวาส และพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ผู้สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับวัดนี้ เพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วย

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ Https://pizzaandfooditalia.com

ที่มา : PG SLOT เรียบเรียงโดย : PG SLOT , PG SLOT

สนับสนุนโดย : SLOTXO,UFABET,UFABET ,UFABET,UFABET

เที่ยวเมืองสิงห์บุรี

เที่ยวเมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี เมืองอันยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ด้วยเรื่องราววีรกรรมของชาวบ้านบางระจัน เมืองที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

12สถานที่ เที่ยวเมืองสิงห์บุรี

1.พระนอนจักรสีห์วรวิหาร

พระพุทธไสยาสน์องค์นี้ เป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่และยาวที่สุดของประเทศไทย เก่าแก่สร้างมานาน จนไม่ทราบแน่ชัด ว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไร ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเล่าในทำนองนิยายปรำปรา ทำนองเดียวกันกับพระ ปฐมเจดีย์ เช่น กล่าวว่าพระเจ้าสิงหพาหุเป็นผู้สร้าง แต่ก็ไม่มีใครทราบว่าพระเจ้าพาหุคือผู้ใด ครองเมืองอะไร ในยุคสมัยใด สันนิษฐานว่าสร้างก่อนก่อตั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี องค์พระหันพระเศียรไปทางทิศตะวันออก ความยาว 3 เส้น 3 วา 2 ศอก 1 คืบ 7 นิ้ว

2.วัดม่วงชุม

สันนิษฐานว่า วัดแห่งนี้ สร้างตั้งแต่สมัยอยุธยา มีชื่อเดิมว่า วัดกระดังงา เป็นวัดร้างตั้งแต่สมัยสงครามกับพม่า และเสียกรุงครั้งที่ ๒ โดยได้ขุดพบเศียรพระหินทรายเป็นจำนวนมาก ต่อมาเมื่อเหตุการณ์บ้านเมืองสงบลง หลังมีอิสระภาพจากพม่า ชาวบ้านจึงได้กลับมาตั้งถิ่นฐานใหม่ จนประมาณปี พ.ศ. 2424 นายโคกร่วมกับชาวบ้านได้ก่อสร้างวัดขึ้นมาใหม่ ณ ที่ตั้งวัดปัจจุบัน ซึ่งใกล้กับวัดเดิม และตั้งชื่อว่า วัดม่วงชุม

3.วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร

ตั้งอยู่ที่ ถนนโยธาธิการ ต.จักรสีห์ อ.เมืองสิงห์บุรี จ.สิงห์บุรี วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหารแห่งนี้ ถือเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดสิงห์บุรี หากใครที่ตั้งใจมาไหว้พระขอพรที่จังหวัดนี้ วัดนี้ถือเป็นแลนมาร์กสำคัญที่ไม่ควรพลาด ซึ่งภายในวัด จะเป็นที่ประดิษฐสถานของ พระนอนวัดจักรสีห์ ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดนี้ ทำให้มีผู้คนนิยมมาไหว้ขอพรที่วัดแห่งนี้ เป็นจำนวนมาก

4.วัดโพธิ์เก้าต้น

วัดโพธิ์เก้าต้นแห่งนี้นี้ เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า วัดไม้แดง เป็นอีกวัดที่มีบทบาทสำคัญของชาวสิงห์บุรีมาก ๆ สาเหตุที่มีชื่อว่า วัดไม้แดง มาจากต้นไม้แดงที่มีอยู่ในวัดเป็นจำนวนมาก โดยบางต้นมีอายุยืนยาวกว่า 200 ปี จุดเด่นสำคัญของวัดนี้ คือ สัญลักษณ์ที่กำแพงวัด ที่จำลองเป็นกำแพงค่าย เนื่องจากวัดนี้เคยเป็นฐานที่มั่นของชางบ้านบางระจัน นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ เพื่อให้ผู้คนมาขอพร หรือบนบาน เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิตอีกด้วย

5.วัดพิกุลทอง

วัดพิกุลทอง ยังเป็นวัดสำคัญของจังหวัดอีกแห่งนึง หรือที่ชาวบ้านรู้จักในชื่อ วัดหลวงพ่อแพ อยู่ห่างจากตัวเมืองเพียง 16 กม. วัดแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐสถานของ พระพุทธรูปปางประทานพรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นั่นก็คือ พระพุทธสุรรณมงคลมหามุนี หรือ หลวงพ่อใหญ่ ภายในวัดจะมีพิพิธภัณฑ์หลวงพ่อแพ ซึ่งเป็นอดีตเจ้าอาวาส เป็นพระที่ชาวบ้านได้เคารพเลื่อมใสกันเป็นอย่างมาก วัดพิกุลทองนี้จะมีทั้งหมด 2 ฝั่ง มีถนนกั้นกลาง เมื่อเราไหว้หลวงพ่อใหญ่แล้ว สามารถข้ามไปไหว้หุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อแพ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามได้อีกด้วย

6.พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์วีรชนค่ายบางระจัน

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์วีรชนค่ายบางระจัน ตั้งอยู่ที่ ตำบลบางระจัน คอทราย อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี ซึ่งสร้างขึ้นโดยกรมศิลปากร เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสัมผัสกับตำนาน ชมค่ายบางระจันจำลอง เรียนรู้มรดกทางวัฒนธรรมของเมืองสิงห์บุรี โดยที่แห่งนี้มีพื้นที่ถึง 115 ไร่ มีลักษณะเป็นสวนรุกขชาติ มีบรรยากาศร่มรื่น และผ่อนคลาย ภายในยังมีห้องจัดนิทรรศการจำลองต่างๆอีกด้วย

7.ศูนย์อนุรักษ์ควายไทย เขางาม

ตั้งอยู่ที่ ตำบลจักรสีห์ อำเภอเมือง สิงห์บุรี มาเที่ยวจังหวัดที่เป็นตำนานบางระจันทั้งที จะไม่มาเยี่ยมสัตว์ที่ร่วมออกรบกับคนไทยได้อย่างไร นั่นก็คือ ควาย เป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมือง และอยู่กับชาวไทยมายาวนาน ที่ศูนย์อนุรักษ์ควายไทยแห่งนี้ เป็นที่ดูแลควายที่ช่วยทำไร่นา อนุรักษ์ไม่ให้ควายสูญพันธุ์ไปจากประเทศ ขยายพันธุ์ต่อ และประกอบกับวีรกรรมที่กล้าหาญ ซึ่งที่นี่นักท่องเที่ยวสามารถมาเยี่ยมชม สัมผัสความน่ารัก เรียนรู้วิถีชีวิต และถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับน้องควายได้อย่างใกล้ชิดอีกด้วย

8.โบราณสถานเตาเผาแม่น้ำน้อย

ตั้งอยู่ที่ ต.เชิงกลัด อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี เตาเผาแม่น้ำน้อยนี้ ตั้งอยู่ใกล้กับวัดพระปรางค์ ซึ่งเป็นสถานที่เก่าแก่ ที่นี่คือจะมี เตาเผาขนาดใหญ่ มีที่ระบายความร้อนเฉียงขึ้น ก่อสร้างด้วยอิฐ มีทั้งหมด 3 ส่วน ส่วนของปล่องไฟ ส่วนของห้องวางเครื่องปั้นดินเผา และส่วนห้องเชื้อเพลิง สิ่งที่โดดเด่นของที่นี่คือ เตาเผาที่มีขนาดใหญ่ที่สุด โดยมีความยาวถึง 14 เมตร กว้าง 5.6 เมตร และมีเส้นผ่าศูนย์กลาง ยาว 2.15 เมตร ซึ่งที่นี่นอกจากจะเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญแล้ว ยังเป็นศูนย์การศึกษาทางวิชาการเซรามิก ที่ยิ่งใหญ่ของโลกอีกด้วย

9.ตลาดย้อนยุคบ้านบางระจัน

ตลาดแห่งนี้จึงเป็นตลาดโบราณ ที่มีบรรยากาศน่ารักๆ และอบอุ่น เพราะพ่อค้า แม่ค้าที่นี่ทุกคน จะใส่ชุดย้อนยุคเหมือนสมัยอยุธยาเลยทีเดียว มีร้านอาหาร และของกินเยอะมาก ๆ ทั้งอาหารไทย ขนมไทย เรียกได้ว่าช็อปกันเพลินเลย นอกจากจะมีที่ให้ซื้อของฝากกลับบ้านแล้ว ก็ยังมีสถานที่ บรรยากาศสวยๆ ให้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันอีกด้วย

10.ตลาดปากบาง

ที่นี่ยังเป็นตลาดโบราณอีกที่นึงของจังหวัด มีอายุร่วม 150 ปี มีของกินเด็ด ๆ เพียบ สำหรับตลาดแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ อ.พรหมบุรี อยู่ติดริมแม่น้ำ นอกจากจะมีบรรยากาศเก่า ๆ ที่ทำให้เราเคลิบเคลิ้ม ตลาดแห่งนี้ยังมีของกินโบราณต่าง ๆ เช่น กุนเชียงปลา กุนเชียงหมู น้ำพริก หมูทุบ ปลาส้ม และร้านเด็ดที่ห้ามพลาดก็คือ ร้านผัดไทยปากบาง (สูตรเดิม) กรรมวิธีที่ใช้เส้นเหนียวนุ่ม ผัดด้วยรสชาติเข้มข้น โรยถั่วลิสงคั่วบดหยาบๆ ต้นหอมด้านบน เสิร์ฟพร้อมถั่วงอก มะนาว รับรองความอร่อยแน่นอน

11.วัดหน้าพระธาตุ

วัดแห่งนี้ อยู่ห่างจากวัดพระนอนจักรสีห์ประมาณ 1.5 กิโลเมตร สันนิษฐานว่า สถานที่ และบริเวณนี้จะเป็นที่ตั้งของเมืองสิงห์บุรีเก่า สิ่งที่สำคัญของวัดนี้ คือ มีองค์พระปรางค์สูงประมาณ 8 วา

12.วัดไทร

วัดไทร เป็นวัดที่มีรากต้นไทรโอบยึดกำแพงโบสถ์ไว้ เพื่อไม่ให้พังทลายลงมา ภายในเป็นสถานที่ประดิษฐานองค์พระประธาน โดยแต่เดิมชาวบ้านเรียกกันว่า หลวงพ่อขาว หรือ หลวงพ่อทะยาน แต่ในปัจจุบันเรียกว่า หลวงพ่อวัดไทร ตามชื่อของวัดแห่งนี้

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ https://pizzaandfooditalia.com

ที่มา : PG SLOT เรียบเรียงโดย : PG SLOT , PG SLOT

สนับสนุนโดย : SLOTXO,UFABET,UFABET ,UFABET,UFABET

แหล่งท่องเที่ยว อุทัยธานี

แหล่งท่องเที่ยว อุทัยธานี เป็นอีกจังหวัดที่น่าท่องเที่ยว มีเอกลักษณ์ วัฒนธรรม ที่สวยงาม และยังมีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน

10 แหล่งท่องเที่ยว อุทัยธานี ที่น่าสนใจ

1.วัดท่าซุง

วัดท่าซุง หรืออีกชื่อว่า วัดจันทาราม เป็นวัดที่มีชื่อเสียงของจังหวัดอุทัยธานี และเป็นหนึ่งในวัดที่สวยที่สุดในประเทศไทย เป็นวัดที่เก่าแก่ แต่ก็ได้มีการบูรณะเรื่อยมาตั้งแต่อดีตจนมาถึงปัจจุบัน มีรูปหล่อหลวงพ่อปาน และหลวงพ่อใหญ่ขนาด 3 เท่า อยู่มุมกำแพงด้านหน้า มณฑป และพระวิหารแก้วที่ประดิษฐาน พระพุทธชินราชจำลอง และศพของหลวงพ่อฤาษีลิงดำที่ไม่เน่าเปื่อย ความงามที่โดดเด่นของที่นี่ ต้องยกให้ วิหารแก้ว 100 เมตร ที่ตกแต่งด้วยโมเสกแก้วเล็กๆทั่วทั้งวิหาร ทำให้ดูแวววับจับตาน่าประทับใจเป็นที่สุด

2.วัดถ้ำเขาวง

วัดแห่งนี้ออกแบบทรงเรือนไทยยกใต้ถุน แบ่งสัดส่วนการใช้งานเป็น 4 ส่วน คือ ใต้ถุนเป็นลานเอนกประสงค์และร้านขายของ ชั้นที่ 2 เป็นวิหาร ชั้นที่ 3 เป็นกุฏิ และชั้นที่ 4 จะเป็นโบสถ์สร้างด้วยไม้สักและไม้มะค่า บริเวณรอบวัดถ้ำเขาวง มีการจัดภูมิทัศน์ให้สวยงามร่มรื่น มีฉากหลังเป็นเขาหินปูนสูงตระหง่าน ด้านหน้ามีสวนไม้ดัด และบ่อน้ำที่มีปลาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

3.ปราสาททองคำ (กาญจนาภิเษก)  

ปราสาททองคำ (กาญจนาภิเษก) ก่อสร้างด้วยการก่ออิฐฉาบปูน ประดับลวดลายไทยปิดทองคำเปลวติดกระจก ใช้เป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่ญาติโยมนำมาถวาย รอบนอกปราสาทใช้ทองคำเปลวปิดรอบปราสาทอีกด้วย

4.ถ้ำพุหวาย 

ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติพุเตย ภายในถ้ำจะพบภูเขาหินปูนสูงชันสลับซับซ้อน หินงอกหินย้อย หลายแบบ เช่น หินดอกเห็ด หินย้อย เสาโรมัน ดอกไม้หิน หินรูปหัวปลาโลมา หินเกร็ดเพชร หินงอกดอกกุหลาบ เป็นต้น และยังมีค้างคาวอาศัยอยู่ถึง 9 ชนิด และ พระพุทธรูป ที่ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวเข้ามากราบไหว้ ส่วนด้านหลังของถ้ำพุหวาย มีถ้ำเทพมาลี หรือ ถ้ำพญานาค เป็นถ้ำที่มีขนาดเล็ก ค่อนข้างลึก และมีความสวยงามตามธรรมชาติ

5.หุบป่าตาด

ตั้งอยู่ที่ ต.ทุ่งนางาม อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี หุบป่าตาด เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ไม่ควรพลาด โดยเฉพาะผู้ที่รักธรรมชาติ เพราะที่นี่มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติให้เราได้เดินกว่า 700 เมตร พร้อมถ้ำหินงอก หินย้อยที่มีรูปร่างแปลกตา และต้นตาด นอกจากนี้เราจะได้เห็นกิ้งกือมังกรสีชมพูด้วย ภายในถ้ำค่อนข้างมืด ให้ความรู้สึกเหมือนได้ผจญภัย จนได้ชื่อว่าเป็นดินแดนจูราสสิคพาร์คเมืองไทยเลยทีเดียว

6.น้ำตกไซเบอร์

ตั้งอยู่ที่ บ้านซับแม่บือ ต.ทองหลาง อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี น้ำตกแห่งนี้ ควรมาเที่ยวในช่วงเดือนกันยายน – พฤศจิกายน จะได้พบกับความสวยงามของน้ำตก ที่ไหลผ่านก้อนหินน้อยใหญ่ลงมายังเบื้องล่าง โดยน้ำตกชั้นบนเรียกว่า น้ำตกล่อยจ้อย เมื่อไหลลงมาชั้นล่างจะเรียกว่าน้ำตกหินลาด และยังมีบ้านพักรองรับนักท่องเที่ยวด้วย ซึ่งมีเพียง 1 หลังเท่านั้น สามารถพักได้ประมาณ 20 – 30 คน หากต้องการเข้าไปเที่ยวยังน้ำตกไซเบอร์ จะต้องทำหนังสือขออนุญาตไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งก่อน

7.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ตั้งอยู่ที่ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี มีพื้นที่ครอบคลุมกว่า 6 อำเภอ 3 จังหวัด ได้แก่ อ.บ้านไร่ อ.ลานสัก อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี อ.สังขละบุรี อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี และ อ.อุ้มผาง จ.ตาก ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ จาก UNESCO อีกด้วย ในความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าแห่งนี้ ทำให้มีสัตว์อาศัยอยู่เกือบ 800 ชนิด และมีสัตว์ป่าสงวนที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ด้วย นักท่องเที่ยวสามารถไปเดินศึกษาธรรมชาติ ส่องสัตว์ดื่มด่ำอากาศบริสุทธิ์ ชมนก ชมนิทรรศการของสืบ นาคะเสถียร หรือจะพักในบ้านพักของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งก็สามารถทำได้

8.เกาะเทโพ

ตั้งอยู่ที่ อ.เมือง จ.อุทัยธานี เมืองเล็กๆ ที่เหมาะกับการใช้ชีวิตสโลไลฟ์ และเป็นเมืองแห่งการปั่นจักรยาน เกาะเทโพเป็นแหลมยื่นออกมาคั่นระหว่างแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำสะแกกรัง จุดเด่นคือมีสะพานแขวนเกาะเทโพ เชื่อมต่อระหว่างตลาดสดเทศบาล และวัดอุโบสถาราม สองข้างทางเป็นป่าไผ่ ไร่ข้าวโพด และทุ่งนา บรรยากาศร่มรื่น เป็นสถานที่ที่ต้องไปเช็คอิน ถ่ายรูปสุดฮิป สุดชิคกันให้ได้

9.ถนนคนเดินตรอกโรงยา

ตั้งอยู่ที่ ถ.อุทัยใหม่ ต.อุทัยใหม่ อ.เมือง จ.อุทัยธานี เป็นถนนคนเดินในยามค่ำคืน ให้นักท่องเที่ยวได้เดินช้อปสินค้าของฝากกลับบ้าน พร้อมกินของอร่อยๆ กัน เช่น หมูสะเต๊ะ ขนมปังปิ้ง ขนมกล้วย ขนมผักกาด บ๊ะจ่าง บริเวณสองข้างทางของตรอกโรงยา จะพบกับบ้านไม้เก่าๆ พร้อมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอุทัยธานีอีกด้วย บ้างก็เป็นร้านอาหาร ร้านกาแฟโบราณให้ได้นั่งชิลกัน ใครอยากสัมผัสบรรยากาศย้อนยุคแบบนี้ ไม่ควรพลาดแน่นอน

10.ยอดเขาสะแกรัง

ยอดเขาสะแกกรัง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกหนึ่งแห่ง ในจังหวัดอุทัยธานี ที่ทุกคนที่ไปจังหวัดอุทัยต้องไปเยือน เราสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองอุทัยธานีได้กว้างขวาง จากบนยอดเขา และยังเป็นที่ตั้งของมณฑป ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง ซึ่งย้ายมาจากวัดจันทาราม มีระฆังใบใหญ่ ที่ชาวเมืองได้รวมกันสร้างอยู่ใกล้กับมณฑป และบนยอดยังมี พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกนาถ ในรัชกาลที่ 1 ให้นักท่องเที่ยวได้สักการะกันอีกด้วย

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ https://pizzaandfooditalia.com

ที่มา : PG SLOT เรียบเรียงโดย : PG SLOT , PG SLOT

สนับสนุนโดย : SLOTXO,UFABET,UFABET ,UFABET,UFABET

วัดสวย ในเมืองไทย

วัดสวย ในเมืองไทย เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ ที่โดดเด่นในเรื่องของศาสนา และวัฒนธรรม มีวัดที่สวยงาม และน่าอัศจรรย์อยู่หลายแห่ง ให้ผู้คนได้กราบไหว้ ถือศีล และปฏิบัติธรรมกัน

10 วัดสวย ในเมืองไทย

1.วัดร่องขุน จ.เชียงราย

ตั้งอยู่ที่ ถนน พหลโยธิน ตำบลป่าอ้อดอนไชย อำเภอเมืองเชียงราย เชียงราย ถือเป็นศาสนสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงราย ซึ่งมีผู้อุทิศตนสร้างวัดวัดร่องขุ่นอันยิ่งใหญ่แห่งนี้ขึ้นเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ด้วยความตั้งใจที่จะสร้างสรรค์ให้วัดแห่งนี้งดงามดังสวรรค์ ที่ประชาชนสามารถสัมผัสได้บนพื้นพิภพ คล้ายเป็นสถานที่กระตุ้นเตือนให้คนเราใฝ่ปฏิบัติธรรม และประกอบกรรมดีในการดำเนินชีวิต สิ่งที่โดดเด่นภายในวัดร่องขุ่นก็คือ พระอุโบสถ ที่มีความโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ทางศิลปะ และสถาปัตยกรรมที่แสนวิจิตรอลังการ ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงช่อฟ้า ใบระกา และรายละเอียดซึ่งแตกต่างไปจากวัดอื่นๆ โดยตัวพระอุโบสถที่เป็นสีขาวบริสุทธิ์ ที่สื่อถึงพระบริสุทธิคุณ

2.วัดถ้ำเขาวง จ.อุทัยธานี

วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ เชิงเขาวง ต.บ้านไร่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี วัดแห่งนี้เป็นอาคาร 4 ชั้น ออกแบบเป็นทรงเรือนไทยยกใต้ถุน มีฉากหลังเป็นเขาหินปูน ด้านหน้าวัดมีสวนไม้ดัด และบ่อน้ำที่มีปลาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ห่างจากตัววัดไปด้านหลังจะมีถ้ำอยู่หลายถ้ำ ทั้งถ้ำเป็นที่นั่งวิปัสสนาของพระภิกษุ ถ้ำค้างคาว และถ้ำที่มีหินงอกหินย้อย โดยระหว่างทาง เมื่อมายังวัดแห่งนี้ จะรู้สึกปลอดโปร่ง ทั้งใจและกายที่สงบจากการทำบุญ

3.พระมหาเจดีย์ชัยมงคล จ.ร้อยเอ็ด

ตั้งอยู่ที่ ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นวัดที่มีการผสมผสานระหว่าง องค์พระปฐมเจดีย์ ศิลปะของภาคกลาง และพระธาตุพนม ศิลปะของภาคอีสาน เข้าด้วยกันอย่างลงตัว จากภายนอกตัวอาคารเป็นพื้นสีขาว ตกแต่งลวดลายด้วยสีทอง ซึ่งดูวิจิตรตระการตา รายล้อมไปด้วยเจดีย์องค์เล็กทั้ง 8 ทิศ ภายในองค์พระมหาเจดีย์ ได้ตกแต่งอย่างสวยงาม ดั่งอยู่บนวิมานแดนสวรรค์ มีรูปปั้นเทพ และเทพธิดา มีสวนสวยอยู่โดยรอบ ใช้งบประมาณในการสร้างกว่า 3,000 ล้านบาท

4.วัดถ้ำเสือ จ.กาญจนบุรี

ตั้งอยู่ที่ ต.ม่วงชุม อำเภอท่าม่วง กาญจนบุรี มีองค์พระพุทธรูปปางประทานพรขนาดใหญ่ ที่ไม่ได้มีดีแค่ขนาดเท่านั้น แต่ความสวยงามขององค์พระที่ประดับตกแต่งด้วยโมเสคสีทองทั้งองค์ ก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทำให้ผู้คนต่างหลั่งไหลเข้ามาชมความงามกันอย่างไม่ขาดสาย ภายในวัดจะพบกับความวิจิตรของศิลปะแบบไทยๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อุโบสถวัด ทรงจตุรมุข มีซุ้มเสมารอบ 8 ทิศ ลวดลายปูนปั้นพระพุทธประวัติที่สวยงามทุกด้านของผนัง พระเจดีย์เกศแก้วมหาปราสาท และเจดีย์ทรงสวย รูปร่างแปลกตา ซึ่งมีทั้งหมด 9 ชั้น ด้านบนเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุ นอกจากนี้หากมองลงมาจากบริเวณด้านบนในช่วงทำนา จะมองเห็นทุ่งนาข้าวเขียวขจีสวยงามอีกด้วย

5.วัดสันป่ายางหลวง จ.ลำพูน

ตั้งอยู่ที่ หมู่บ้านสันป่ายางหลวง ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน วัดนี้มีประวัติความเป็นมายาวนาน เชื่อกันว่าเป็นวัดแห่งแรกของอาณาจักรล้านนา ภายในวัด จึงมีสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ศิลปะทางล้านนามากมาย เช่น วิหารพระโขงเขียว ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระหยกเขียว ซึ่งนำมาจากแม่น้ำโขง หรือ พระวิหารพุทธอัญญรัตนมหานทีศรีหริภุญชัย มณฑปทรงล้านนา ที่ใช้ประดิษฐานพระพุทธเมตไตรจำลองจากพุทธคยา นอกจากการตกแต่งที่ใช้ศิลปะสไตล์ล้านนาแล้ว ยังได้สอดแทรกคติความเชื่อทางศาสนาลงในการก่อสร้างอีกด้วย

6.วัดทุ่งเศรษฐี จ.ขอนแก่น

จุดเด่นของวัดนี้คือ พระมหาเจดีย์ของวัดแต่ละโดมแต่ละยอด ที่สร้างขึ้นมานั้น ได้มีความหมายซ่อนอยู่ บริเวณส่วนหัวที่เป็นเจดีย์รูปดอกบัวจะมีบอกความหมายด้วยว่าคืออะไร จุดเด่นของที่นี่จึงเป็นที่เจดีย์ ซึ่งมีความสวยงามจริงๆ ผู้คนส่วนใหญ่อาจยังไม่ค่อยรู้จักวัดนี้กันเท่าไหร่ แต่เป็นวัดในไทยสวยๆ ที่น่าเที่ยวมากจริงๆ สามารถไปเดินชมเรื่องเล่าเกี่ยวกับ 3 โลก และได้ศึกษาเรื่องของศีล เรียกได้ว่า นอกจากได้ชมความสวยงามของตัววัด และบริเวณโดยรอบแล้ว วัดนี้ยังเป็นวัดที่บอกเล่าถึงความดีความชั่วได้ดีทีเดียว

7.วัดห้วยปลากั้ง จ.เชียงราย

วัดแห่งนี้สร้างโดยพระอาจารย์พบโชค ท่านได้สร้างเจดีย์ 9 ชั้น และรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม เป็นวัดที่ชาวเชียงรายให้ความเคารพศรัทธา และมีผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกเดินทางมาเยือน ซึ่งมหาเจดีย์ 9 ชั้น เป็นสถาปัตยกรรมแบบจีนผสมล้านนา บริเวณบันไดทางขึ้นมีมังกรคู่ตั้งตระหง่าน นอกจากนี้ยังมีพระธาตุจำลองประจำปีนักษัตรให้ได้สักการะบูชา และองค์เจ้าแม่กวนอิมสีขาวขนาดใหญ่ที่สวยงามมาก ในยามค่ำคืนวัดจะมีการเปิดไฟที่ตัววิหารและเจดีย์ ทำให้วัดแห่งนี้สวยสะดุดตาในยามค่ำคืน

8.วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว จ.เพชรบูรณ์

ตั้งอยู่ที่ หมู่บ้านทางแดง ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ตัววัดได้ตั้งอยู่บนเขา ที่มีธรรมชาติอันสวยงามโอบล้อม และอยู่ท่ามกลางธรรมชาติเช่นนี้ ทำให้เกิดความสงบและสมาธิแก่ผู้ที่มาศึกษาและปฏิบัติธรรมเป็นอย่างมาก มีเจดีย์พระธาตุผาแก้ว ที่ตกแต่งด้วยกระเบื้องและหินสีต่างๆ อย่างงดงาม และยังสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์สวยๆ โดยรอบได้อีกด้วย

9.วัดป่าภูก้อน จ.อุดรธานี

วัดนี้มีความสำคัญคือ เป็นวัดซึ่งสร้างขึ้นในอุทยาน ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่านายูงและป่าน้ำโสม สถาปัตยกรรมของวัดมีความโดดเด่นสวยงามด้วยตัววิหารสีเขียว ซึ่งสร้างได้วิจิตรพิสดารมาก เป็นที่ประดิษฐานของพระนอนหินอ่อนที่ใหญ่ที่สุดในโลก จัดเป็นหนึ่งในวัดที่วัดที่สวยที่สุดในเมืองไทยเลยก็ว่าได้

10.วิหารเทพวิทยาคมวัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา

วัดบ้านไร่ ตั้งอยู่ที่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา วิหารเทพวิทยาคม เป็นอุทยานธรรมกลางบึงน้ำขนาดใหญ่มีพื้นที่กว่า 30 ไร่ งานสถาปัตยกรรมพุทธศิลป์ขนาดใหญ่ เป็นมหาวิหารแห่งพระไตรปิฎก ที่รวบรวมพุทธประวัติ พระวินัย และพระธรรมคำสอนไว้ทั้งหมด เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนา และวัฒนธรรมแห่งแรกในเมืองไทย

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่ Https://pizzaandfooditalia.com

ที่มา : PG SLOT เรียบเรียงโดย : PG SLOT , PG SLOT

สนับสนุนโดย : SLOTXO,UFABET,UFABET ,UFABET,UFABET